มีข่าวเล็ดลอดมานานกับความหมักหมมที่เกิดขึ้นในเรือนจำ หรือคุก หลายแห่ง เรือนจำบางแห่งผู้คุมปล่อยปละละเลยจนทำให้เกิดนักโทษขาใหญ่มีบทบาทในการติดต่อสั่งซื้อขายยาเสพติด บางแห่งเป็นสถานที่ฝึกฝนความเชี่ยวชาญ “วิชาโจร” ให้กับนักโทษคดีลักจี้ชิงปล้นกลับออกมาก่อเหตุหลังพ้นโทษจากเรือนจำน่าจะถึงเวลาสะสางกันมานานแล้ว ปัญหานักโทษขาใหญ่ ผู้คุมในเรือนจำ ที่ปล่อยปละให้มีการกระทำผิดหรือมีส่วนได้รับผลประโยชน์จากการปล่อยให้มีสิ่งของผิดกฎหมายหลุดรอดเข้าไปอยู่ในมือนักโทษกลายเป็นดินแดนสนธยานักโทษไม่กลัวติดคุก เพราะเข้าไปแล้ว สบายกว่าอยู่ข้างนอกกลายเป็นปัญหาใหญ่ของ กรมราชทัณฑ์ ที่ไม่มีใครกล้าแตะ เข้าไปล้วงลูกแก้ไขพ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เห็นถึงปัญหาออกนโยบาย “3 ส.” สะอาด สุจริต และเสมอภาค มาใช้เป็นนโยบายดำเนินการมากว่า 2 เดือน ปัดกวาดเรือนจำ จัดระเบียบเรือนจำวางกฎเหล็ก สุจริต ให้คนในสังกัดกรมราชทัณฑ์ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ไม่ให้กระทำผิดแต่ถ้าเกิดทำผิดขึ้นมาต้องถูกลงโทษทางวินัย ไม่มีการละเว้นพ.ต.อ.ณรัชต์ได้อาศัยลงพื้นที่บ่อยครั้ง มีการสุ่มตรวจเรือนจำถี่มากขึ้น มีการตรวจสอบหนังสือร้องเรียนทุกฉบับเพื่อนำมาใช้แก้ไขปัญหาที่ทำความเดือดร้อนผู้ที่เป็นญาตินักโทษ และนักโทษที่ถูกควบคุมในเรือนจำจนตรวจพบการกระทำความผิดมีมติลงโทษ 14 ราย เป็นโทษร้ายแรงไล่ออก 13 ราย ให้ออก 1 รายเป็นการกระทำความผิดที่แตกต่างกันไป ตั้งแต่การละทิ้งหน้าที่เกิน 15 วัน ปล่อยให้มีการนำโทรศัพท์เข้าไปในเรือนจำ โดยมีการเรียกรับสินบน มีส่วนรู้เห็นหรือไม่ยอมตรวจค้น ปล่อยให้มีการลักลอบนำและใช้มือถือในเรือนจำ มีส่วนรู้เห็นปล่อยให้มีการจำหน่ายสินค้า หรือปล่อยให้มีการขายพระในเรือนจำบางอย่างผิดร้ายแรงมากแต่ที่ไม่น่าเชื่อว่าจะมีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นในเรือนจำคือ การปล่อยให้เปิดบ่อน แทงพนันในเรือนจำ และแย่กว่าคือ ผู้คุมเรือนจำ รู้เห็นเป็นใจให้นักโทษชายแอบลักลอบไปมีเพศสัมพันธ์กับนักโทษหญิง โดยมีผู้คุมช่วยเหลือลักลอบไขกุญแจให้นักโทษ แม้ผู้คุมอ้างว่าหลอดไฟเสีย แต่มี “ภาพวงจรปิด” ยืนยันพฤติกรรมที่รู้เห็นเป็นใจเห็นบทลงโทษที่เด็ดขาด เอาจริงเอาจัง น่าชื่นชม อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ที่เป็นผู้นำในการแก้ปัญหา ไม่ใช่แค่เขียนนโยบายไว้บังหน้า ไม่เคยมีการลงโทษ ปลดออกไม่ออก ปรับย้ายคนดีออกไป คนไม่ดีอยู่ครบแต่มาวันนี้ พ.ต.อ.ณรัชต์ลงมาเล่นงานคนที่เป็นปัญหาตัวจริงในเรือนจำ ยึดตามพยานหลักฐานไม่ปล่อยให้ “เรือนจำ” กลายเป็น “แดนสนธยา”.“เพลิงพยัคฆ์”pluengpayak@thairath.co.th