“บิ๊กป้อม” ป้องตำรวจทำสำนวน “บอส กระทิงแดง” ตามกฎหมาย “ศรีสุวรรณ” บุกยื่นหนังสือให้ ป.ป.ช.สอบ “จักรทิพย์-ศานิตย์” และพนักงานอัยการที่เกี่ยวข้องกับคดี ความผิดตามมาตรา 157 กล่าวหาประวิงเวลาคดีลูกกระทิงแดง จนคดีหมดอายุความไปแล้ว 4 ข้อหา เหลือคดีเดียวคือ ขับรถชนคนตาย “จักรทิพย์” โต้ ตำรวจทำเต็มที่แล้ว ไม่มีเกียร์ว่าง รอตำรวจสากล 190 ประเทศจับได้แล้วรายงานมา ไม่เชื่อข่าวโผล่ไต้หวัน ส่วนที่ถูกร้อง ป.ป.ช.เป็นสิทธิที่ทำได้ พ้ออีกหน่อยคงโดน ผู้ต้องหาหนีหมายศาลเป็นหมื่นคนมาร้องเอาผิดด้วยกรณีนายวรยุทธ หรือบอส อยู่วิทยา อายุ 27 ปี นักเรียนนอกจากประเทศอังกฤษ ลูกชายคนเล็กของนายเฉลิม อยู่วิทยา เจ้าของเครื่องดื่มชูกำลังยี่ห้อกระทิงแดง ขับรถสปอร์ตหรูเฟอร์รารี่ รุ่นพินินฟาริน่า สีบรอนซ์เทา ทะเบียน ญญ 1111 กรุงเทพมหานคร ชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ผบ.หมู่ ป.สน.ทองหล่อ ขณะกำลังขี่จักรยานยนต์ไทเกอร์ ตราโล่ 51511 เสียชีวิตบริเวณปากซอยสุขุมวิท 49 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 3 ก.ย.2555 หลังจากนายวรยุทธมอบตัวสู้คดีและได้รับการประกันตัวแล้วเดินทางหนีไปอยู่ต่างประเทศ การดำเนินการสอบสวนดำเนินคดีเป็นไปอย่างล่าช้า จนมีบางข้อหาขาดอายุความไปแล้ว กลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ และพนักงานอัยการเจ้าของคดีตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณความคืบหน้าจากทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 4 ก.ย. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงเสียงวิจารณ์มีนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่คอยช่วยเหลือในชั้นสำนวนคดีของนายวรยุทธ อยู่วิทยา ผู้ต้องหาคดีขับรถชนเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิต ว่า ยังไม่รู้เรื่อง ไม่มี ยังไม่ได้พูดคุยกับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เมื่อถามว่าสำนวนคดีชนและไม่ลงไปช่วยเหลือหมดอายุความแล้ว ต้องมีคนรับผิดชอบหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เขาทำตามกฎหมาย กฎหมายว่าอย่างไรก็ว่าตามนั้น เมื่อถามย้ำถึงกระแสข่าวลือมีการเลื่อยขาเก้าอี้ ผบ.ตร. ให้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. มารักษาการแทน พล.อ.ประวิตรตอบว่า เป็นข่าวลือที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการ ป.ป.ช.ให้ไต่สวนเอาผิด พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. นายเศกสรรค์ บางสมบุญ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ นายสุพล ยุติธาดา อดีตอัยการอาวุโส นายฤชา ไกรฤกษ์ อัยการเจ้าของสำนวนและพวก ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ปล่อยให้นายวรยุทธ อยู่วิทยา ผู้ต้องหาคดีอาญาขับรถชนเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิตแล้วหลบหนีออกนอกประเทศนายศรีสุวรรณกล่าวว่า ผ่านมา 5 ปี เจ้าหน้าที่ตำรวจและอัยการละเลยการปฏิบัติหน้าที่ ประวิงเวลาให้คดีล่าช้า เจ้าหน้าที่สำนวนคดีเลื่อนฟ้อง 5-6 ครั้งต่อศาล ทำให้นายวรยุทธหลบหนีไปต่างประเทศ แต่กลับโยนเรื่องกันไปมาจนคดีหมดอายุความไปแล้ว 4 ข้อหาคือ ขับรถขณะเมาสุรา ขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด ขับรถโดยประมาททำให้ทรัพย์สินเสียหาย และไม่หยุดรถให้ความช่วยเหลือ เหลือเพียง 1 ข้อหาที่ยังไม่หมดอายุความคือ ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย การที่ไม่สามารถนำผู้ต้องหามาส่งฟ้องศาลได้ภายใต้อายุความ ถือเป็นความผิดทางวินัยและความผิดอาญาหรือไม่ และถือเป็นการร่วมมือกันประวิงเวลาหรือไม่ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ค่ำวันเดียวกัน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวถึงกรณีนายศรีสุวรรณ จรรยา ยื่นฟ้อง ป.ป.ช.ว่า ตนบอกแล้วว่าใครก็ร้องตนได้ อีกหน่อยผู้ต้องหาที่หลบหนีหมายศาลก็ร้องตนเป็นหมื่นคน เป็นสิทธิของเขา ส่วนการติดตามตัวนายวรยุทธตำรวจทำหมดแล้ว ตั้งแต่หมายน้ำเงิน หมายแดง เพียงแต่รอตำรวจสากลจับได้แล้วประสานเรามาเท่านั้น ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าไปโผล่ที่ไต้หวัน ตนไม่เคยได้รับข่าวนี้ ข่าวมันก็คือข่าว เราเอาของจริงดีกว่า เพราะเชื่อว่า 190 ประเทศ เขาต้องไปในกลุ่มนี้ อยากให้มาดูจริงๆว่าเราเร่งรัดขนาดไหน ที่ผ่านมาประเทศสมาชิกทั้ง 190 ประเทศ ตอบกลับมาตั้งแต่หมายน้ำเงินว่าไม่พบถิ่นที่อยู่ ตำรวจชั่วโมงนี้ไม่มีเกียร์ว่าง ถ้ามีเกียร์ว่างดำเนินการวินัยอยู่แล้ว