ห้วงเวลานี้ ไม่มีเครื่องประดับในเมืองไทยใดที่จะถูกกล่าวถึงมากไปกว่า...นาฬิกา!!!และ “ริชาร์ด มิลล์” ชาวฝรั่งเศสก็ไม่ใช่นักการเมือง แต่เป็นแบรนด์และชื่อเจ้าของที่ผลิตเรือนนาฬิกาสัญชาติสวิสฯ ราคาเหยียบล้านอัพขึ้นไปนี้ ด้วยคุณสมบัติ วัสดุแน่น แต่ให้คุณภาพที่ใส่แล้วเบาหวิวราวไร้น้ำหนักซึ่งก็พอดีกับเรื่องวุ่นวายที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์...ซึ่งหากคิดซื้อนาฬิกาสักเรือนที่สลักไว้ว่า “Swiss-made” แล้วยังนึกว่าผลิตในประเทศนี้จริงละก็...คงต้องทบทวนใหม่เพราะชิ้นส่วนอะไรต่อมิอะไร ทั้งหน้าปัด เรือนกระจกแซฟไฟร์ และกล่องกำลังผลิตกันอย่างบานเบ่งที่...จีน มอริเชียส และเมืองไทยของเรา!!! แล้วสุดท้ายก็ประกอบทุกชิ้นส่วนมาจบลงด้วยคำว่า “Swiss-made”แต่ด้วยกฎที่เข้มงวดขึ้น และเพิ่งมีผลบังคับใช้ ซึ่งข้อเรียกร้องที่ดูหนักอกหนักใจหลายแบรนด์คือ ต้นทุนการผลิตจะให้อยู่ในประเทศ 60% เพิ่มจากกฎเดิมที่ให้ 50% และจุดเปลี่ยนที่ให้ปรับนี้ก็คือ...ระบบกลไกการทำงานไม่ใช่อะไร ก็เพื่ออยากให้สินค้าเป็นเกรดพรีเมียม น่าเชื่อถือขึ้นในสายตาของผู้บริโภค และเพื่อเป็นเกราะคุ้มกันอุตสาหกรรมนาฬิกาจากคู่แข่งในเอเชีย ไม่แค่นั้น ยังช่วยให้ผู้ผลิตขายแบรนด์ราคาแพงได้มากขึ้น เพื่อจะได้ไม่แยกชิ้นส่วนประกอบโยกไปเอเชีย มาร์จิ้นการตลาด หรือผลกำไรก็ได้อยู่ในประเทศไม่ใช่เทไปยังฝั่งนู้นทั้งที่เป็นความหวังดี แต่ก็ถือเป็นเรื่องยุ่งยากสำหรับผู้ผลิตนาฬิกาสวิสที่ขายราคาถูกกว่า เพื่อลดต้นทุนและสภาพการแข่งขันที่รุกกันอย่างกราดเกรี้ยว ซึ่งแหล่งข่าวหลายคนก็แทบพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าผู้ผลิตนาฬิกาเกือบทุกยี่ห้อ ณ ตอนนี้นำเข้ากระจกแซฟไฟร์จากเอเชียทั้งนั้นบางรายก็ “โนแคร์” กับกฎหยุมหยิมก็รัฐบาล หรือกฎกติกามารยาทสังคม ที่ปกติจะเก็บซัพพลายเออร์ของตัวเองเป็นความลับ เลยมีบางแบรนด์ เช่น “Swiss CODE41” ที่เปิดโปรเจกต์หาเงินระดมทุนชูคอนเซปต์โปร่งใสเต็มร้อยว่า ชิ้นส่วนเกือบหมดน่ะมาจากจีนซึ่งทาง สมาพันธ์นาฬิกาแห่งชาติ (FH) เตือนไว้เลยว่าจะตั้งหน่วยเฉพาะกาลนี้ขึ้นเข้าไปแทรกแซงแน่ ถ้ากฎกติกา “Swiss-made” นี้ไม่มีใครปฏิบัติและให้ความเคารพ!!!ฤทัยรัช จันทร์เพ็ญ