ความพยายามที่จะสร้าง “ครูแม่ไก่” เอาใจใส่ในการเพาะบ่มลูกเจี๊ยบพันธุ์ใหม่เกิดขึ้นจริงจังเป็นรูปเป็นร่างในยุค พล.ต.ท.โสภณ วาราชนนท์ เป็น ผบช.น. มอบหมายให้ พ.ต.ท.ปรีชา ธิมามนตรี รอง ผกก.สส.น. เหนือ สมัยนั้น กำหนด หลักสูตรสืบสวนคดีอาญาของนครบาล เปิดฝึกอบรมรองสารวัตรสอบสวนที่มีแววเป็นนักสืบเพียงแค่ 30 คนปัจจุบันทั้ง 30 ชีวิตกระจัดกระจายหายหน้าเป็น “ปลาผิดน้ำ” ไม่ตรงสายงานถนัดบ้างแต่หลายคนยังรับภาระต่อยอดด้วยการสวมบท “ครูแม่ไก่” ถ่ายเลือดเฟ้นหานักสืบรุ่นใหม่ไว้ใช้งานในอนาคต อาทิ พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบก.ปส.3 พ.ต.อ.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบก. อก.บช.ปส. พ.ต.อ.กฤตยา เลาประสพวัฒนา ผกก.สภ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรีพ.ต.อ.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผกก.ฝ่ายบริการการศึกษา ศฝร.ภ.1 พ.ต.อ.รุ่งศักดิ์ แสงเสียงฟ้า ผกก.สส.1 บก.สส.ศชต. พ.ต.อ.ชิตภพ โตเหมือน ผกก.ยุทธศาสตร์ บช.ปส. พ.ต.อ.จักรภัณฑ์ จันทร์อุทัย ผกก.สภ.โชคชัย จ.นครราชสีมา พ.ต.ท.ต่อศักดิ์ ปานกลิ่นพุฒ รองผกก.ป.สน.ดอนเมืองมี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. คอยผลักดันหลักสูตร “เสริมเขี้ยว” อีกชั้น เฉกเช่น เชิญวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากสำนักงานสอบสวนกลาง สหรัฐอเมริกา หรือเอฟบีไอ บินมาถ่ายทอดวิชาถึงเมืองไทยถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ต้นแบบ “ครูแม่ไก่” ไม่สูญพันธุ์ขณะที่ พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.ภ.7 ก็มองเห็นคุณค่า งานสอบสวน ไม่แพ้กัน ถึงเปิดโครงการอบรมเพิ่มประสิทธิภาพงานสอบสวนในหน่วยรองรับวิวัฒนาการในด้านต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วหลังมีการเผยแพร่ข้อมูลการร้องเรียนในช่องทางต่างๆ โดยเฉพาะ “สื่อสังคมออนไลน์” ที่แพร่กระจายทำลายภาพพจน์องค์กรตำรวจผู้ปฏิบัติงานด้านสอบสวนระดับ รอง สว.-รอง ผกก. ต้องตื่นตัวเอาใจใส่ และรับผิดชอบตลอดเวลา ปรับทัศนคติการทำงานรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นยุคปัจจุบัน สอดคล้องแนวทางยกระดับการให้บริการประชาชนปฏิบัติหน้าที่ภายใต้กรอบของกฎหมาย คำสั่ง ระเบียบที่เกี่ยวข้อง และจรรยาบรรณของตำรวจ แม้อาจเจ็บปวดจากการแต่งตั้งก็ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้ชาวบ้านเห็น.สหบาท