นพ.อุดม คชินทร ได้รับแต่งตั้งเป็น รัฐมนตรีช่วยศึกษา มาหลายเดือน วันก่อนเพิ่งออกมาให้สัมภาษณ์ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. ได้สั่งการให้ สถาบันการศึกษา ผลิตและพัฒนากำลังคนเพื่อตอบโจทย์ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และ รองรับ 10 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายแห่งอนาคต จึงได้หารือกับ 20 บริษัทเอกชน จาก 10 กลุ่มอุตสาหกรรม เพื่อสร้างหลักสูตร “บัณฑิตพันธุ์ใหม่” ตอบโจทย์ดังกล่าว ผมเห็นข่าวแล้วก็ดีใจ มาช้าดีกว่าไม่มา เดี๋ยว ไทยแลนด์ 4.0 จะเป็นหมันงานนี้มาอย่างเร่งด่วน จะเปิดตัวหลักสูตร พร้อมกับ รับนักศึกษารุ่นแรก ในเดือน พฤษภาคม ที่จะถึงนี้ เหลือเวลาอีกไม่ถึง 3 เดือนหลักสูตร “บัณฑิตพันธุ์ใหม่” นิสิตนักศึกษาต้องไป เรียนรู้ด้วยการฝึกงานกับภาคเอกชนเป็นเวลา 50% ของเวลาเรียนทั้งหมด เช่น หลักสูตร 4 ปี 2 ปี เรียนในมหาวิทยาลัย อีก 2 ปีต้องไปเรียนในภาคเอกชน โดยมีอาจารย์จากมหาวิทยาลัยตามไปสอนงานด้วย ภาคเอกชนต้องส่งบุคลากรไปเป็นอาจารย์พิเศษประจำหลักสูตร ช่วยสอนช่วยฝึกแต่ละวิชาชีพตามมาตรฐานของเอกชน และภาคเอกชนแต่ละกลุ่มต้องช่วยวางแผนให้ข้อมูลเกี่ยวกับความต้องการในแต่ละสาขาด้วยผมฟังแล้วก็รู้สึกดีใจ ก็อย่างที่ว่า มาช้าดีกว่าไม่มา เมื่อเห็น กระทรวงศึกษาไทย เริ่ม มีความคิดที่ก้าวหน้าขึ้น หลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประกาศนโยบาย “ไทยแลนด์ 4.0” มานาน 3 ปีแล้ว ยังไม่เห็นความคืบหน้าเรื่องการผลิตคนจากกระทรวงศึกษา เพื่อรองรับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 แต่อย่างใดทุกวันนี้ กระทรวงศึกษา กำลังกลายเป็น อุปสรรคใหญ่ ของ การศึกษาไทย และ การพัฒนาประเทศไทย เพราะ การผูกขาดความรู้อยู่กับไม่กี่บริษัทแนวคิดการสร้าง “บัณฑิตพันธุ์ใหม่” ของ คุณหมออุดม รัฐมนตรีช่วยศึกษา ในครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องใหม่ ในต่างประเทศทำมานานแล้ว เช่น Babson College ในสหรัฐฯ มหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของโลกด้านออง-เทรอเพอเนอชิพ หรือ ด้านการเป็นเจ้าของกิจการ และ การสืบทอดธุรกิจ ก็ให้นักศึกษาไปเรียนกับ “บริษัทรุ่นพี่” ของมหาวิทยาลัยที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจเป็นผู้สอนมานานแล้วเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว ผมก็ได้เขียนบทความลงในคอลัมน์นี้ถึง หลักสูตรใหม่ของสถาบันศศินทร์ จุฬา ที่ ศ.ดร.ดีพัค ซี เจน ผู้อำนวยการสถาบันศศินทร์ ช่วงนั้นเล่าให้ฟังว่า ได้ร่วมกับ MIT Sloan School of Management มหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก ทำหลักสูตรใหม่ชื่อ “Action Learning Projects” หลักสูตร “การเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง” แต่ดูเหมือนจะไม่ได้รับการสนับสนุน โครงการไปถึงไหนผมไม่ได้ตาม รู้แต่ว่าอาจารย์ถอดใจลาออกไปแล้วผมคิดว่า ท่านรัฐมนตรี คงไม่ต้องเสียเวลาให้มหาวิทยาลัยไทยไป “คิดใหม่” เดี๋ยวอาจไม่เป็นอย่างที่คิด ไปขอโครงการนี้จาก สถาบันศศินทร์ ซึ่งเป็น “โครงการระดับ World Class” จะดีกว่า ขอเพียง “รัฐบาลมีความจริงใจและจริงจังที่จะทำ” เท่านั้นเอง ที่ผ่านมาผลประโยชน์บังตาหมดกลับมาที่ หลักสูตรบัณฑิตพันธุ์ใหม่ กันต่อครับ คุณหมออุดม บอกว่าวันที่ 19 กุมภาพันธ์ (เมื่อวานนี้) จะเชิญมหาวิทยาลัยทุกกลุ่มทั่วประเทศมาประชุม เพื่ออธิบายถึงโครงการบัณฑิตพันธุ์ใหม่ และให้ส่งหลักสูตรการผลิตบัณฑิตพันธุ์ใหม่เข้ามา ตั้งแต่ 19 กุมภาพันธ์-20 มีนาคม เพื่อให้ตัวแทนมหาวิทยาลัย ภาคเอกชน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมตรวจสอบหลักสูตรให้เสร็จในเดือนมีนาคม เพื่อเสนอ ครม. เดือนเมษายน ก่อนเปิดรับสมัครในวันที่ 9-13 พฤษภาคม มหาวิทยาลัยไหนทำไม่ทัน สามารถเข้าร่วมในเดือนกรกฎาคมได้ผมขอเอาใจช่วยครับ แต่จะฝ่าด่านหินในกระทรวงศึกษาออกมาได้หรือไม่ คงต้องรอดูกันต่อไป รัฐบาล คสช. เหลือเวลาบริหารประเทศอีกแค่ปีเศษเท่านั้น.“ลม เปลี่ยนทิศ”