ยุคป๋า พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายก เราเรียก ยุคประชาธิปไตยครึ่งใบ ป๋าไม่ค่อยพูด เวลานักข่าวถาม ป๋าจะบอก “กลับบ้านเถอะลูก” ป๋าจึงถูกตั้งฉายา พระเตยมียกใบ้ข่าวการเมือง ไม่ว่ายุคสมัยไหน ฝ่ายโน้นด่าฝ่ายนี้ ฝ่ายนี้ตอบฝ่ายนั้น...เมื่อป๋าเล่นบทใบ้ เนื้อข่าวก็สั้น รสชาติที่เคยหาได้จากข่าวก็ไม่ค่อยมีผมเคยทำหน้าที่รีไรเตอร์รับข่าว ก็ต้องซักเพื่อนถึงสภาพแวดล้อม สีหน้าท่าทีป๋า คนใกล้ตัว กระทั่งนักข่าวที่รุมสัมภาษณ์ แล้วเขียนข่าวให้มีความเคลื่อนไหว ได้เนื้อข่าวหนึ่ง ถึงสองย่อหน้าเป็นนักข่าว ไม่มีข่าวไม่ได้ วิธีนี้ถือว่าเอาตัวรอดไปได้คราวหนึ่งเปรียบเทียบนักข่าวจำนวนพัน ที่กลุ้มรุมรอข่าว ช่วย 13 หมูป่าออกจากถ้ำหลวง...ก็ได้ ไม่มีผู้ใหญ่หรือใครสักคนพูด นักข่าวก็ต้องรายงาน ความเคลื่อนไหวและสิ่งที่ได้เห็นผมว่านะ ก็ได้รสชาติข่าว ระทึกใจไปอีกแบบ โชว์กึ๋นนักข่าวด้วย ใครแหลมกว่าทำเนียบรัฐบาลยุค คสช.เนื้อข่าวงอกงาม ลีลาท่าทีที่ท่านพูดตอบโต้ บทโกรธ บทรัก บทหวาน...หรือกระทั่งท่านไม่พูด...เป็นข่าวที่มีสีสัน ได้รสชาติส่วนเรื่องผล ใคร ฝ่ายไหน จะรักจะชัง ท่านมากน้อย เป็นอีกเรื่อง ที่มีหลายคนรอวัดหลังเลือกตั้งผมเคยมีงานแวะเวียนเข้าทำเนียบบ้างนานๆครั้ง ครั้งหนึ่งเมื่อราวสองสามปีที่แล้วแวะเข้าร้านอาหารทำเนียบ เจอข้าวต้มกุ๊ย ไช้โป๊ดอง ไข่เค็ม เมนูง่ายๆ แต่สมัยนี้หากินยาก ก็รีบสั่งมื้อนั้น 30 บาท แต่ก็ไม่ทันได้จ่ายเงิน เพราะมีเจ้ามือ เสียงเจ๊ยุ (ยุวดี ธัญศิริ) “ของชั้น” ดังข้างตัว แล้วเจ๊ก็ถือน้ำขวดเดินตาม มานั่งคุยเป็นเพื่อนน้ำใจจากเจ๊ อร่อยลิ้น อิ่มท้อง และอิ่มใจ และได้ทั้งความรู้เรื่องในทำเนียบหลายเรื่องหลังจากนั้น ไม่นาน เจ๊ก็ลาจาก ผมนึกถึงข้าวต้มกุ๊ยมื้ออำลา น้ำตาซึม ตอนคุกเข่ารดน้ำศพผมเพิ่งไปแวะรังนกกระจอก ของนักข่าวทำเนียบเมื่อสี่ห้าวันก่อนบ่นว่าคิดถึงเจ๊ยุ เพื่อนก็หยิบรูปเจ๊ออกมาตั้งให้ดูตรงหน้า เจ๊ยิ้มแก้มปริ สีหน้าแววตามีเมตตา มีไมตรีเต็มปรี่ อย่างที่เคยเห็นกันนานนับสิบปีมองผ่านกระจกรังนกกระจอก ในร่มเงาต้นลั่นทมหลายต้น บนพื้น นกพิราบฝูงย่อมๆหาของกินขวักไขว่ มีนกเอี้ยง นกกระจอก ปะปนสองสามตัวนกพวกนี้ เพื่อนบอกว่า เจ๊ยุเคยหาของกินมาเลี้ยง เมื่อเจ๊ยุไม่อยู่ นกก็ไม่ถึงกับอด เพราะยังมีคนทำแทนแต่สิ่งที่ทำตามเจ๊ยุไม่ได้ ก็คือเศษมะพร้าวขูด ที่เจ๊ยุเคยไปขอจากครัวโรงอาหาร มาแบ่งปันให้เจ้ากระรอก...หลายตัวบนต้นลั่นทม เจ๊ว่า กระรอกชอบมากเวลานั้น เจ้ากระรอกใหญ่ น่าจะอายุมาก ขนสีคล้ำหางยาว กำลัง “เล่นท่า” ห้อยหัวลงมากินข้าวโพดคั่ว ที่มีคนใส่กล่องแขวนให้ มันทำท่าชิมไม่กี่คำ ก็พลิกตัวว่องไวหายไปบนยอดไม้เจ้ากระรอกตัวนั้น ถ้ามันบอกได้ มันอาจบอกว่า ชอบมะพร้าวขูดของเจ๊ยุ มากกว่ารสข้าวโพดคั่วเจ๊ยุ ทำข่าวมานาน จนถูกเรียกเจ้าแม่ทำเนียบ...ถึงวันนี้ยังไม่มีใครแทน เมื่ออยู่มีแต่คนรัก แม้เจ๊จากไปหลายปีก็ยังมีคนคิดถึง ยังมีวี่แววอาลัย อย่างน้อยก็จากนกประดามี รวมทั้งเจ้ากระรอก ตัวนั้นชีวิตที่เคลื่อนไหวตรงหน้า ผมถือเป็นข่าวดี ที่จะขอเก็บไว้เล่าสู่เฉพาะคนรักๆกันยกเว้นคนที่ไม่มีหัวใจ รักใครไม่ค่อยเป็น และคนที่ถนัดเล่นบทโกรธขึ้งปึงปังอย่างเดียว.กิเลน ประลองเชิง