หลังจากถังแตกไม่มีเงินทั้งเงินเก็บและเงินออมแถมเงินใช้จ่ายในภาวะปัจจุบันมีเท่าไหร่ก็ไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ ลิซ่า มารี เพรสลีย์ บุตรสาวคนเดียวของราชาเพลงร็อกแอนด์โรล “เอลวิส เพรสลีย์” ผู้ล่วงลับไปแล้ว ให้ทนายยื่นเรื่องขอคำปรึกษาจากศาลว่าจะสามารถฟ้องร้องเอาผิดกับอดีตผู้จัดการทางธุรกิจ ซึ่งเคยเป็นผู้ดูแลทรัพย์สินมรดกมูลค่า 100 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเอลวิสพ่อของเธอทิ้งไว้ให้ได้หรือไม่?การที่ลิซ่าต้องขอพึ่งกระบวนการยุติธรรมก็เพราะ “ลูกสาวเอลวิส” อ้างว่า อดีตผู้จัดการทางธุรกิจ ซึ่งดูแลทรัพย์สินมรดกให้เธอคนนี้นำมรดกซึ่งอยู่ในรูปกองทุนมูลค่ามหาศาลไปลงทุนอย่างผิดพลาด จึงทำให้เงินทองของลิซ่า มารี ร่อยหรอลดลงไปเรื่อยๆ แทนที่จะมีมากขึ้นกว่าเดิมตามหลักการของบริษัทที่ดูแลทรัพย์สินโดยทั่วๆไป ที่มักจะสร้างมูลค่าเพิ่มขึ้นให้กับเงินกองทุนที่พวกเขาดูแลเหตุนี้ ทางลิซ่า มารี ซึ่งเป็นบุตรสาวและเป็นผู้รับมอบมรดกก้อนนี้เพียงคนเดียว จึงเสียความรู้สึกกับ นายแบร์รี่ ซีเกิล อดีตผู้จัดการด้านธุรกิจ คนนี้มาก เธอจึงต้องทวงขอความเป็นธรรมจากกระบวนการยุติธรรมซะเลยซึ่งศาลในรัฐแคลิฟอร์เนียท่านก็ยอมรับฟังความทุกข์ใจเรื่องเงินทองของลิซ่า มารี วัย 50 ปี จึงอนุญาตให้เธอฟ้องร้องเอาผิดกับนายแบร์รี่ ซีเกิล อดีตผู้จัดการที่ดูแลมรดก แต่กลับทำให้ทรัพย์สมบัติที่ลิซ่าควรได้รับหดหายไป จนน่าใจหายอย่างไรก็ตาม แม้นายแบร์รี่ไม่สามารถคัดค้านการตัดสินใจของศาลที่เปิดไฟเขียวให้ลิซ่าฟ้องร้องเขา กระนั้นศาลยังเปิดโอกาสให้นายแบร์รี่นำหลักฐานใหม่ๆ ที่เหมาะสมเข้ามาพิจารณาสู้คดีได้อีกครั้งด้านทนายความของนายแบร์รี่ ต่อสู้ทางวาจาว่า ลิซ่า มารี ควรนำข้อพิพาทนี้ไปยื่นฟ้องต่อศาลแพ่งแทนที่จะฟ้องศาลที่รับเรื่องเกี่ยวกับพินัยกรรม อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะยื่นฟ้องศาลไหน ลิซ่า มารี ทายาทคนเดียวของ เอลวิส เพรสลีย์ ก็มั่นใจว่า เธอจะชนะคดีนี้อย่างแน่นอนลิซ่า มารี กล่าวหาว่า นายแบร์รี่ กับบริษัทของเขาที่ชื่อ โพรวิเดนท์ ไฟแนนเชียล แมเนจเมนต์ นอกจากจะนำเงินของเธอไปลงทุนอย่างผิดพลาดอย่างมหันต์ด้วยการนำเงินไปลงทุนอย่างสะเพร่า, ไม่ระมัดระวังและประมาทเลินเล่อแล้ว เขายังกอบโกยค่าธรรมเนียมในการบริหารกองทุนมากเกินไปอีกด้วย จึงทำให้นายแบร์รี่ร่ำรวยอย่างรวดเร็วและไม่น่าให้อภัยด้านนายแบร์รี่ก็อ้างว่า ลิซ่า มารี เป็นคนใช้เงินเก่งและใช้อย่างไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจลิซ่า มารี อ้างด้วยว่า นายแบร์รี่ อดีตผู้จัดการรายนี้จัดแจงให้เงินเดือนแก่ตัวเองในฐานะเป็นผู้จัดการให้เธอถึงปีละ 7 แสนดอลลาร์ ซึ่งเป็นจำนวนที่มากไป ขณะเดียวกัน เขาก็จัดแจงตกแต่งตัวเลขมาหลอกเธออยู่เป็นประจำ คดีนี้ขอให้ใครที่ทำผิดรับกรรมไปก็แล้วกัน.ยูเรนัส