อย่ามาต่อปากต่อคำชั้น คลายล็อกให้รอ 28 ส.ค.“บิ๊กตู่” เรียกถก คสช. 28 ส.ค. เคาะคลายล็อก 6 ประเด็น เผยทูลเกล้าฯแล้วโผทหาร “บิ๊กเจี๊ยบ” สั่ง กกล.รส.คุมเข้มจุดอ่อนไหว ฝ่ายการเมืองรุมถล่มไร้ประโยชน์ จี้ปลดล็อกปล่อยผีเต็มสตีม “วิรัตน์” สับผ่อนปรนแค่พิธีกรรม สวน “วิษณุ” อ้างโมเดล “ป๋าเปรม” มาใช้ไม่ได้ สอนหาเสียงของจริงต้องอย่างน้อย 60 วัน “สามารถ” บี้แก้คำสั่ง คสช.53/2560 ไม่ต้องทำให้วุ่นวาย “ตือ” ตอกใช้ ม.44 จนเฝือ สุจริตใจจริงต้องปลดโซ่ตรวน “ประยุทธ์” อารมณ์เสียบ่นนักการเมืองบิดเบือน สนแต่คนรวย ไม่ช่วยคนจน ของขึ้นประกาศศึกฟ้องสื่อป้องศักดิ์ศรี ปรี๊ดแตกเหวี่ยงนักข่าวอย่ามาต่อปากต่อคำ หัวร้อนตะเพิดส่งพ้นทำเนียบฯ กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะใช้อำนาจตามมาตรา 44 คลายล็อกการเมือง เพื่อเปิดให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมได้บางส่วน แต่ยังไม่เปิดให้หาเสียง ล่าสุดนายกฯได้นัดประชุม คสช.ในวันที่ 28 ส.ค. เพื่อให้ความเห็นชอบการคลายล็อกใน 6 ประเด็น“บิ๊กตู่” โต้ครหาเอื้อแต่เอกชนเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 24 ส.ค.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลผู้ประกอบธุรกิจส่งออกดีเด่นปี 2561 โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า รางวัลนี้ไม่ได้มีมูลค่า แต่สร้างความภูมิใจ ความมุ่งมั่นทำเพื่อตัวเองแล้ว ทำเพื่อประเทศและประชาชนด้วย รัฐบาลจำเป็นต้องดูแลคนทั้งประเทศ หรือดูแลเฉพาะธุรกิจไม่ได้ วันนี้มีกล่าวหารัฐบาลเอื้อประโยชน์เอกชน ยืนยันว่าไม่ได้เอื้อ มีความพยายามทำให้สับสนหลายเรื่อง จะส่งผลต่อการเลือกตั้งการเป็นประชาธิปไตยในวันข้างหน้า ทุกอย่างต้องมีสัดส่วนดูแล ไม่ใช่บริษัทใดบริษัทหนึ่งบริษัทจะผูกขาดคนทั้งประเทศได้ ตนไม่เข้าข้างใครทั้งสิ้น ตลอด 4 ปีตนพูดมาก เหนื่อยนะ แต่พูดแล้วทำตามทุกเรื่อง มีหลักฐานไว้หมด กฎหมายต่างๆที่ออกมาเพื่อประโยชน์พวกท่าน ไม่ได้เพื่อประโยชน์ตัวเองซัดบิดเบือนสนแต่คนรวยเมินคนจน“ประชาธิปไตยที่แท้จริงคือประชานิยมนั่นแหละ เพราะเลือกให้คนที่ชื่นชม แต่ประชานิยมจะมีประโยชน์ ทุกกลุ่มต้องได้ ไม่ใช่ให้โครมๆหรือแค่คนกลุ่มเดียว ยังมีคนอยู่อีกตั้งเยอะ ไม่ใช่ใช้งบฯเกินครึ่งงบฯประเทศ และต้องไม่มีผลกระทบต่อระบบการเงินการคลัง ต้องทยอยให้ ขอให้เข้าใจด้วย เพราะเวลานี้บรรดานักการเมืองต่างๆไปบิดเบือนรัฐบาลสนใจแต่คนรวย ไม่มีเวลาสนใจคนจน เลือกตั้งไม่ต้องมากลัวตน อยู่ที่ประชาชน และถ้าไม่เข้าใจกันอยู่แบบนี้คิดเอาแล้วกัน ผลการเลือกตั้งจะออกมาอย่างไร” นายกฯกล่าว ของขึ้นประกาศฟ้องสื่อป้องศักดิ์ศรีพล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า วันนี้ไม่สนใจใครจะว่าอะไร วันนี้เยอะไปหมด ด่าโครมๆ พูดอะไรบิดเบือนหมด บอกตนปิดกั้นประชาธิปไตย พยายามเดินหน้าไปสู่ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ที่สุด แต่ถ้าวุ่นวายกันอยู่แบบนี้ก็ช่วยไม่ได้ กับสื่อไม่เคยไปตรวจสอบหรือปิดกั้น แต่อะไรที่บิดเบือนเกินไปต้องฟ้องร้องดำเนินคดี เหมือนสื่อเวลามีใครมาหมิ่นประมาท ก็ฟ้องร้องเหมือนกัน คนส่วนใหญ่มักเกรงใจไม่อยากมีคดีความกับสื่อเสียเวลา แต่วันนี้คิดว่าต้องดำเนินการแล้ว ต้องรักษาศักดิ์ศรีเหมือนพวกท่านที่รักษาศักดิ์ศรี ไม่ได้ขู่ บอกตนเป็นคนใจร้อน พูดไม่เข้าหูบ้างแหละถามชาวบ้านคัดออก นสพ.-คอลัมนิสต์“ถ้าผมไม่อ่านหนังสือพิมพ์เลยอาทิตย์หนึ่งคงมีความสุข ตอนนี้กำลังคัดออกว่าฉบับไหนจะไม่อ่าน ที่ไม่เคยสร้างประโยชน์ให้ประเทศเลย รวมถึงคอลัมน์ เดี๋ยวจะถามประชาชนว่าหนังสือพิมพ์ฉบับไหนเชื่อมั่นมากที่สุด ขอให้ตอบมาด้วย ไม่ได้กล่าวหาใคร ถ้าใช้อำนาจจริงๆ ไม่มีหรอกไอ้เรื่องพวกนี้ พูดไปเสียอารมณ์ แต่สื่อดีๆ นักการเมืองดีๆ มีอยู่ ตรงนี้ขอขอบคุณ” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว28 ส.ค.นัด คสช.ถกคลายล็อกจากนั้นเวลา 11.40 น. พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุม คสช.เพื่อพิจารณาคลายล็อกให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมทางการเมืองว่า คสช.จะประชุมวันที่ 28 ส.ค. ประเด็นการคลายล็อกต่างๆขอให้ไปถามนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ เพราะมอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายไปดูแล้วว่ามีข้อติดขัดอย่างไรบ้าง จากนั้นให้นำมาเสนอต่อที่ประชุม คสช.ก็โอเคตามนั้น แต่ไม่ใช่ว่ากฎหมายที่ออกมาแล้วมันผิด ออกกฎหมายมาก็หวังว่าจะให้ใช้อย่างยาวนานยั่งยืน เพื่อให้เกิดการปฏิรูปทางการเมือง ไม่ใช่ว่าออกมาแล้วมีปัญหาอีก แล้วการเมืองอยากปฏิรูปกันไหม ถ้าไม่อยากปฏิรูปก็มีปัญหา ถึงบอกว่าอะไรที่ทำได้ต้องทำ ไม่เช่นนั้นวันข้างหน้าจะกลับไปที่เดิม ไม่ใช่ว่ารัฐบาลจะไม่ปฏิรูป แต่ท่านไม่ยอม แล้วจะให้ทำอย่างไร จะให้บังคับกันหรือเพราะกฎหมายธรรมดายังไม่ปฏิบัติกันเลยทูลเกล้าฯโผทหารเรียบร้อยแล้วเมื่อถามถึงความคืบหน้าการดำเนินการเรื่องบัญชีรายชื่อการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารประจำปี 2561 พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า รายชื่อแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารประจำปี ได้นำขึ้นทูลเกล้าฯเป็นที่เรียบร้อยแล้วปรี๊ดแตกว้ากสื่ออย่ามาต่อปากต่อคำผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ได้เดินเลี่ยงออกจากวงสัมภาษณ์ของสื่อมวลชน เพื่อกลับขึ้นไปที่ห้องทำงานบนตึกไทยคู่ฟ้าฯ โดยระหว่างทางได้เดินไปหยุดทักพูดคุยกับ น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร รมช.พาณิชย์ ก่อนจะหันมากล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ทำไมไม่ถามประเด็นเศรษฐกิจบ้าง สนใจบ้างหรือไม่ การค้าการพาณิชย์ให้ถามกันบ้าง เพราะการเมืองไม่ได้ทำให้ทุกอย่างดีขึ้นทั้งหมด หนึ่งในกลุ่มผู้สื่อข่าว ซึ่งปกติจะเป็นคนที่คอยซักถามพูดคุยกับนายกฯอยู่เป็นประจำ จึงตอบกลับไปว่าตัวเลขเศรษฐกิจดีอยู่แล้ว มีนักข่าวเศรษฐกิจเป็นคนตามอยู่แล้ว พล.อ.ประยุทธ์ จึงสวนกลับมาทันทีด้วยสีหน้าบึ้งตึงไร้รอยยิ้มว่า “เธออย่ามาต่อปากต่อคำกับชั้น”หัวร้อนไล่นักข่าวพ้นทำเนียบฯผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทันทีที่นายกฯพูดจบ ผู้สื่อข่าวคนดังกล่าวถึงกับงุนงง แล้วจึงหันมาพูดทำนองบ่นๆกับเพื่อนผู้สื่อข่าวเสียงดังไปเข้าหูนายกฯว่า “ต่อปากต่อคำก็ไม่ได้” จน พล.อ.ประยุทธ์ที่เดินขึ้นไปจนถึงปากประตูทางเข้าด้านข้างตึกไทยฯได้ยินเข้า ถึงกับหันหลังกลับมาตามองจ้องเขม็ง ตะคอกเสียงดัง พร้อมยกมือชี้นิ้วมายังผู้สื่อข่าวคนดังกล่าวว่า “ก็ไม่ได้ไง นินทาอะไรวะ ไม่ต้องมาต่อปากต่อคำกับชั้นหรอก ถ้าต่อปากต่อคำไม่ได้ ออกไปข้างนอกโน่น ใครที่พูดเมื่อกี้” ทั้งนี้ บรรยากาศความตึงเครียดในครั้งนี้ ทำให้ทั้งเจ้าหน้าที่ทีมงานนายกฯและสื่อมวลชนต่างพากันอึ้งและงงไปตามๆกันผบ.ทบ.สั่ง กกล.รส.ตั้งรับสถานการณ์ที่หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ (นปอ.) พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. เดินทางมาตรวจเยี่ยมหน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ (นปอ.) เนื่องในโอกาสเตรียมอำลาตำแหน่ง ผบ.ทบ. พร้อมกล่าวให้โอวาทกำลังพล นปอ. ตอนหนึ่งว่าในฐานะที่ นปอ.มีอีกบทบาทคือการเป็นกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) ดูแลพื้นที่ จ.กรุงเทพฯ ในเดือน ก.ย.นี้ คสช.จะมีการผ่อนคลายให้พรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้ ตามที่รัฐบาลได้กำหนดโรดแม็ปขึ้นในการเลือกตั้งช่วงต้นปี 2562 จะมีการคลายล็อกคำสั่ง คสช. จะมีหลายส่วน หลายขั้วและหลายพรรคเคลื่อนไหวทางการเมือง ในฐานะกองกำลังรักษาความสงบ จึงขอให้เตรียมการให้พร้อมตลอดเวลา นปอ.เป็นหน่วยทหารใกล้จุดศูนย์กลางหรือกรุงเทพฯ เพราะเป็นจุดอ่อนไหว จะมีสิ่งต่างๆเกิดขึ้นได้ตลอดทุกเมื่อ จึงต้องพร้อมปฏิบัติหน้าที่ตลอด 24 ชั่วโมง ผู้บังคับบัญชาขอให้ดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นเรื่องระเบียบวินัย เพื่อให้กองทัพมีภาพลักษณ์ที่ดี มีความสง่าเป็นที่ยอมรับของประชาชน ทหารจะต้องไม่สร้างเงื่อนไขขึ้นมาเพิ่ม และเป็นทหารอาชีพที่แข็งแรง มีระเบียบวินัย เชี่ยวชาญงานในหน้าที่ มีคุณธรรมจริยธรรม“วิรัตน์” สับผ่อนปรนแค่พิธีกรรมนายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯฝ่ายกฎหมายุระบุจะคลายล็อกให้พรรคการเมือง 6 ประเด็นว่า เมื่อรัฐบาลมุ่งเน้นการปฏิรูปการเมือง แสดงว่าต้องการปฏิรูปทั้งพรรค การเมือง คณะผู้บริหารพรรค และสมาชิกพรรค จึงต้องให้เวลาในการทำความเข้าใจอุดมการณ์ และแนวนโยบายของพรรค รวมถึงเวลาการหาสมาชิกพรรค ตั้งสาขาพรรคและเตรียมทำไพรมารีโหวต คสช.ควรรับฟังเสียงของพรรคการเมือง โดยปลดล็อกให้พรรคการเมือง เพื่อสนับสนุนการปฏิรูปการเมืองตามเจตนาของรัฐบาล คสช. ที่ระบุว่าเมื่อพรรคการเมืองได้สมาชิกที่มีคุณภาพ จะได้ ส.ส.ที่มีคุณภาพตามไปด้วย แนวคิดการคลายล็อกใน 6 ประเด็น จึงไม่ตอบโจทย์การปฏิรูปการเมือง เสมือนเป็นแค่พิธีกรรม ทั้งที่สามารถคลายล็อกให้ทุกพรรคการเมืองได้เตรียมความพร้อม ตั้งแต่วันนี้ได้ทันทีสวนหาเสียงจริงต้องอย่างน้อย 60วันนายวิรัตน์กล่าวอีกว่า ส่วนที่นายวิษณุระบุว่าสมัย พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ใช้เวลาหาเสียงเพียง 20 กว่าวันก็เลือกตั้งได้ว่า จะอ้างเช่นนี้ไม่ได้ เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้ประชาสัมพันธ์ตัวผู้สมัครยากกว่าทุกครั้ง ผู้สมัครต้องติดป้ายแนะนำตัวขนาด A3 ในพื้นที่ที่ กกต.กำหนดเท่านั้น ต้องใช้เวลาพิมพ์หนังสือแนะนำตัวผู้สมัครที่ต้องส่งถึงบ้านผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศ การเลือกตั้งครั้งนี้แต่ละเขต ต้องใช้หมายเลขประจำตัวผู้ลงรับสมัครต่างกัน แม้เป็นพรรคเดียวกัน และสมัยรัฐบาล นายทักษิณ ชินวัตร เคยกำหนดวันเลือกตั้งให้มีเวลาหาเสียงเพียง 30 กว่าวัน ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยแล้วว่าเป็นการเลือกตั้งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ดังนั้น การเลือกตั้งครั้งนี้ จึงจำเป็นต้องให้เวลา อีกทั้งยังต้องให้เวลาประชาชนทำความเข้าใจระบบเลือกตั้งใหม่ จึงควรต้องใช้เวลานับแต่วันเปิดรับสมัครจนถึงวันหย่อนบัตรลงคะแนนอย่างน้อย 60 วัน นายวิษณุไม่ควรยกตัวอย่างเมื่อ 30 กว่าปีก่อนมากล่าวอ้าง ขอให้รัฐบาลตั้งหลักใหม่ แล้วทบทวนหลักคิดให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงในปัจจุบันพท.จี้ใจดำทำไปไร้ค่าบี้แก้คำสั่ง คสช.นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงรายพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯระบุเตรียมคลายล็อกกิจกรรมทางการเมือง 6 ประเด็นว่า ไม่เข้าใจจะคลายล็อก 6 ประเด็นให้วุ่นวายทำไม ต่อให้คลายล็อกดังกล่าว แต่คำสั่ง คสช.ที่ 53/2560 ให้ยุบสาขาพรรค แล้วจะจัดประชุมได้อย่างไร ตาม พ.ร.บ.พรรคการเมือง การประชุมพรรคต้องมีสาขาพรรค ระบบไพรมารีโหวตยังไม่รู้จะให้ทำแบบไหน แบบจังหวัดหรือแบบภาค ทุกอย่างยังคลุมเครือ คลายล็อกเป็นประเด็นแบบนี้ไม่เกิดประโยชน์ หาก พ.ร.บ.พรรคการเมืองยังไม่ชัดเจน และยังขัดแย้งกันอยู่กับคำสั่ง คสช. เมื่อรัฐบาลจะให้มีการเลือกตั้งเดือน ก.พ.2562 ควรทำทุกอย่างให้ชัดเจน แล้วเปิดให้พรรคการเมืองทำกิจกรรม โดยแก้คำสั่ง คสช.ที่ห้ามพรรคการเมืองทำกิจกรรม และห้ามชุมนุมเกิน 5 คน เพียงแค่แก้ 2 เรื่องนี้ทุกฝ่ายจะเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้งได้ ไม่ต้องมานั่งตีความให้วุ่นวาย“ชวลิต” ตอก “อภิสิทธิ์” เอาดีใส่นายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีตรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์สื่อต่างชาติ พาดพิงพรรคเพื่อไทยเป็นต้นเหตุการรัฐประหาร เพราะไปรับใช้นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯว่า การกล่าวหาพรรคเพื่อไทย เป็นสาเหตุการรัฐประหารเป็นข้อหาที่รุนแรง ไม่เป็นความจริงโดยสิ้นเชิง รัฐบาลบริหาร 5 ปี ปากท้องประชาชนย่ำแย่ ไม่แปลกใจที่นายอภิสิทธิ์จะตีจากเผด็จการและอ้างว่าเป็นฝ่ายเสรีประชาธิปไตย แต่ที่แปลกใจคือเอาดีใส่ตัวโยนชั่วใส่คนอื่น แต่บังเอิญสิ่งที่โยนไปนั้น มันย้อนมาพันคอตัวเอง เพราะการรัฐประหารปี 2557 บรรดาแกนนำประชาธิปัตย์บางคนเป่านกหวีด ขึ้นเวทีการบอยคอตการเลือกตั้ง“ตือ” อัดใช้ ม.44 เฝือควรปลดล็อกเลยนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯเตรียมเสนอให้ คสช.พิจารณาคลายล็อก 6 ข้อว่า โดยหลักการนายวิษณุไม่ต้องเสนอ คสช.แต่ควรเสนอให้ คสช.ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมืองและ พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้งก็พอ พรรคการเมืองและประชาชนปฏิบัติตามกฎหมายทั้งนั้น เหลือเพียง คสช.จะมาออกกฎโดยใช้มาตรา 44 ทำไม เพื่อไม่ให้คนติฉินว่าใช้มาตรา 44 เหนือรัฐธรรมนูญ ใช้มาตรา 44 จนคลายความศักดิ์สิทธิ์ไปหมดแล้ว รัฐบาลรู้แก่ใจว่าสิ่งที่ปฏิบัติอยู่นี้มีเจตนาอะไร ถ้า 6 ข้อนี้ผ่านอาจทำให้ผ่อนคลายขึ้น แต่การทำไพรมารีโหวต ให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ยาก ไม่ได้ทำเพียง 1-2 เดือนเสร็จ แค่คิดว่าการหาตัวแทนในจังหวัดละ 100 คน 77 จังหวัด ไม่ใช่เรื่องง่ายหยันสุจริตใจจริงต้องปลดโซ่ตรวนนายสมศักดิ์กล่าวอีกว่า พรรคการเมืองต้องไปหาสมาชิก หากต้องการเห็นทุกอย่างเป็นไปตามกำหนดเลือกตั้ง 24 ก.พ.2562 ต้องคิดถึงองค์ประกอบที่สมดุล ถ้าเพียงแค่คลายล็อกบางส่วน พรรคการเมืองยังทำงานไม่ได้ ไม่คล่องตัว ถ้าสุจริตใจอยากเห็นการเลือกตั้งเป็นไปตามโรดแม็ปจริง ควรพยายามปลดล็อกให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมทางการเมืองได้โดยสะดวก น่าเป็นห่วงการประชาสัมพันธ์ทั้งเรื่องพรรคการเมือง วันเลือกตั้งและการใช้สิทธิลงคะแนน คนไม่ได้เลือกตั้งนานแล้วและเปลี่ยนแปลงไปมาก“สยามพัฒนา” เอาด้วยต้านคนนอกที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พรรคสยามพัฒนา นำโดยนายบุญส่ง เกิดหลำ ว่าที่หัวหน้าพรรค พร้อมว่าที่กรรมการบริหารพรรค นำรายชื่อสมาชิกจำนวน 700 คน และทุนประเดิม 1 ล้านกว่าบาท ยื่นจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมืองต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง หลังจัดประชุมเลือกหัวหน้าและกรรมการบริหารพรรคเมื่อวันที่ 21 มิ.ย. โดยนายบุญส่งกล่าวว่า พรรคสยามพัฒนาเน้นนโยบายช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะปัญหาปากท้อง ไม่สนับสนุนนายกฯที่มาจากคนนอก เพราะไม่เป็นประชาธิปไตย มีสโลแกนของพรรคว่า พรรคสยามพัฒนา รู้คุณค่าประชาธิปไตย“สมศักดิ์” ไปขอนแก่นเสวนาโคเนื้อนายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกกลุ่มสามมิตร กล่าวว่า เมื่อวันที่ 24 ส.ค. นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มสามมิตร ลงพื้นที่ จ.ขอนแก่น เพื่อร่วมเสวนาวิชาการ “โคเนื้ออีสาน กับนโยบายรัฐบาลหน้า” ในหัวข้อ “โคเนื้อล้านครอบครัว : เกษตรไทย ก้าวไกล อย่างยั่งยืน” ที่จัดโดยสมาคมโคเนื้ออีสาน สภาเกษตรกร จ.ขอนแก่น และสหกรณ์โคขุนขอนแก่นพรีเมียมบีฟ จำกัด นายสมศักดิ์ได้บรรยายให้เห็นว่านโยบายเลี้ยงโคของกลุ่มสามมิตร ได้รับเสียงตอบรับจากเกษตรกรเป็นอย่างดี โครงการนี้สามารถช่วยให้เกษตรกรหลุดพ้นจากการเป็นหนี้อย่างยั่งยืนรอจังหวะเปิดบิ๊กเซอร์ไพรส์นายธนกรกล่าวต่อว่า กรณีที่นายกฯระบุถึงการเลือกตั้งในเดือน ก.พ.2562 กลุ่มสามมิตรไม่มี ปัญหาอะไร ส่วนเรื่องบิ๊กเซอร์ไพรส์ที่นายสมศักดิ์เคยพูดถึง ยืนยันว่าเซอร์ไพรส์แน่นอน รอให้ทุกอย่างลงตัว ส่วนเรื่องพรรคการเมืองที่กลุ่มสามมิตรจะไปสังกัดคงต้องรอให้ผู้ใหญ่ในกลุ่มหารือกันอีกครั้ง เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมจะมีคำตอบที่ชัดเจน ขณะที่การเคลื่อนไหวของกลุ่มสามมิตรที่อาจต้องเบาลงกว่าเดิมเพราะถูกโจมตี ยืนยันว่าไม่ได้อึดอัดอะไร เพราะมีเจตนาบริสุทธิ์ไปช่วยเหลือประชาชน ยืนยันว่าจะปฏิบัติตามระเบียบอย่างเคร่งครัด เพื่อความสบายใจของทุกฝ่ายนายกฯจับเข่าคุยมนตรีแห่งรัฐฯจีนเมื่อเวลา 14.00 น. ที่ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายหวัง หย่ง มนตรีแห่งรัฐสาธารณรัฐประชาชนจีน เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ในโอกาสเยือนเพื่อเป็นประธานร่วมการประชุมคณะกรรมการร่วมว่าด้วยการค้า การลงทุน และความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทย-จีน (JC) ครั้งที่ 6 โดยมีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รมต.ประจำสำนักนายกฯ และนายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล รมช.ต่างประเทศ เข้าร่วม โดยนายกฯแสดงความยินดีกับนายหวัง หย่ง ที่ได้รับตำแหน่งเป็นสมัยที่ 2 พร้อมฝากความระลึกถึงนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีนและนายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีจีนที่ได้รับตำแหน่งเป็นสมัยที่ 2 เช่นกัน มั่นใจว่าความสัมพันธ์และความร่วมมือไทย-จีนจะแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ไทยกำลังมุ่งสู่ยุค 4.0 สอดคล้องกับข้อริเริ่ม “หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง” ของจีน นายกฯยังแสดงความเสียใจต่อรัฐบาลและประชาชนจีนจากเหตุการณ์เรือท่องเที่ยวล่มที่ จ.ภูเก็ต เมื่อเดือน ก.ค. ซึ่งมนตรีแห่งรัฐของจีน แสดงความซาบซึ้งที่นายกฯไปเยี่ยมปลอบขวัญผู้บาดเจ็บและญาติผู้เสียชีวิตด้วยตนเอง ปัด ครม.สัญจรหว่านงบฯหาเสียงต่อมาเวลา 20.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวในรายการศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน มีเนื้อหาตอนหนึ่งว่า การเดินทางลงพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) หรือตรวจเยี่ยมการดำเนินงานต่างๆ ไม่ใช่มาเพื่อแจกเงินหรือแจกงบประมาณ อย่างที่หลายคนกล่าวอ้าง ไม่ทำเช่นนั้น แต่มาเพื่อทำให้เกิดความต่อเนื่องในโครงการที่ได้รับการตอบรับจากประชาชน เช่น โครงการรักษาพยาบาล การศึกษาฟรี ที่ผ่านมามีปัญหาหลายประการแต่ไม่สามารถล้มเลิกได้ ทุกอย่างต้องทำให้ดีกว่าเดิม มั่นคง ยั่งยืน รักษาวินัยทางการเงินการคลังของประเทศ ทุกครั้งที่รัฐบาลลงพื้นที่พบว่าประชาชนมีความต้องการหลายด้าน ทั้งเรื่องเดิมเรื่องใหม่ เราเข้าใจและรับมาพิจารณาฉุนผู้ไม่หวังดีหา 4 ปีไม่ทำอะไรเลยพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่าเรื่องงบประมาณรัฐบาลได้ทางเดียวคือจากภาษี ถ้าหลายคนกำหนดความต้องการมา แต่กลับเป็นว่ารัฐบาลต้องไปหาเงิน แล้วจะหาจากใคร หลายคนบอกรัฐบาลหมดสตางค์ ต้องมารีดไถประชาชน คนพวกนี้อันตราย ตนและ ครม.พยายามลงพื้นที่ วันนี้ลงไปถึง 72 พื้นที่ด้วยกัน แต่จากการติดตามจากโซเชียลมีเดียและสื่อ มีกลุ่มผู้ไม่หวังดีเจตนาไม่บริสุทธิ์ บิดเบือนว่ารัฐบาลนี้ไม่เคยทำอะไรให้เลย 4 ปีที่ผ่านมา ทุกอย่างเริ่มตั้งแต่รัฐบาลก่อนๆหมด เพราะทุกอย่างต้องสืบทอดกันมาขึ้นอยู่กับทำไว้มากน้อยเพียงใด แล้วก็ทำเสริมเพียงใด แล้วมาแก้ไขอะไรบ้าง คิดแบบนี้ถึงจะสร้างสรรค์ ถ้าท่านติแบบนี้ทั้งหมด แล้วบอกว่าวันนี้ที่รัฐบาลทำเหมือนกับรัฐบาลก่อนแล้วตนถามว่าถ้าอ้างว่ารัฐบาลก่อนสร้างปัญหาอะไรไว้บ้าง จะฟังตนหรือไม่ วันนี้คนบางคนกำลังบิดเบือนว่าถ้าวันหน้าเขาจะทำให้ใหม่ แล้วก็คนเก่าๆทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นก็ขอให้ทำความเข้าใจด้วย“ดอน” แจงฟินแลนด์โรดแม็ปเดินหน้านายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ ซึ่งอยู่ระหว่างเดินทางเยือนฟินแลนด์อย่างเป็นทางการ แถลงข่าวร่วมกับนายติโม โซยนิ รมต.ต่างประเทศฟินแลนด์ หลังการหารือกันที่กรุงเฮลซิงกิ เมื่อวันที่ 23 ส.ค. ตามเวลาท้องถิ่นว่าเป็นการเยือนอย่างเป็นทางการครั้งแรกระดับรัฐมนตรีต่างประเทศในรอบ 22 ปี ได้เล่าให้ฟินแลนด์ฟังถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีที่ กกต. ประกาศวันเลือกตั้งว่าเป็นได้ตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ.-5 พ.ค.62 เชื่อว่าทุกอย่างกำลังเดินไปตามโรดแม็ป แต่แจ้งกับเขาว่าขณะนี้ไทยต้องระมัดระวัง เพราะรัฐประหารครั้งก่อนมีการคืนอำนาจและจัดให้มีการเลือกตั้งภายใน 1 ปี แต่ปัญหาที่ตามมายังมีอยู่ไม่น้อย ครั้งนี้จึงวางโรดแม็ปและความระมัดระวังไม่ให้เกิดความผิดพลาดแบบเดิม เรามีบทเรียนแล้วว่าควรต้องรัดกุมรอบคอบมากขึ้น ทางฟินแลนด์ไม่ได้ติดใจหรือสอบถามอะไรเพิ่มเติม เชื่อว่าอียูได้พิจารณาสิ่งที่เกิดขึ้นในไทยถ่องแท้แล้ว จึงได้มีมติให้กลับมาฟื้นความสัมพันธ์กับไทยทุกระดับตั้งแต่วันที่ 11 ธ.ค.2560“สรศักดิ์” ย้ำสภาใหม่ใช้ทันเลือกตั้ง 62ที่รัฐสภา นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงความคืบหน้าการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ว่า ครม.อนุมัติงบประมาณล่าสุด 4,861 ล้านบาท จะเร่งรัดทุกฝ่ายดำเนินการเต็มที่ แบ่งงบประมาณเป็น 3 ส่วน งบฯด้านเทคโนโลยี ไอซีที 3,515 ล้านบาท งบฯด้านสาธารณูปโภค 802 ล้านบาท และงบฯว่าจ้างที่ปรึกษาด้านไอซีที 143 ล้านบาท อยากได้งบฯมากกว่านี้ แต่เท่าที่ได้มาต้องบริหารให้เพียงพอ จะปรับให้ทุกอย่างทันสมัยเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง ต้องเร่งรัดผู้รับจ้างด้านไอซีที ได้รับการยืนยันว่าจะทำเสร็จบางส่วนก่อน เช่น ห้องกรรมาธิการ ห้องเจ้าหน้าที่ เร็วที่สุดอาจเป็นเดือน มิ.ย.2562 คิดว่าทันใช้กับสภาฯชุดใหม่จากการเลือกตั้ง “วัชระ” ขอศาลไต่สวนเลขาฯสภานายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การที่ครม.อนุมัติงบฯไอซีที ก่อสร้างอาคารรัฐสภาใหม่ 4,861 ล้านบาท จากเดิม 8,648 ล้านบาท หมายความว่าอย่างไร ใครเป็นไอ้โม่งเพิ่มตัวเลขให้งบฯโป่งพอง ถ้าพวกตนไม่คัดค้านไว้ ป่านนี้ ครม.อนุมัติไปแล้ว เป็นที่ประจักษ์ว่าประหยัดงบฯให้ชาติได้ถึง 3,800 ล้านบาท อย่างไรก็ตามนายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาฯ ไม่ยอมส่งเอกสารให้ศาลตามหมายเรียก จึงยื่นคำร้องขอให้ศาลออกหมายเรียกนายสรศักดิ์มาไต่สวนและลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญาต่อไป“ธนาธร” เลื่อนรับทราบข้อหาไลฟ์สดเมื่อเวลา 11.00น. พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผกก. กก.3 บก.ปอท. ในฐานะรองโฆษก บก.ปอท. กล่าวว่า เมื่อวันที่ 24 ส.ค.นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ว่าที่หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ พร้อมพวกไม่ได้เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ กรณีเฟซบุ๊กไลฟ์พาดพิง คสช.เกี่ยวกับการดูด ส.ส. และกระบวนการยุติธรรม เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. โดยมอบอำนาจให้ทนายความนำหนังสือขอเลื่อนนัด มามอบให้พนักงานสอบสวนให้เหตุผลว่าติดภารกิจขอเลื่อนนัดเข้ารับทราบข้อกล่าวหาเป็นวันที่ 17 ก.ย.แทน ศาลให้ประกัน “อริสมันต์”เมื่อเวลา 15.20 น.นายกัณต์พัศฐ์ สิงห์ทอง ทนายความของนายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักไทย กล่าวถึงกรณีนายอริสมันต์ ไปแสดงตัวต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอประกันตัว 3 ล้านบาท คดีทุจริตโครงการบ้านเอื้ออาทร เมื่อวันที่ 23 ส.ค. แต่ศาลกำหนดหลักทรัพย์ประกัน 5 ล้านบาทว่า เมื่อวันที่ 24 ส.ค.ได้นำสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงไทย 5 ล้านบาทมายื่นต่อศาล ศาลพิจารณาแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว โดยกำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกประเทศ เว้นได้รับอนุญาตจากศาล คาดว่านายอริสมันต์จะได้ออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯเวลาประมาณ 20.00น. นายอริสมันต์จะเดินทางไปในวันนัดสอบคำให้การวันที่ 5 ต.ค. วันนัดพิจารณาคดีครั้งแรกแน่นอน เพื่อแสดงเจตนาไม่หลบหนี และยืนยันว่าคดีนี้นายอริสมันต์ไม่เกี่ยวข้องในโครงการบ้านเอื้ออาทร ตอนเกิดเหตุไม่ได้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หลังจากนี้เราจะดูรายละเอียดสำนวนคดีและจะฟ้องกลับ ส่วนจะฟ้องใครบ้างยังไม่สามารถระบุได้เนื่องจากยังไม่ทราบรายละเอียดในสำนวน“เอกชัย” บี้ คสช.แจงเหตุถูกทำร้ายช่วงสาย ที่ประตู 4 ทำเนียบรัฐบาล นายเอกชัย หงส์กังวาน นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ที่ยังอยู่ใน สภาพแขนซ้ายใส่เฝือกอ่อน รักษาอาการกระดูกนิ้วนาง และนิ้วก้อยแตก จากเหตุถูกลอบทำร้ายเมื่อวันที่ 22 ส.ค. มายืนอ่านแถลงการณ์เรียกร้องให้ คสช.ชี้แจงเหตุการณ์ถูกลอบทำร้าย หลังยื่นเรียกร้องให้รัฐบาลตรวจสอบนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์- สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม โดยมีนายโชคชัย ไพบูลย์รัชตะ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง และนายอานนท์ นำภา ทนายความอาสาศูนย์ทนายความ เพื่อสิทธิมนุษยชน มาร่วมสังเกตการณ์ ทั้งนี้ นายเอกชัยกล่าวว่า หลังเรียกร้องให้ตรวจสอบ พล.อ.ประวิตร นายกฯ ไม่ดำเนินการใดๆ ต่อมาตนถูกคุกคาม ทำร้ายร่างกายถึง 3 ครั้ง ขอให้ คสช.ชี้แจง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มือที่สามต้องการสร้างสถานการณ์ หรือเป็นคนของ คสช.ทำเอาใจนาย หากนิ่งเฉยสังคม อาจกล่าวหาได้ว่ามีส่วนรู้เห็น“ประยุทธ์” ลั่นไม่ขออดทนต่อการยั่วยุค่ำวันเดียวกัน ที่โรมแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลวิสาหกิจดีเด่นประจำปี 61 โดยนายกฯกล่าวตอนหนึ่งว่า วันนี้มอบรางวัลให้ท่าน แต่ต้องทำรางวัลให้กับชาวบ้านด้วย ทำให้ทุกคนมีความสุข เข้าถึงโอกาส ขณะที่ข่าวโซเชียลมีเดียออกมาติติง ใครพูดก่อนเชื่อก่อน แต่เวลาเราพูดยังไงก็ไม่เชื่อ ต้องชี้แจงให้ได้ ปีหน้าไม่รู้จะได้พูดอยู่หรือเปล่า คงไม่ได้พูดเพราะมีรัฐบาลใหม่แล้ว แต่วิสาหกิจต้องทำให้สำเร็จ “ผมเป็นคนอารมณ์ร้อน แต่วันนี้พูดด้วยอารมณ์ปกติ ผมก็พูดเสียงดังอย่างนี้ ถ้าโมโหก็อีกเรื่องหนึ่ง อยู่กับทหารอีกแบบหนึ่ง ทุกวันนี้ประคับประคองจิตใจมากที่สุดแล้ว แต่ไม่ขออดทนต่อการมายั่วยุ เป็นนายกฯพูดจาไพเราะ แล้วทำอะไรได้ไหมล่ะ พูดแต่ครับๆดีๆ หรือทำโน่นทำนี่ให้ แล้วทำไม ขอให้จับตาตอนหาเสียง คนที่พูดอะไรไว้ทำอะไรได้บ้าง ถ้าไม่มีงบประมาณก็ทำไม่ได้”วอนอย่ามองเป็นเผด็จการเห็นแก่ตัว“ขอโทษที่ไม่ได้ร่วมรับประทานอาหารด้วย ขออนุญาตกลับไปอยู่กับครอบครัว เพราะภริยากับลูกออกจากบ้านแต่เช้า ไม่ได้เจอ เพราะผมทำงานแบบไม่มีวันหยุดราชการ ขอเวลาหน่อย อย่าหาว่าผมเห็นแก่ตัว หรือเป็นเผด็จการ หัวใจผมให้ท่านอยู่แล้ว ให้คนไทยทั้งประเทศ ถ้าไม่ได้เป็นคนแบบนี้ พูดกับท่านไม่ได้แบบนี้แน่ ต้องสงบเสงี่ยมเจียมตัว ไม่ใช่ขยิบตาซ้ายขยิบตาขวา แต่ผมมองคนทั้งโลก เพราะไม่มีผลประโยชน์ใดๆทั้งสิ้น ไม่มีใครรู้เท่าตัวเราเอง ทุกคนรู้ว่าผมเข้ามาเพื่ออะไร ก็อยากให้ช่วยกันทำงาน” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว