ระบอบเผด็จการของประเทศแถบตะวันออก เป็นต้นแบบคำเย้ยหยัน ของฝรั่งคนตะวันตก มาแต่ไหนแต่ไร (เรื่องคมๆ ความหมายชวนคิด สำนักพิมพ์อินสไปร์ พ.ศ.2553) เรื่องที่ 27ผู้นำคนเก่า เมื่ออายุเริ่มแก่ ร่างกายก็ยิ่งอ่อนแอ ไม่นานท่านก็ตายทายาท ผู้นำคนใหม่ไฟแรง เมื่อขึ้นนั่งเก้าอี้แห่งอำนาจ ก็ปรารถนาจะสำแดงฝีมือให้ลือชาเป็นที่ปรากฏ เขาใช้เวลาหลายวัน เขียนนโยบายปกครองประเทศรูปแบบใหม่ฤกษ์งามยามดี ท่านผู้นำก็ประชุมขุนนางประกาศนโยบายเหล่าขุนนาง ตั้งใจฟังนโยบายท่านผู้นำคนใหม่จนจบ ขุนนางใหญ่มากด้วยคุณธรรมความสามารถ เป็นที่นับถือของชาวบ้านคนหนึ่ง ก็ก้าวออกมาแถวหน้า“กระผม ขออนุญาตเสนอความคิดเห็นสักเล็กน้อย”ขุนนางใหญ่ตั้งใจมาก จนไม่ได้ดูสีหน้าแววตาไม่สู้ดีของท่านผู้นำ“หลายข้อของนโยบาย เป็นเรื่องดี แต่มีบ้างบางข้อที่จำเป็นต้องแก้ไข ขอเวลาให้พวกกระผมอีกสักเล็กน้อย จะปรึกษาหารือกันเพื่อแก้ไข ให้ได้แนวทางที่ดีที่สุด”สิ้นเสียงขุนนางใหญ่ เสียงวิพากษ์วิจารณ์เห็นด้วยกับข้อเสนอขุนนางใหญ่เซ็งแซ่ แต่เมื่อเสียงค้อนทุบโต๊ะปังใหญ่ เสียงวิพากษ์วิจารณ์ก็หยุด“ข้าไม่ต้องการฟังข้อเสนอ” เสียงโกรธเกรี้ยวกราดท่านผู้นำ “เอาตัวมันไปขังคุกสิบปี”เงียบกริบครู่ใหญ่ ไม่นาน ขุนนางใหญ่อีกท่าน ก็ก้าวออกมา น้อมกายคารวะ “ข้าพเจ้ามีความเห็นว่า นโยบายของท่านผู้นำดีมาก ท่านปราดเปรื่องสมเป็นทายาทผู้นำคนก่อน”สิ่งที่ไม่มีใครในที่ประชุมนั้นคาด ก็เกิด “นโยบายของข้า ไม่อนุญาตให้ใคร ออกความเห็นสุ่มสี่สุ่มห้า” แล้วก็สั่งให้จับขุนนางใหญ่คนที่สอง ไปเข้าคุกยี่สิบปีเป็นอันว่า โทษขุนนางฝ่ายสอพลอ หนักกว่าขุนนางฝ่ายไม่สอพลอหนึ่งเท่าเรื่องเล่าเรื่องนี้ มีคำอธิบายความหมายชวนคิดว่า นโยบายใหม่ ย่อมมีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย การปิดตายไม่ให้แสดงความคิดเห็นเลยนั้น ถือเป็นเผด็จการสุดขั้วมีแต่การยอมรับความคิดเห็นที่หลากหลาย จะช่วยให้สถานการณ์แย่ๆดีขึ้น เป็นหนทางที่จะส่งเสริมให้บ้านเมืองเจริญรุ่งเรือง สังคมพัฒนาก้าวหน้าไปทันอารยโลกเผด็จการ มักสร้างสังคมแห่งความเชื่อ โดยพยายามหลีกเลี่ยงการให้ความรู้ที่ถูกต้องแก่ประชาชน เพื่อให้ปกครองและชักจูงได้ง่ายบทสรุปของเรื่องเล่าเรื่องนี้ ความเชื่อสร้างเผด็จการ ความรู้สร้างประชาธิปไตยสิ่งที่เผด็จการกลัว คือความรู้เรื่องประชาธิปไตย หากแสงสว่างแห่งความรู้สาดแสงส่องสว่างไปถึงบ้านเมืองใด ความสงบสุขสันติก็จะเกิดกับบ้านเมืองนั้นเหตุที่ผมเอาเรื่องเล่า ที่เคยเล่าแล้วมาเล่าใหม่อีกครั้ง เพราะอ่านข่าวนายกฯประยุทธ์ ไปเยือนประเทศฝรั่งนิตยสารไทม์เอาคำสัมภาษณ์ท่านเป็นเรื่องใหญ่ เอาภาพท่านขึ้นปก พร้อมคำพาดหัว “เผด็จการหรือประชาธิปไตย”นัยว่าเรื่องของนายกฯไทย ซึ่งวันนี้ ดูจะยังไม่แน่ว่าจะเลี้ยวซ้ายไปหาเผด็จการ หรือเลี้ยวขวาไปหาประชาธิปไตย เป็นเรื่องขายดีในเมืองฝรั่งส่วนความจริงที่ว่า ในเมืองไทยชื่อเสียงท่านนายกฯจะขายดี หรือไม่ เห็นจะต้องรอวัดกันหลังเลือกตั้ง.กิเลน ประลองเชิง