ใกล้ช่วงวันเพ็ญเดือน 12 เวียนมาบรรจบทุกๆปี จังหวัดต่างๆจึงเตรียมจัดงานวันลอยกระทง....!เป็นประเพณีที่มีมายาวนานตั้งแต่ครั้งสมัยสุโขทัย ในรัชสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ซึ่งในช่วงนั้นเรียกกันว่า “พิธีจองเปรียง” หรือ “พิธีลอยพระประทีป” มีหลักฐานจากศิลาจารึกหลักที่ 1 กล่าวถึงงานเผาเทียนเล่นไฟว่าเป็นงานรื่นเริงที่ใหญ่ที่สุดของกรุงสุโขทัย ซึ่งน่าจะกลายเป็นงานลอยกระทงในยุคหลังๆดังนั้น ช่วงวันเพ็ญเดือนสิบสอง นายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผวจ.สุโขทัย จึงร่วมกับกรมศิลปากร และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จัดให้มีงานประเพณีลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟ ในระหว่างวันที่ 1-5 พ.ย.60 อย่างยิ่งใหญ่โดยใช้สถานที่จัดงานนี้ ภายในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ต.เมืองเก่า อ.เมืองสุโขทัย ภายใต้แนวคิดการ “ลอยพระประทีปหลอมรวมใจ ร่วมอาลัยพ่อแห่งชาติ ถวายอภิวาทมหาวชิราลงกรณ”กิจกรรมภายในงานที่จัดเตรียมไว้ นอกจากมีพิธีรับรุ่งอรุณแห่งความสุข ณ อุโบสถวัดตระพังเงิน และพิธีบวงสรวงบุรพกษัตริย์สุโขทัยทุกพระองค์ ณ ลานพระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราชยังจัดขบวนแห่ประเพณีวัฒนธรรมจากทั้ง 9 อำเภอ การประกวดกระทงเล็ก โคมชักโคมแขวน พนมหมาก พนมดอกไม้ ที่ขาดไม่ได้เป็นการย้อนยุคจัดให้มีหมู่บ้านวิถีไทยและตลาดแลกเบี้ย ลานเทศน์ลานธรรมในขณะที่กิจกรรมภาคกลางคืน ประกอบด้วยการข้าวขวัญวันเล่นไฟ การแสดงประกอบแสงสีเสียง เรื่อง “ความรุ่งเรืองของนครสุโขทัย” การประกวดนางนพมาศและการประกวดร้องเพลงชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี การแสดงพลุตะไลไฟพะเนียงที่สำคัญยังจัดพิธีอัญเชิญไฟพระฤกษ์ และพระประทีปพระราชทานของ 11 พระองค์ ลอยเป็นปฐมฤกษ์ในคืนวันเพ็ญเดือนสิบสอง หรือตรงกับวันที่ 3 พ.ย. ณ บริเวณสระน้ำวัดสระศรี(ตระพังตะกวน)เชื่อว่ามนต์เสน่ห์ของประเพณีลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟนี้ จะตราตรึงในหัวใจคนไทยไปมิรู้ลืม...!พิษณุ ล้อมวงษ์โสภณ /รายงาน