ยังเล่นบทเป็น “มนุษย์ล่องหน”ผ่านมาครบสัปดาห์ที่ น.ส.แ อดีตนายกรัฐมนตรี ตัดสินใจไม่เดินทางไปศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนัดอ่านคำพิพากษาในคดีปล่อยปละละเลยให้เกิดความเสียหายในการทุจริตโครงการรับจำนำข้าวทำให้ถูกศาลฯออกหมายจับ ประทับตราผู้ต้องหาหนีคดีไร้ความชัดเจนว่าหลบลี้ไปอยู่แห่งหนตำบลใด ในห้วงกระแสข่าวลือสารพัด บ้างก็ว่าไปซุ่มอยู่กับพี่ชายที่เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อีกมุมก็เชื่อว่ากำลังพยายามขอลี้ภัยที่ประเทศอังกฤษอย่างไรก็ตาม ภายใต้สถานการณ์อึมครึม ก็เป็นพี่ชายอย่างอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ที่ “จุดประทัด” ขึ้นมาท่ามกลางความเงียบด้วยการทวีตข้อความในทวิตเตอร์ส่วนตัวยกคำพูดของ “มงแต็สกีเยอ” นักปรัชญาชาวฝรั่งเศส“ไม่มีความเลวร้ายใดที่จะยิ่งไปกว่าความเลวร้ายที่ได้กระทำโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายหรือในนามของกระบวนการยุติธรรม”เป็นรหัสให้แปลความหมายเชื่อมโยงกับปรากฏการณ์ที่น้องสาว อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์หายตัวไปในวันที่ศาลนัดอ่านคำพิพากษาคดีจำนำข้าวนัยว่า เป็นไฟต์บังคับต้องหนีกระบวนการยุติธรรมไทยนับเป็นการเคลื่อนไหวครั้งแรกในรอบ 5–6 วัน หลังจากที่อดีตนายกฯหญิง “ล่องหน” และนับเป็นหนแรกในรอบปีที่อดีตนายกฯทักษิณกลับมาเคลื่อนไหวในโซเชียลมีเดีย หลังห่างหายไปตั้งแต่หลังการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญกระตุกฝ่ายความมั่นคงทีม คสช.ต้อง “ล็อกเป้าสัญญาณ”ในจังหวะสถานการณ์ที่ “น้องปู” ชิ่งฟังคำพิพากษาศาล กระแสพลิกให้ คสช.ตกเป็นจำเลย ตามรูปการณ์แบบที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ต้องประสานเสียงโต้ยุทธการตีปี๊บของพรรคประชาธิปัตย์และกลุ่มพันธมิตรฯเคลียร์ข้อครหาเปิดทาง “ปล่อยหนี”อารมณ์แบบที่ “บิ๊กเจี๊ยบ” พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก แอ่นอกออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อความบกพร่องที่ปล่อยให้อดีตผู้นำหญิงหลุดรอดสายตาฝ่ายความมั่นคง คสช.เทกแอ็กชั่นเต็มที่หนีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ปม “เกี้ยเซียะ”แต่นั่นก็แค่ปรากฏการณ์เบื้องต้นเท่านั้น ที่ คสช.จำเป็นต้องประคองกระแสสู้กับเหลี่ยมเขี้ยวของพรรคประชาธิปัตย์ที่พยายามฉกฉวยสถานการณ์หยิบชิ้นปลามัน รวมถึงกลุ่มพันธมิตรฯ แนวร่วมฝ่ายต้าน “ทักษิณ” ที่ชิงตีกินกระแส แห่ประจานเกมฮั้วระหว่างท็อปบูตกับ “นายใหญ่”เตะตัดขา ทอนกำลังภายในของทีม คสช.ไปในทีอย่างไรก็ดี ว่ากันตามผลในระยะยาว มันก็สะท้อนจากบทวิเคราะห์ของสื่อไทยและสื่อยักษ์ใหญ่ระดับโลกที่ฟันธงตรงกัน การที่อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์เลือกทางหนี ไม่ฟังคำตัดสินของศาลถือเป็นสถานการณ์เชิงบวกกับ คสช.เต็มๆไม่ต้องเผชิญกับแรงกระเพื่อมจากผลคดีของอดีตนายกฯหญิง ที่ไม่ว่าออกมาเป็นบวกหรือลบ ก็หนีไม่พ้นกระแสต่อต้านจากฝ่ายที่พอใจและฝ่ายที่ไม่พอใจ“ยิ่งลักษณ์” หายไป แรงเสียดทานย่อมลดลงตามเงื่อนไขสถานการณ์และนั่นก็เป็นโอกาสให้ คสช.ได้เดินหน้าบริหารตามยุทธศาสตร์ หนทางสะดวกในการเดินแผนงานไปสู่เป้าหมายการปฏิรูปประเทศตามสัญญาประชาคมที่ให้ไว้กับประชาชนไม่ให้ปฏิวัติยึดอำนาจเสียของซ้ำซากประเมินได้จากอาการคึกคักของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ประกาศเสียงดังๆ วันนี้ทุกอย่างกำลังไปด้วยดี เมื่อวันที่ 29 สิงหาคมที่ผ่านมา ตลาดหุ้นเขียวทั้งกระดาน เป็นยังไงบ้าง เคยมีบ้างไหมอยากให้บ้านเมืองเป็นอย่างนี้ตลอดไปขณะที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ชี้เลยว่า ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ของไทยปรับตัวขึ้นอย่างมาก เนื่องมาจากนักลงทุนต่างชาติมองเห็นว่าโมเมนตัมทางเศรษฐกิจของไทยล่าสุดได้ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องขณะที่สถานการณ์ทางการเมืองคลี่คลาย มีเสถียรภาพมากขึ้น จากเดิมที่มีความกังวลว่าจะเกิดความรุนแรงขึ้น แต่ขณะนี้เมฆหมอกก็เริ่มกระจายตัวแล้วแนวโน้มพิสูจน์ด้วยตัวเลขเศรษฐกิจส่งสัญญาณบวกทุกมิติตามจังหวะที่รัฐบาล คสช.รีบตีธงเดินหน้ายุทธศาสตร์ลดความเหลื่อมล้ำ โดยที่ประชุม ครม.ช่วงต้นสัปดาห์ได้อนุมัติโครงการ “ประชารัฐสวัสดิการ” ให้ความช่วยเหลือผ่าน “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” ตามที่กระทรวงการคลังเสนอวงเงินเริ่มต้น 41,940 ล้านบาท ครอบคลุมผู้มีรายได้น้อยกว่า 11.6 ล้านคนเป้าหมายเพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน ทั้งค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น สินค้าเพื่อการศึกษา และวัตถุดิบเพื่อการเกษตรจากร้านค้าประชารัฐ และร้านอื่นๆที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด อีกส่วนช่วยลดค่าใช้จ่ายการเดินทาง ได้แก่ รถเมล์ รถไฟฟ้า รถโดยสาร บขส. และรถไฟโดยเริ่มแจกจ่ายบัตรได้ในวันที่ 21 กันยายน เพื่อให้ทันใช้บัตรได้ในวันที่ 1 ตุลาคมเป็นต้นไปในจังหวะตีเหล็กกำลังร้อน รัฐบาล คสช.ชิงกระตุกกระแสประชารัฐสวัสดิการซื้อใจประชาชนฐานรากเดินหมากการเมืองแฝงไปกับยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจพร้อมๆกับการเดินหน้าตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธาน พร้อมกรรมการส่วนใหญ่มีตำแหน่งในรัฐบาล คสช.และคนดังๆในแวดวงเศรษฐกิจอย่างนายศุภชัย พานิชภักดิ์ นายกานต์ ตระกูลฮุน นายชาติศิริ โสภณพนิช นายบัณฑูร ล่ำซำ ฯลฯรองรับสถานการณ์เปลี่ยนผ่าน 5 ปี และการคุมเกมปฏิรูปยาว 20 ปีฝ่ายคุมเกมอำนาจ คสช.ได้จังหวะวางเกมอำนาจข้ามช็อตในจังหวะที่พรรคเพื่อไทย เครือข่ายยี่ห้อ “ทักษิณ” กำลังเสียอาการทรงตัวอย่างแรง พรรคเพื่อไทยทำได้แค่ออกแถลงการณ์ “การดำเนินกิจกรรมทางการเมืองของพรรคเพื่อไทยในอนาคต” หลังอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ไม่มาปรากฏตัวต่อศาลเพื่อฟังคำพิพากษาในคดีจำนำข้าวโดยยืนยันจะยังคงดำรงความเป็นพรรคการเมืองเพื่อประชาชน ที่จะสร้างความเข้มแข็งและโอกาสในชีวิตให้แก่ประชาชนต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ อุดมการณ์ไม่เปลี่ยนแปลงแสดงความพร้อมในการเดินหน้าทางการเมือง ไม่ให้กองเชียร์หวั่นไหวแต่จุดที่ต้องจับตาจากนี้ไป พรรคเพื่อไทยหนีไม่พ้นต้องยกเครื่องใหญ่ ตามไฟต์บังคับ “วัดใจ” คนตระกูล “ชินวัตร” จะเลิกการเมือง ระบบ “บริษัท จำกัด” หรือไม่จะมีคนหาญกล้ามาเป็นเหยื่อซ้ำชะตากรรม “ทักษิณ–ยิ่งลักษณ์” อีกหรือเปล่าโดยเฉพาะเป้าโฟกัสจับจ้องไปที่ “เจ๊แดง” นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ที่ยังเป็นขุมกำลังสำคัญที่เหลืออยู่ของพี่น้อง “ชินวัตร” และเป็นกลไกหลักในพรรคเพื่อไทยภายใต้เงื่อนไขสถานการณ์ที่ผู้เป็นสามีคือนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี หลุดบ่วงพันธะทางคดี มีคุณสมบัติที่จะลงสนามเลือกตั้งยังมีโอกาสแก้ตัวสถานะ “นายกฯนอกทำเนียบฯ”นี่คือจุด “วัดดวง” ที่จะบ่งชี้เกมอำนาจ “นายใหญ่”ถ้า “เจ๊แดง” ใส่เกียร์เดินหน้า ดัน “สมชาย” ลงสนาม นั่นคือตระกูลชินฯลุยถั่วสู้ต่อแต่ถ้ามีการสลับฉากให้คนอื่นมาคุมทัพพรรคเพื่อไทยแทน ตามแผนโอกาสสูงกว่าใครที่หวยจะออกที่ “เจ๊หน่อย” คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เจ้าแม่เมืองกรุงนั่นย่อมแสดงว่าตระกูล “ชินวัตร” ยอมก้มหลบต่ำและมันก็จะตอกย้ำ “ดีล” อำนาจ ที่โดยธรรมชาติของการต่อรองไม่มีใครได้ทั้งหมดหรือเสียทั้งหมดที่สำคัญไม่มีทางล้มล้างคดีได้แค่ปล่อยให้หนี ไม่รุกไล่บี้ ก็พอแล้วสำหรับฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ.“ทีมการเมือง”