พลับพลึงชนิดนี้มีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมจากรัฐฮาวาย ประเทศสหรัฐอเมริกา ถูกนำเข้ามาปลูกและขยายพันธุ์ในประเทศไทยนานแล้ว สามารถเจริญเติบโตได้ดีในทุกพื้นที่ของบ้านเรา มีลักษณะ ประจำพันธุ์คือ สีของดอกจะเข้มข้นกว่าสีของดอกพลับพลึงแดงของไทย ขนาดของดอกและขนาดของช่อดอกจะใหญ่กว่าและดอกมีกลิ่นหอมแรงด้วย ที่สำคัญเวลาดอกบานจะดูคล้ายดอกลิลลี่มาก ผู้นำเข้าจึงตั้งชื่อเป็นภาษาไทยว่า “พลับพลึงลิลลี่” ดังกล่าวพลับพลึงลิลลี่ มีชื่อวิทยาศาสตร์เหมือนกับพลับพลึงแดงของไทยทุกอย่างคือ GIANT LILY CRINUM AMABILE DONN. อยู่ในวงศ์ AMARYLLIDACEAE มีลักษณะทางพฤกษศาสตร์เป็นไม้ล้มลุกอายุหลายปี ต้นสูงประมาณ 1 เมตร มีหัวใต้ดิน ส่วนที่เหนือดินประกอบด้วยกาบใบสีขาวหุ้มซ้อนกันเป็นชั้นๆ ทำให้มองเห็นเป็นลำต้นกลมและอวบน้ำ ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงซ้อนสลับกันเป็นวงกว่า 7-15 ซม. ยาวประมาณ 1 เมตร ปลาย ใบแหลม โคนใบเป็นกาบหุ้มติดกับลำต้น เนื้อใบหนาและอวบน้ำ สีเขียวสด ใบจะออกดกมากในช่วงปลายของลำต้น ดอก ออกเป็นช่อขนาดใหญ่ โดยช่อดอกจะแทงขึ้นมาจากกลุ่มใบตอนปลายต้น ก้านช่อดอกยาว แต่ละช่อประกอบด้วยดอกย่อยขนาดใหญ่จำนวนมาก ช่อมีขนาดใหญ่กลมโตกว่าลูกฟุตบอลจริงๆ ลักษณะดอกโคนเชื่อมกันเป็นหลอดปลายแยกเป็นกลีบดอก 6 กลีบ กลีบดอกเป็นรูปขอบขนาน ปลายกลีบแหลมหรือมน เมื่อบานเต็มที่กลีบดอกจะม้วนงอลงอย่างชัดเจน ดอกเป็นสีขาวอมชมพูอ่อนๆ หรือสีขาวอมแดง ใจกลางดอกมีเกสรตัวผู้เป็นเส้นหรือเป็นฝอยๆสีแดงอมม่วงจำนวนมาก เวลามีดอกบานจะดูเหมือนดอกลิลลี่ ดอกมีกลิ่นหอมแรงมาก ดอกออกทั้งปี ขยายพันธุ์ด้วยการแยกหัวสรรพคุณทั่วไป ใบสดลนไฟประคบตามจุดต่างๆของร่างกาย แก้เคล็ดขัดยอกช้ำบวม ใบและหัวใต้ดินมีสารกลุ่ม แอลคาลอยด์ มีฤทธิ์ต้านไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคโปลิโอและหัดได้ แต่สารดังกล่าวมีพิษสูง จึงควรระวังครับ.“นายเกษตร”