ความคืบหน้ากรณีชาวบ้านบุกรุกถนนหลวงแผ่นดิน สายบางแพ-ดำเนินสะดวก-สมุทรสงคราม เป็นถนนประวัติศาสตร์เส้นทางการค้ารุ่งเรืองในอดีต ท้องที่หมู่ 1 ต.บ้านปรก อ.เมืองสมุทรสงคราม ปิดเส้นทางสัญจรของชาวบ้าน ต่อมานางสาวิตรี อาชีพโกศล เจ้าของที่ดินที่ถูกปิดกั้นได้ร้องให้กรมทางหลวงแก้ไขปัญหาแต่ไม่ได้รับการสนใจ จึงได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองสูงสุด เมื่อปี 2550 และศาลปกครองสูงสุด มีคำพิพากษาให้รื้อบ้านที่สร้างบุกรุกถนนจำนวน 40 หลังออกไปทั้งหมด แต่กรมทางหลวงโดยแขวงการทางสมุทรสงคราม ไม่ได้ดำเนินการตามคำสั่งศาล เมื่อมีการร้องเรียนอีกจึงได้มีการเจรจาขอรื้อถอน 11 หลังก่อน ภายในเดือน พ.ย.2560 และเพิ่งมาดำเนินการเมื่อวันที่ 16 ก.พ.2561 โดยรื้อเพียงครึ่งหลังและยังรุกล้ำตลิ่งริมน้ำ ไม่ได้รื้อทิ้งตามคำสั่งศาล จากการตรวจสอบของทีมข่าวเฉพาะกิจภูมิภาค นสพ.ไทยรัฐ เมื่อวันที่ 6 มี.ค. พบว่าเจ้าหน้าที่แขวงการทางได้คุมคนงานเร่งปรับถนนลาดยางเพื่อคืนสภาพถนนด้านนายชาญวิทย์ อาชีพโกศล สามีนางสาวิตรี เปิดเผยว่า หลังจากทราบข่าว พ.ต.อ.ชัชพล สมแก้ว ผกก.สภ.เมืองสมุทรสงคราม ชี้แจงว่า นางสาวสาวิตรี ได้ร้องเรื่องการบุกรุก ปี 2541 และยื่นฟ้องศาลปกครองเมื่อปี 2544 แต่เจ้าหน้าที่กรมทางหลวงไม่ได้ดำเนินการใดๆ จนกระทั่งวันที่ 6 มี.ค.2558 เจ้าหน้าที่กรมทางหลวงจึงมาแจ้งความดำเนินคดีกับผู้บุกรุก ตำรวจได้ไปตรวจสอบและมีผู้ใหญ่บ้าน 3 คน เป็นพยานยืนยันว่าผู้ต้องหาบุกรุกจริง ตำรวจทำสำนวนส่งอัยการ และทางอัยการสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหา เนื่องจากคดีขาดอายุความ 10 ปี แสดงให้เห็นว่าเจ้าหน้าที่ ละเลยการปฏิบัติหน้าที่ ที่ไม่ดำเนินการตามกรอบเวลาของกฎหมาย ขณะนี้ได้ให้ทนายตรวจสอบว่าจะดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ที่ละเลยการปฏิบัติหน้าที่อย่างไรบ้าง และให้ทำเรื่องร้องกรมเจ้าท่าเข้าไปตรวจสอบการบุกรุกริมตลิ่งด้วย เพื่อทวงคืนถนนสายประวัติศาสตร์กลับคืนมา ซึ่งข่าวคืบหน้าจะเสนอต่อไป.