วันนี้ วันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 เป็น “วันวิสาขบูชา” วันสำคัญอย่างยิ่งวันหนึ่งของ พระพุทธศาสนา เป็นวันที่สมเด็จพระบรมศาสดา พระพุทธเจ้า ทรงประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน ในวันเดียวกันอย่างน่าอัศจรรย์ ทรงประสูติ วันศุกร์ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ปีจอ ทรงตรัสรู้ วันพุธ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ปีระกา เสด็จดับขันธปรินิพพาน วันอังคาร ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ปีมะเส็งการประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน เป็นคติธรรมหลักของ ไตรลักษณ์ หรือ อนิจจลักษณะ เป็นธรรมดาของโลก 3 ประการ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ทุกสรรพสิ่งในโลกล้วนตกอยู่ในสภาพ 3 ประการนี้ ไม่เว้นแม้แต่ พระพุทธเจ้า ผู้เป็นพระบรมศาสดาของโลกพระท่านจึงได้นำคติธรรม ไตรลักษณ์ นี้มาเป็น หลักธรรมปฏิบัติ ในวันวิสาขบูชา คือ ความกตัญญู อริยสัจ 4 และ ความไม่ประมาทความกตัญญู ถือเป็นหลักธรรมสำคัญอย่างยิ่งในพุทธศาสนา พระพุทธเจ้า ทรงตรัสว่า “ความกตัญญูกตเวทีเป็นเครื่องหมายของคนดี” โดยเฉพาะ ความกตัญญูต่อบิดามารดา หลังจากที่ เจ้าชายสิทธัตถะ ทรงตรัสรู้เป็น พระพุทธเจ้า แล้ว ก็ได้เสด็จขึ้นไปโปรด พระนางสิริมหามายา พระมารดาที่สิ้นพระชนม์หลังคลอดพระองค์ได้เพียง 7 วัน บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ และยังเสด็จไปโปรด พระเจ้าสุทโธทนะ พระราชบิดาถึงพระราชวังที่ประทับ เมื่อพระราชบิดาประชวรหนักใกล้สวรรคต พระพุทธองค์ ก็ยังเสด็จไปโปรดจนพระราชบิดาบรรลุสำเร็จเป็นพระอรหันต์และนิพพานในพระราชวังในวันนั้นเองอริยสัจ 4 เป็น หลักธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ ซึ่งเป็นหลักธรรมในการแก้ไขปัญหาชีวิต ประกอบด้วย ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค ดังนี้1.ทุกข์ เป็นความไม่สบายกาย ไม่สบายใจ เป็นสภาวะที่บีบคั้นทนได้ยาก เช่น การเกิด แก่ เจ็บ ตาย การพลัดพลาดจากสิ่งอันเป็นที่รัก การปรารถนาสิ่งใดแล้วไม่สมหวัง ทุกข์ ก็คือ อุปทานขันธ์ หรือ ขันธ์ 5 อันประกอบด้วย รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ2.สมุทัย เหตุที่ทำให้เกิดความทุกข์ ได้แก่ ตัณหา 3 คือ กามตัณหา ความทะยานอยากในกาม ภวตัณหา ความทะยานอยากในภพ อยากเป็นโน่นเป็นนี่ วิภวตัณหา ความไม่อยากเป็นโน่นเป็นนี่3.นิโรธ คือ การดับทุกข์ หรือ หนทางแห่งการดับทุกข์ ด้วยการ ดับสาเหตุที่ทำให้เกิดทุกข์ ซึ่งก็คือ ตัณหา 3 อย่างในสมุทัยนั่นเอง4.มรรค เป็นแนวทางการปฏิบัติเพื่อนำไปสู่การดับทุกข์ มีองค์ประกอบ 8 ประการ หรือ มรรค 8 คือ 1.มีความเห็นชอบ 2.มีดำริชอบ หรือคิดชอบ 3.มีสัมมาวาจา การเจรจาชอบ 4.ทำการงานชอบ 5.สัมมาอาชีวะทำมาหากินด้วยอาชีพอันชอบธรรม 6.มีความพยายามชอบ 7.มีความระลึกชอบ 8.มีความตั้งใจชอบ มรรค 8 นี้จะเรียกว่า “ทางสายกลาง” ก็ได้ คือไม่เอียงไปข้างใดข้างหนึ่งจนสุดโต่งเกินไปความไม่ประมาท เป็น ปัจฉิมโอวาท ของ พระพุทธเจ้า ถือเป็นสุดยอดคำสอนที่ชาวพุทธทุกคนพึงนำไปปฏิบัติ คือ “การมีสติอยู่ทุกเมื่อ” หรือ “ความไม่ประมาทในกาลทุกเมื่อ” เพื่อไม่ให้มีความทุกข์ร้อนใจ อันเกิดจากอำนาจกิเลสเข้าครอบงำ พระพุทธองค์ ทรงตรัสไว้ว่า “พวกเธอทั้งหลาย จงยังประโยชน์ตนและท่านให้ถึงพร้อมด้วย “ความไม่ประมาท” เถิด”หลักธรรม 3 อย่างที่ผมนำมาเล่าสู่กันอ่านนี้ ความกตัญญูอริยสัจ 4 และ ความไม่ประมาท ล้วนเป็นหลักธรรมที่คนธรรมดาเราท่านสามารถปฏิบัติได้ โดยไม่ต้องใช้ความรู้ลึกซึ้งอะไรมาก แค่ใช้ความรู้สึกผิดชอบชั่วดี ก็สามารถปฏิบัติได้แล้วคนเราเมื่อ จิตตกอยู่ในสมุทัยตัณหา มรรคแปดก็ดับสิ้น ลืมปัจฉิมโอวาท สติก็หายไป ความประมาทก็เข้าครอบงำ แล้วความวิบัติก็เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นจงฝึกให้จิตมีสติอยู่เสมอ แล้วความประมาทก็จะไม่เกิดขึ้น ความสุขทั้งหลายก็จะเกิดขึ้นเอง.“ลม เปลี่ยนทิศ”