ตำบลกระสุนตก...คำคำนี้มีความหมายในตัวของมันเองที่ว่าเปรียบเหมือนหมู่บ้านที่เป็นเป้าหมาย มักจะถูกถล่มมาทุกสารทิศ ทั้งลูกปืน ทั้งระเบิดอะไรก็แล้วแต่...ที่ไม่ดีไม่งามมักจะไหลมาที่นี่ที่เดียวเปรียบคนในรัฐบาล ณ เวลานี้ที่เห็นๆมีอยู่ 2 ท่าน คือ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ระดับ “พี่รอง” ก็เคยผ่านเรื่องทำนองนี้มาแล้วล่าสุด “พี่ใหญ่” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ กำลังเจอเข้าไปเต็มๆผ่านเรื่อง นตท.เสียชีวิต ซึ่งผลการสอบสวนยังไม่ออกมาว่าเหตุเพราะอะไรกันแน่แต่ พล.อ.ประวิตร เจอเข้าไปเต็มๆ เพราะไปพูดจาพาดพิงที่ทำให้ผู้ปกครองรู้สึกเสียใจเหมือนกับลูกเขาไร้ค่าทำนองนั้นฉากนั้นจบไปแล้ว...ครั้นรัฐบาล “ประยุทธ์ 5” กำลังจะเดินหน้าเพื่อขับเคลื่อนการทำงานด้วยหน้าตา ครม.ใหม่ ที่น่าจะพูดได้ว่าดีทีเดียวสำหรับการแก้ไขปัญหาและสร้างผลงานชิ้นใหม่ๆทว่า ระหว่างถ่ายรูปหมู่เท่านั้นแหละ...เป็นเรื่องขึ้นมาทันทีเนื่องจากระหว่างกำลังถ่ายรูปกันนั้น เผอิญที่ว่าอากาศร้อนแดดส่องเปรี้ยงเข้าให้ ก็เกิดแสงวูบวาบขึ้นมาจากฝ่ามือของ พล.อ.ประวิตร ที่ยกมือปิดหน้าผากกันแดดก็ได้เรื่องเลย เพราะนอกจากแสงเพชรจากแหวนแล้วยังมีนาฬิกายี่ห้อดัง ราคาแพงระยับโผล่ออกมาจากข้อมือกลายเป็นเรื่องฮือฮากันไปทั้งสังคม เพราะราคานาฬิกานั้นขึ้นหลักหลายล้านบาท แพงกว่าแหวนเพชรเสียอีกจากแหวนเพชรก็กลายเป็นเรื่องนาฬิกาขึ้นมาทันทีว่าที่จริงแล้ว การที่จะมีแหวนเพชร มีนาฬิกาก็ไม่ใช่เรื่องแปลก หากมีเงินซื้อหามาได้ แต่เนื่องจากมีตำแหน่งทางการเมืองที่จะต้องแจงบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. ให้ถูกต้องตามระเบียบ จึงมีการสอบถามว่า ได้แจงบัญชีทรัพย์สินถูกต้องหรือไม่?เพราะมีข้อมูลพบว่า ทรัพย์สิน 2 รายการนี้ไม่ได้แจ้งเอาไว้จึงเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมา ถามเจ้าตัวก็ไม่ยอมให้คำตอบ อ้างว่าจะชี้แจงกับ ป.ป.ช.เอง และยืนยันว่าไม่เคยทุจริต ไม่ได้ร่ำรวยผิดปกติคงต้องติดตามกันต่อไปว่าอะไรจะเกิดต่อไป แต่แค่นี้ก็เป็นจำเลยสังคมไปแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นในส่วนของ ป.ป.ช.เองก็จะเกิดปัญหาต่อไป เพราะประธาน ป.ป.ช. คือ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจคือคนใกล้ชิดสนิทสนมกับครอบครัว “วงษ์สุวรรณ” อย่างที่รู้ๆกันอยู่พูดง่ายๆ งานนี้ชี้ว่าผิดก็ซวย ชี้ไม่ผิดก็ซวย ทั้งขึ้นทั้งล่องในทางการเมืองนั้น ที่เห็นและเป็นอยู่ในพรรคการเมืองดังๆจะต้องมี “ผู้มีบารมี” ประจำพรรคอย่างเช่น พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ นายบรรหาร ศิลปอาชาในความเป็นผู้มีบารมีก็ด้วยบุคลิก ความสามารถพิเศษเฉพาะตัว กล้าได้กล้าเสีย มนุษยสัมพันธ์เยี่ยมด้วยองค์ประกอบเหล่านี้ ทำให้เขาเหล่านี้สามารถที่จะทำให้พรรคการเมืองในสังกัดมีโอกาสดีในทางการเมืองและสร้างหัวหน้าพรรคให้มีตำแหน่งถึงนายกฯมาแล้วคนชื่อ “ประวิตร” ก็คงมาในอีหรอบเดียวกัน ถือว่าเป็นผู้มีบารมีใน คสช. ในกองทัพ ในรัฐบาล ที่เป็นกำลังสำคัญในการผลักให้ “น้องเล็ก” ยืนอยู่ในอำนาจได้จนมิอาจพรากจากกันได้แต่ในคำว่าผู้มีบารมีนั้น มักจะมี “จุดอ่อน” อยู่ใน “จุดแข็ง” จึงเกิดเรื่องราวมากมายจนกลายเป็นปัญหาไม่ต่างกันเป็น “เป้าหมาย” ทางการเมืองที่จะถูกทำลายล้างมาตลอด.“สายล่อฟ้า”