ก็เล่นเอาลูกค้าและคนในแวดวงตลาดเงินตลาดทุนตกใจไปตามๆกัน เมื่อสื่อทุกสำนักลงข่าวในทำนองเดียวกันว่า “ดิจิทัลเขย่าแบงก์ ไทยพาณิชย์ลดพนักงาน 12,000 คน ปิดสาขาเหลือ 400 แห่ง” หลังจากที่ คุณอาทิตย์ นันทวิทยา กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ เชิญสื่อ คู่ค้า ลูกค้ารายใหญ่ ไปรับฟัง “วิสัยทัศน์ใหม่” ที่จะปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่ด้วย “ยุทธศาสตร์ตีลังกา”ท่านผู้อ่านอาจจะงง ยุทธศาสตร์แบงก์อะไรที่ “ตีลังกา” เปลี่ยนได้คุณอาทิตย์ อธิบายว่า ช่วงปีเศษที่ผ่านมา ไทยพาณิชย์ ได้ตัดสินใจทำเรื่องการเปลี่ยนแปลงองค์กรครั้งใหญ่ที่เรียกว่า Trans-formation โดยใช้งบลงทุนถึง 40,000 ล้านบาท ตั้งแต่ช่วงกลางปี 2016–2020 ตอนนี้ผ่านมาปีกว่าแล้ว เพื่อเปลี่ยนธนาคารไทยพาณิชย์ จากยักษ์ที่เชื่องช้า เป็นยักษ์ที่กระฉับกระเฉงหุ่นสะโอดสะองด้วย “ยุทธศาสตร์ตีลังกา” หรือ ยุทธศาสตร์ Going Upside Down เพราะถ้าเดินไปตามแบบเดิมที่เป็นมาในที่สุดมันจะไม่เหมาะสมกับโลกที่เดินไปข้างหน้ายุทธศาสตร์ตีลังกา ก็คือ ทำหลายๆ อย่างที่สวนทาง หรือตรงกันข้ามกับสิ่งที่ไทยพาณิชย์เคยทำมา สิ่งสำคัญเรื่องหนึ่งก็คือเอาลูกค้าเป็นตัวตั้ง แล้วจะสอดรับกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่กำลัง disrupt รายได้ในอุตสาหกรรมนี้หรือไม่ คำถามก็คือ แล้วไทยพาณิชย์จะเป็นคนสุดท้ายที่เกาะขอนไม้ เป็นแบงก์สุดท้ายที่จะไม่เปลี่ยนแปลงหรือคำถามนี้ไม่ใช่แบงก์ไทยพาณิชย์ที่ถาม ผมเชื่อว่าแบงก์อื่นก็ถามตัวเองเหมือนกันแล้ว คุณอาทิตย์ ก็อธิบายว่า การตีลังกาของไทยพาณิชย์ครั้งนี้ ไม่ได้มีท่าพิสดารอะไร แต่ถ้า “ตัวอ้วน” ก็จะตีลังกาลำบาก ดังนั้นจึงต้องทำให้ “ตัวผอม” หมายความว่า จากนี้ไปธนาคารจะต้องมีต้นทุนที่ลดลง โดยตั้งเป้าให้ต้นทุนการบริการลูกค้าลดลงให้ได้ 30% ในปี 2020ถามว่าจะทำได้อย่างไรคำตอบก็คือ นำเทคโนโลยีมาทำงานแทนกระบวนการให้บริการลูกค้า ทดแทนค่า Fee หรือค่าบริการที่เป็นรายได้ 20% ของธนาคารแบบเดิมๆ ที่จะหายไป หลังจากทรานฟอร์มแล้ว ธุรกิจของแบงก์จะเหลือเพียง 3 ส่วนคือ การบริหารความมั่งคั่ง Wealth Management สินเชื่อเพื่อการบริโภค High Margin Lending และ สินเชื่อธุรกิจเป้าหมายใหญ่ของการ Transformation ในครั้งนี้ คุณอาทิตย์์ เฉลยว่า ก็คือ Vision หรือ วิสัยทัศน์ใหม่ขององค์กร เราอยากจะเป็น The Most Admired Bank ของคนทั้ง 5 กลุ่ม คือ ลูกค้า พนักงาน ผู้ถือหุ้น ผู้คุมกฎ และ สังคม จริงๆแล้ววันนี้ต้องเพิ่ม “คู่ค้า” เข้าไปด้วย สิ่งหนึ่งที่ได้เตรียมการไว้ก็คือ เราต้องการเป็นเพื่อน เราต้องการเติบโตไปด้วยกันกับคู่ค้าและพาร์ตเนอร์ ไม่ใช่เติบโตในแบงก์อย่างเดียวเป็นวิสัยทัศน์ที่ผมคิดว่าเข้าลักษณะของ Sharing Economy คือ กำไรไปด้วยกันช่วงท้ายของการแสดงวิสัยทัศน์ครั้งนี้ คุณธนา เธียรอัจฉริยะ และ คุณอารักษ์ สุธีวงศ์ สองพิธีกรกิตติมศักดิ์ระดับรองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ได้ถาม คุณอาทิตย์ ว่า เมื่อจะทำตัวให้ผอมแล้ว จำนวนสาขาและพนักงานจะเป็นอย่างไรคุณอาทิตย์ ตอบว่า ปัจจุบันมี 1,154 สาขา ตัวเลขคร่าวๆจะลดเหลือ 400 สาขา พนักงาน 27,000 คน จะลดเหลือ 15,000 คน อันนี้ ไม่ใช่ปลดพนักงาน แต่คุยกับพนักงานเรียบร้อยแล้ว สาขาก็ยังมี แต่ปรับเปลี่ยนเป็น Business Center ทำหน้าที่ช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เป็น Investment Center ช่วยลูกค้าบริหารความมั่งคั่งในชุมชน เช่น จตุจักร เกาะรัตนโกสินทร์ รูปแบบสาขาจะอยู่ในรูปแบบของศูนย์ธุรกิจสรุปก็คือเปลี่ยนรูปแบบสาขานั่นเองผมเก็บเอาเรื่อง ยุทธศาสตร์ตีลังกา ของ ธนาคารไทยพาณิชย์ มาเล่าสู่กันฟัง เพื่อให้เห็นว่า การ Transform ตัวเองเพื่อหนีจากการ Disrupt ของเทคโนโลยียุคใหม่ ไม่ใช่เรื่องง่ายถ้าเป็นการ Transform ระดับประเทศ ก็ยิ่งยากขึ้นไปใหญ่ ถ้าผู้นำประเทศขาดวินัย หรือ มีสองมาตรฐาน ต้นทุนการ Transform ก็จะยิ่งแพงขึ้นไปอีกไม่รู้กี่เท่า.“ลม เปลี่ยนทิศ”