ผมเชื่อว่านิสิตจุฬาฯทุกคน เมื่อได้ฟังเพลง “มหาจุฬาลงกรณ์” ที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงพระราชนิพนธ์ให้เป็นเพลงประจำมหาวิทยาลัย จะรู้สึกขนลุกทุกครั้ง ถือเป็นเพลงศักดิ์สิทธิ์ ทั้งเนื้อร้องและทำนอง“น้ำใจน้องพี่สีชมพู ทุกคนไม่รู้ลืมบูชา พระคุณของแหล่งเรียนมา จุฬาลงกรณ์ ขอทูนขอเทิดพระนามไท พระคุณแนบไว้นิรันดร ขอองค์พระเอื้ออาทร หลั่งพรคุ้มครอง นิสิตพร้อมหน้า สัญญาประครอง ความดีทุกอย่างต่างปอง ผยองพระเกียรติเกริกไกร ขอตราพระเกี้ยวยั้งยืนยง นิสิตประสงค์เป็นธงชัย ถาวรยศอยู่คู่ไทย เชิดชัย ชโย”จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถือกำเนิดขึ้นด้วยพระวิสัยทัศน์อันยาวไกลของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 จึงมี พระบรมราชานุสาวรีย์ 2 รัชกาล อยู่ในมหาวิทยาลัย เพื่อเป็นที่ถวายสักการะของมวลนิสิตจุฬาฯ จุฬาลงกรณ์เพิ่งจะฉลองครบรอบ 100 ปี ไปเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2560 นี้เอง ไม่มีใครคิดว่าชื่อเสียงของ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่นิสิตเก่าและนิสิตปัจจุบันร่วมสร้างกันมา 100 กว่าปี จะต้องมามัวหมองเพราะเด็กเมื่อวานซืน ที่ไม่เคารพกฎเกณฑ์กติกาของสังคมจุฬาฯเพียงไม่กี่คนผมในฐานะ นิสิตเก่าจุฬาฯคนหนึ่ง จึงเห็นด้วยอย่างยิ่งกับ ฝ่ายบริหารจุฬาฯ ที่ลงโทษนิสิตกลุ่มนี้ ตัดคะแนนความประพฤติกรณีถวายสัตย์คนละ 25 คะแนน และ ปลดออกจากประธานสภานิสิตจุฬาฯ ถือเป็นโทษสถานเบาด้วยซ้ำ เมื่อเทียบกับพฤติกรรมที่กระทำทุกประเทศ ทุกสังคม ย่อมมีวัฒนธรรมประเพณีกติกาของตน เพื่ออยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข มหาวิทยาลัยทุกมหาวิทยาลัย ก็มีวัฒนธรรมประเพณีแตกต่างกันไป ถ้าไม่ชอบ ก็ไม่ควรเข้าไปตั้งแรก ไม่ใช่เข้าไปเพื่อบ่อนทำลายท่านผู้อ่านที่ยังไม่รู้เรื่อง อาจสงสัยว่าผมกำลังเขียนเรื่องอะไร ไปอ่าน แถลงการณ์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดีกว่าครับ ชัดเจนดี“...สืบเนื่องเหตุการณ์ความไม่เรียบร้อยใน พิธีถวายสัตย์ปฏิญาณของนิสิตปีที่ 1 เมื่อวันที่ 3 สิงหาคมที่ผ่านมา ทางจุฬาฯ ได้มีกระบวนการดำเนินการ ทั้งในส่วนของอาจารย์และนิสิตที่มีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว ตามที่ได้เสนอข้อมูลให้สาธารณชนรับทราบเป็นระยะแล้วนั้น โดยปกติมหาวิทยาลัยจะไม่เปิดเผยการลงโทษนิสิต แต่ขณะนี้มีการเผยแพร่ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น มหาวิทยาลัยจึงมีความจำเป็นต้องสื่อสารกับสาธารณะถึงกรณีดังกล่าว เพื่อให้เกิดความชัดเจนในกรณีนี้ คณะกรรมการส่งเสริมวินัยนิสิต มีการประชุมครั้งที่ 5/2560 เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม พิจารณาแล้วเห็นว่า การกระทำของนิสิตทั้ง 8 ราย ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ความไม่เรียบร้อยดังกล่าว เป็นการกระทำผิดวินัยนิสิต เนื่องจากนิสิตทั้ง 8 ราย ซึ่งเป็นตัวแทนสภานิสิตจุฬาฯ มิได้ประพฤติปฏิบัติตามบทบาทหน้าที่ที่พึงจะเป็น ทั้งๆที่ทราบอยู่แล้วว่า ตนมีทรรศนะที่ไม่ตรงกับขนบธรรมเนียมประเพณีของมหาวิทยาลัย ในการถวายสักการะและถวายสัตย์ปฏิญาณ เพื่อแสดงตนเป็นนิสิตใหม่มหาวิทยาลัยตระหนักถึงเสรีภาพทางความคิดของนิสิต ได้จัดพื้นที่พิเศษสำหรับนิสิตกลุ่มนี้ไว้แล้ว นิสิตยังแสดงความจำนงเข้าร่วมพิธีในฐานะสภานิสิต แต่ไม่ยืนอยู่ในแถวตามที่ผู้เป็นผู้แทนสภานิสิตพึงกระทำ จนกว่าพิธีการจะเสร็จสิ้นเรียบร้อย กลับนัดหมายกันเดินออกจากแถวเพื่อไปทำความเคารพ พระบรมราชานุสาวรีย์ ด้วยการ “โค้งคำนับ” เพื่อให้แตกต่างและปรากฏภาพที่ขัดแย้งกับนิสิตคนอื่น ที่เข้าร่วมถวายสักการะด้วยการ “ถวายบังคม” จนนำไปสู่เหตุการณ์ความไม่เรียบร้อย ส่งผลทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อมหาวิทยาลัย...”เป็นพฤติกรรมที่จงใจ ทำลายเกียรติภูมิของชาวจุฬาฯ ที่ผมคิดว่า นิสิตจุฬาฯปัจจุบันและนิสิตเก่าจุฬาฯทั่วประเทศ คงรับไม่ได้วันนี้ สมาคมนิสิตเก่าจุฬาฯ จะประชุมนัดพิเศษ เพื่อสนับสนุนมหาวิทยาลัยในเรื่องนี้ สังคมทุกสังคมย่อมมีกฎกติกา ถ้ารับไม่ได้ก็ออกไปเสียดีกว่า.“ลม เปลี่ยนทิศ”