เขียนบทเอง เล่นดราม่าเอง มาเป็นฉากๆเลยกับลีลาของ “เสี่ยตี๋” นายสาธิต ปิตุเตชะ อดีต ส.ส.ระยอง รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาบอกปัดกระแสชิ่งพรรคประชาธิปัตย์ ถูกดูดตามทีมงานค่าย “พลังชล”โอดครวญร่ายยาวเป็นเรื่องเป็นราว ถ้าย้ายค่ายใครจะเลือกพรรคทหาร เพราะฟังความรู้สึกของชาวบ้านส่วนใหญ่ในจังหวัดระยองสะท้อนความเดือดร้อนเรื่องเศรษฐกิจปากท้องเจ็บช้ำน้ำใจจากการสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้าคสช. มายึดอำนาจจับไต๋ได้ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ถือโอกาสรับมุกส่งไม้กับ “เดอะมาร์ค” นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ที่เหน็บพรรคใหม่รายวันจับควันไฟเหมือนปล่อยออกมาจากในพรรคประชาธิปัตย์เองทั้งๆว่ากันด้วยข้อมูลเบื้องหลัง ตามเงื่อนไขการเมืองในพื้นที่ภาคตะวันออก นายสาธิตกับทีมชลบุรีของตระกูล “คุณปลื้ม” ยืนอยู่คนละข้าง เคยต่อสู้กันอย่างหนักมาตลอดซึ่งตามรูปการณ์เมื่อ “พลังชล” ถูกดึงมาอยู่ฟากเดียวกับทีมหนุน “นายกฯลุงตู่” จึงไม่มีความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติที่จะดึงนายสาธิตมาทับซ้อนให้วุ่นวายกันแต่อย่างใดเรื่องของเรื่อง ถ้ามองกันเงื่อนไขสถานการณ์ เมื่อ “พลังชล” มาอยู่ฟากรัฐบาล โดยรูปเกมน่าจะเป็นนายสาธิตเองที่เป็นฝ่ายหวั่นไหว เพราะเคยเป็นมวยพลาดท่า แพ้ทางกันมาตลอดโดยเฉพาะเมื่อทีมชลบุรีแข็งแกร่ง และยี่ห้อประชาธิปัตย์ไม่มีตัวช่วยตามเหลี่ยมมวย เลยต้องเตะตัดขา “เจาะยาง” ทีมชลบุรี แถมด้วยดิสเครดิตทีมหนุน “ลุงตู่” ตีตั๋วต่อลูกเขี้ยวยี่ห้อประชาธิปัตย์เริ่มอัดมาเป็นชุดๆและเท่าที่จับจุดจับทิศทางกระแสต่อต้านพรรคหนุน “นายกฯลุงตู่” ตีตั๋วต่อ เดินอย่างเป็นระบบตามฟอร์ม เริ่มจาก “ป้ายสีเขียว” ให้เป็นพรรคทหาร คสช.ต่อมาก็เป็นการสร้างวาทกรรม “ดูด–ตกเขียว” สื่อให้เห็นภาพของการกวาดต้อน ส.ส.ของพรรคท็อปบูต ด้วยพลังเงิน อำนาจ ปืน ตามสูตรจ่อซ้ำรอยทหารเล่นการเมืองไปตายตอนจบแต่อย่างไรก็ตาม จากที่เห็นการดึง 2 พี่น้องทีมพลังชล นายสนธยานั่งตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีด้านการเมือง ขณะที่นายอิทธิพล คุณปลื้ม ในฐานะอดีตนายกเมืองพัทยา นั่งเก้าอี้ผู้ช่วยรัฐมนตรีการท่องเที่ยวฯ โดยภารกิจสำคัญยังอยู่ที่ช่วยประสานโครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ ภาคตะวันออก (อีอีซี)เอาเนื้องานมาเป็นปัจจัยประกอบเงื่อนไข “มัดจำ” แต้มแบบเนียนๆอาศัยเหลี่ยมเซียนเบี่ยงแรงกระแทกแค่นั้นยังไม่มีตรงไหนที่ส่อให้เห็นชัดว่ามีการทุ่มเงิน ใช้อำนาจกดดันให้นักการเมืองย้ายพรรคและสังเกตได้แค่ว่า บรรยากาศความคึกคัก มันเริ่มตั้งแต่นาทีที่ “จอมยุทธ์กวง” นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ “เปิดไพ่” ประกาศหนุน “นายกฯลุงตู่” ตีตั๋วต่อโดยที่ “สมคิด” และทีมงานกลายเป็นเป้าล่อทันทีตามสถานการณ์เหมือน “จอมยุทธ์กวง” แบกรับความเสี่ยงขึ้นไปจุดตะเกียงไฟบนประภาคาร ทำให้เห็นเส้นทางเรือที่นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ ตีตั๋วไปต่อผ่านสนามการเมืองแน่ทำให้นักการเมืองที่กำลังสละเรือเก่า ไม่อยากเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายกับยี่ห้อ “ทักษิณ” ไปเผชิญวิบากกรรมที่รออยู่ข้างหน้า ไร้ความหวังกับการรอ “ตายซาก” กับพรรคประชาธิปัตย์เห็นแล้วว่า “นายกฯลุงตู่” คือทางเลือกที่ลงตัวไม่ต้องกลัวประชาชนด่า นักการเมืองพาบ้านเมืองกลับไปลงเหวอับปางนี่คือภาพจริงที่ขาใหญ่ทั้งประชาธิปัตย์และเพื่อไทยหวั่นไหว จำเป็นต้องถล่มดักทางเอาให้หัวคะมำให้ได้ และสถานการณ์จะยิ่งร้อนแรงขึ้นภายหลังเดือนมิถุนายน ตามกำหนดที่ “ลุงตู่” แจ้งแล้วจะเปิดตัวแสดงความชัดเจน เป็นหนึ่งในบัญชีนายกฯจากพรรคการเมืองต้องโดนแรงกระแทกหนักกว่านี้อีกหลายเท่าตามสถานะ “คู่แข่ง” ที่นักเลือกตั้งอาชีพไม่เกรงใจ “รัฏฐาธิปัตย์” อีกต่อไปแต่ขณะเดียวกัน นักการเมืองด่าไปก็ต้องเสี่ยงกับแรงสะท้อนกลับ เจอคำถามย้อนคอหอย ในเมื่อตอนแรกทุกเสียงก็ท้าให้ “นายกฯลุงตู่” แน่จริง มาสู้กันในสนามเลือกตั้งครั้นพอถึงเวลาเจ้าตัวกระโดดลงมา เพื่อยกระดับความชอบธรรมกลับพากันรุมด่าอาการมันจับไต๋ได้ สะท้อนความหวั่นไหวของนักการเมืองเจ้าถิ่น“ลุงตู่” คือคู่ต่อสู้ที่น่ากลัวของจริง.ทีมข่าวการเมือง