เริ่มเห็นร่องรอยส่อเค้าจะยุ่ง หากยังดันทุรังต่อไปอย่างนี้ “เสียของ” แน่ อย่าทำเป็นเล่นไป ยิ่งไปสร้างม็อบต้านม็อบ เพราะเก้าอี้ของคนเพียงคนเดียวไปไม่รอด กลับไปคิดเป็นการบ้านได้การเมืองเข้าสู่จุดที่เรียกว่าจะเดินหน้าหรือถอยหลังลงคลอง ซึ่งอยู่ที่การตัดสินใจของผู้นำประเทศเป็นสำคัญพล.อ.วัลลภ รักเสนาะ เลขาธิการ สมช. รับสภาพว่าม็อบต้าน คสช.มากขึ้น แต่คงไม่ใช่การอ้างเหตุผลอย่างที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ว่า เอาไว้เป็นช่วงที่รัฐบาลทำงานมานานพอสมควร พอถึงจุดหนึ่งมีความพยายามที่จะทำให้รัฐบาลอ่อนแอเพื่อให้รัฐบาลออกไป ลดเครดิตความน่าเชื่อถือหากจับเหตุผลนี้มาวิเคราะห์สถานการณ์ที่เกิดขึ้น นั่นแหละคือหนทางที่จะนำพาไปสู่ฟางเส้นสุดท้ายนั่นคือภาวะการเผชิญหน้า จนนำไปสู่ความพ่ายแพ้หลายรัฐบาลที่ผ่านมา ไม่ว่าจะมาจากการเลือกตั้ง หรือเผด็จการ ล้วนประเมินสถานการณ์เข้าข้างตัวเองคิดว่าถือ “อำนาจรัฐ” แล้วเป็นถูกต้องไปทุกอย่างพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ “พี่ใหญ่” แห่ง คสช. ที่จนแต้มจึงพยายามหาแต้มด้วยกรรมวิธีเก่าๆ“ถ้าประชาชนไม่ต้องการ ผมพร้อมที่จะไปจากตำแหน่งนี้”นั่นเป็นวาทกรรมของบุคคลที่ตกอยู่ในฐานะลำบากยากเย็นกับแรงกดดันที่รายล้อมไปทุกทิศทุกทางแต่ละวันเจอคำถามไม่ว่าจะโผล่ไปที่ไหนก็เจอที่นั่น...สุดท้ายก็ต้องใช้วิธีการจิตวิทยามวลชนโยนให้ประชาชนไปตอบคำถามนี้แบบว่า ทำงานให้ประเทศชาติมา 50 กว่าปีไม่เห็นใจ ไม่เห็นคุณความดีกันบ้างเลยหรือ?คำตอบก็คือ “ไปดีเถอะนะพี่ใหญ่”เป็นแบบสอบถามทางโซเชียลที่ให้คำตอบอย่างชัดเจนพลันก็เกิดอีกเหตุหนึ่งคือ มีม็อบกลุ่มเล็กๆแต่มีเป้าหมายชัดเจน คือ ออกมาชุมนุมเรียกร้องให้ “บิ๊กป้อม” ทำงานต่อไป เพราะเป็นคนดีทำงานเพื่อประเทศชาติพูดง่ายๆว่าเป็นม็อบเชียร์ที่โผล่ออกมายามหน้าสิ่วหน้าขวานก็เลยโดนอีกฝ่ายย้อนศรว่า กระทำความผิดชุมนุมเกิน 5 คน และอยู่ในพื้นที่ใกล้พระราชวัง ย้อนศรกันตรงไปตรงมาเพราะฝ่ายต่อต้าน คสช. ก็โดนข้อกล่าวหาในลักษณะเดียวกันก็ต้องมาตั้งคำถามว่า เป้าหมายจุดประสงค์ของ คสช. ที่เข้ามาควบคุมอำนาจการปกครองประเทศนั้นคืออะไรคำตอบก็คือ ทำให้บ้านเมืองเกิด ความสงบร่มเย็น การปฏิรูปประเทศ แก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันให้หมด สร้างความปรองดองลงท้ายก็คือ จัดการกับ “นัก การเมือง” ให้อยู่ในแถวณ วันนี้กำลังเกิดอะไรขึ้น สถาน-การณ์บอกเลยว่ากำลังจะเป็น “น้ำผึ้งหยดเดียว” ขึ้นมาอีกครั้ง ด้วยการกระทำของรัฐบาลเองนั่นแหละ...ที่โทษสื่อ โทษนักการเมือง ว่าต้องการล้มรัฐบาลนั้น...ลองถามกันเองว่ามันเป็นอย่างนั้นจริงหรือ?ก่อนที่สถานการณ์จะลุกลามและบานปลายไปไกลกว่านี้ ยังมีเวลาคิดและไตร่ตรองให้เกิดความรอบคอบก่อนที่จะสายเกินแก้หากยังดันทุรังไปอย่างนี้ “เสียของ” แน่ไม่เชื่อก็คอยดูกันต่อไป!!!“ลิขิต จงสกุล”