ทุกเรื่องกว่าที่จะหลุดออกมาเป็นคำพูด คุณสุจิตต์ วงษ์เทศ ที่ผมนับถือเป็นหนึ่งในผู้รู้แจ้ง รู้จริง ค้นคว้าอ่านตำรานับเล่มไม่ถ้วนเช่นเรื่องที่เชื่อกันว่า ถิ่นฐานดั้งเดิมคนไทยอยู่ที่ภูเขาอัลไตอพยพจากเหนือลงใต้มาเรื่อยๆ คุณสุจิตต์ ก็โพล่งว่า คนไทยไม่ย้ายจากแถวจีน ลงใต้ คนไทยแต่ดึกดำบรรพ์อยู่กันที่นี่ ก็ที่เป็นประเทศไทยนี่แหละในงาน “ทอดน่อง ท่องเที่ยว” ที่วัดใหญ่ ปากคลองแม่กลอง สมุทรสงคราม คุณสุจิตต์ วงษ์เทศ แก้ข้อหาให้สุนทรภู่ ว่าแท้จริงเป็นกวีผู้ดี ไม่มีเรื่องขี้เมา ไม่มีเรื่องเจ้าชู้ประตูดิน อย่างที่เขียนๆกัน แต่ประการใดนึกถึงสุนทรภู่ ก็นึกถึงกลอนในนิราศภูเขาทอง “ไม่เมาเหล้า แต่แล้วเรายังเมารัก สุดจะหักห้ามจิตคิดไฉน ถึงเมาเหล้าเช้าสาย ก็หายไป แต่เมาใจนี้ประจำทุกค่ำคืน”นิราศเมืองแกลงตอนที่เรือผ่านเกาะสีชัง ยังมีอีกบทที่จับใจ “น้ำก็นองอยู่ในท้องชลาสินธุ์ จะกอบกินเค็มขมไม่สมหวัง เหมือนไร้คู่อยู่ข้างกำแพงวัง จะเกี้ยวมั่งเขาก็เฆี่ยนเอาเจียนตาย”อ่านแล้วสงสาร ถ้าสุนทรภู่จะเป็นกวีขี้เมา ก็น่าจะเพราะผิดหวังเรื่องความรักนี่เองจุดเด่นของกลอนนิราศ เน้นเรื่องความรักความหลัง จะจริงมากน้อยก็ไม่รู้ ในนิราศภูเขาทอง สุนทรภู่แต่งตอนเป็นพระ ท่านออกตัวไว้ตอนท้ายๆ “เหมือนแม่ครัวคั่วแกงพะแนงผัด สารพัดพยัญชนังเครื่องมังสาอันพริกไทยใบผักชีเหมือนสีกา ต้องโรยหน้าสักหน่อยอร่อยใจ”ถ้าไม่ใช่การแก้ตัว เป็นพระเขียนกลอนเกี้ยวสีกา...ก็ต้องถือว่า นี่เป็นวิสัยของกวี ไม่มีเรื่องความรักเรื่องสีกา กลอนก็ไม่มีรสชาติและถ้าเรื่องจริงเป็นเช่นที่คุณสุจิตต์ วงษ์เทศ ว่าสุนทรภู่มีชีวิต แบบเซเลบ มาดผู้ดีมีตระกูล เป็นขุนนางรับใช้ใกล้ชิดในวัง เรียกชาววังก็ได้ ไม่มีความประพฤติเสียหายอะไรเลยเรื่องขี้เมาเจ้าชู้ ทั้งหลายล้วนแต่เป็นเรื่อง “กลอนพาไป”ผมมีหนังสือสุนทรภู่ อยู่หลายเล่ม ตั้งข้อสงสัยต้นเค้าเรื่อง กวีขี้เมา มาจากไหนตั้งใจใช้ความรู้จากหนังสือเก่า ปกลุ่ยกระดาษเปื่อย สารานุกรม วรรณคดี คุณประพัฒน์ ตรีณรงค์ คุณสงวน อั้นคง ค้นคว้าพิมพ์เป็นหนังสือเล่มหนา เมื่อปี 2505สุนทรภู่เริ่มงานเสมียนกรมพระคลังสวน วังหลัง งานไม่ก้าวหน้าเพราะมีชื่อเสียงไปทางแต่งกลอน จนแม่จัน นางข้าหลวงในกรมพระราชวังหลังมาติดพัน เรื่องถึงพระกรรณเจ้านาย สุนทรภู่และแม่จัน ถูกลงโทษต้องจำทั้งคู่พ้นโทษปี 2349 จึงออกเดินทางไปหาบิดาที่บวชเป็นพระที่เมืองแกลง กลับจากเมืองแกลง เป็นมหาดเล็กพระองค์เจ้าปฐมวงศ์ ตอนนี้เอง ได้แต่งงานกับแม่จัน สมใจแต่ชีวิตครอบครัวไม่ราบรื่น เพราะเรื่องเหล้า ขณะที่งานราชการก้าวหน้า เป็นอาลักษณ์ เป็นกวีคนโปรด รัชกาลที่ 2 มีบ้านช่องห้องหอใหญ่โต เรื่องเมาเหล้าก็เข้ามา ถึงขั้นเมาทุบตีมารดา จนต้องติดคุกอีกครั้งออกจากคุกชีวิตก็ดีขึ้น เป็นครูสอนหนังสือเจ้าฟ้าอาภรณ์ ผลัด แผ่นดิน ชีวิตก็ตกต่ำ “สิ้นแผ่นดินสิ้นรสสุคนธา วาสนาเราก็สิ้นเหมือนกลิ่นสุคนธ์” ได้พระองค์เจ้าลักขณานุคุณ อุปถัมภ์พออยู่ได้ชีวิตช่วงปลาย สุนทรภู่ ก็ได้รับใช้สมเด็จพระปิ่นเกล้า วังหน้าอยู่ 5 ปี อายุ 66 ปี พ.ศ.2398 ก็ถึงแก่กรรมสรุปความได้ว่า เหตุที่สุนทรภู่เจอข้อหากวีขี้เมา มาจากชุดความรู้ มีผู้ค้นคว้าจากหนังสือเก่าหอสมุดแห่งชาติ ซึ่งอาจเขียนขึ้นจากปากชาวบ้านเล่าต่อๆกันมา ตามประสาคนดังที่มักถูกนินทาแบบใส่สีตีไข่...ก็ได้อยากจะแน่ใจ สุนทรภู่เป็นกวีผู้ดีแบบไหน ก็ต้องตามคุณสุจิตต์ ถกแถลงแจงเหตุปัจจัยที่เป็นชุดความรู้ใหม่ จะทางตัวหนังสือหรือทางเฟซบุ๊ก กันเอาเอง.กิเลน ประลองเชิง