แกงปูใบชะพลู เมนูอร่อยและขายดีที่สุดของร้าน.ฝรั่งคนหนึ่งเคยว่าไว้ “Life is not the amount of breaths you take, it’s the moment that take your breath away.” “การมีชีวิตไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนครั้งของลมหายใจ แต่ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่ทำให้คุณลืมหายใจต่างหาก”นอกจาก “ชาย 1” ชอบประโยคนี้ ยังเห็นว่ามันสามารถอธิบายคำว่า Passion หรือความหลงใหลคลั่งไคล้ได้เป็นอย่างดีเพราะเมื่อใดก็ตามที่คนเราได้ทำในสิ่งที่ตนรัก หรือหลงใหล เราจะมีช่วงเวลาที่แสนพิเศษจนแทบจะลืมหายใจ...อย่าลืมสิครับว่า ชีวิตคนเรานั้นสั้นเกินกว่าจะทนอยู่กับสิ่งที่เรามิได้รัก หรือหลงใหลคำกล่าวข้างต้นคล้ายคลึงกับเส้นทางชีวิตของผู้ชายคนหนึ่ง เขาเรียนจบกฎหมายจากมหาวิทยาลัยชื่อดัง เคยทำงานด้านกฎหมายมาระยะหนึ่ง แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เขามีชีวิตที่น่าหลงใหล เท่ากับการได้ออกไปตระเวนชิมของอร่อยตามที่ต่างๆ ซึ่งผู้คนต่างยกย่องกันว่า...เจ๋ง ยำตะไคร้ปลาสลิด รสชาติกรอบอร่อย. หลนปลาอินทรีเค็ม ไม่ทำให้คนชอบทานหลนผิดหวัง.ไม่เพียงชิมอย่างเดียว เขายังนำเอารสชาติของเมนูที่ได้ลิ้มลองนำกลับไปทดลองทำทานที่บ้าน เพื่อให้เข้ากับสไตล์ที่ตัวเองชื่นชอบ จนกลายเป็นเมนูใหม่ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ ดุจดังซิกเนเจอร์ หรือลายเซ็นของเขาสุรศักดิ์ ตัณฑ์พูนเกียรติ หรือ ศักดิ์ ผู้ซึ่งเป็นทั้งเชฟ และเจ้าของร้านอาหาร “บ้านการะเกด” ริมถนนมหาเศรษฐ์ สี่พระยา บางรัก คือชายคนที่ “ชาย 1” กำลังกล่าวถึงศักดิ์เล่าว่า เส้นทางในการทำร้านอาหารของตนต่างไปจากหลายคน เพราะก่อนหน้าที่จะมาเปิดร้าน ในครอบครัวของเขา ไม่มีทั้งสูตรเด็ดที่ตกทอด และไม่มีใครเคยทำธุรกิจร้านอาหารมาก่อนแต่ด้วยความที่ศักดิ์เป็นคนชอบตระเวนหาของอร่อยทาน บวกกับการที่เขามีใจรักในการทำอาหาร สุดท้ายโชคชะตาจึงผลักไสให้ชายคนนี้ทิ้งคราบนักกฎหมาย หันมาสวมวิญญาณเชฟ และเจ้าของร้านอาหารเต็มตัว สุรศักดิ์ ตัณฑ์พูนเกียรติ เชฟและเจ้าของร้าน. กุ้งไข่เต้น เมนูดังและขายดีคู่กับแกงปูใบชะพลู.เมนูเด่นของร้าน “บ้านการะเกด” ที่ “ชาย 1” ชิมแล้ว อดปลาบปลื้มในรสชาติไม่ได้ มีอยู่ 5 อย่าง คือ แกงปูใบชะพลู กุ้งไข่เต้น หลนปลาอินทรีเค็ม ยำตะไคร้ปลาสลิด และ คอหมูย่างจิ้มแจ่วโดยเฉพาะเมนู “แกงปูใบชะพลู” ของร้านนี้ ที่ลูกค้าพากันหลงใหล ความโดดเด่นโดนใจหรือไคลแมกซ์ อยู่ที่ความเผ็ดร้อนกำลังดีของน้ำแกงที่โชยกลิ่นหอมสมุนไพรหลายชนิด ตามสไตล์แกงปักษ์ใต้ โดยมีกรรเชียงปูม้าเนื้อแน่น ใหม่สด รสหวาน คำโตๆ ดูดซับเอาความหอมมันแต่พอดีจากกะทิแท้คั้นสด และกลิ่นหอมเร้าใจของใบชะพลูเข้าไปไว้ในเนื้อสีขาวผ่อง ยั่วน้ำลายและก่อกวนให้ต่อมหิวของใครต่อใครที่ได้เห็น...เริ่มทำงานเชฟศักดิ์บอกว่า แกงปูที่ดีควรมีรสชาติเข้มข้น คล้ายกับแกงคั่วทั่วไป แต่มีเคล็ดลับอยู่นิดตรงที่เวลาตั้งกระทะคั่วแกง ต้องค่อยๆเลี้ยงไฟ หรือทำอย่างใจเย็น ห้ามเร่งไฟเด็ดขาด เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำแกงแตกตัว หรือกะทิแตกมัน เพราะหากเผลอไปทำให้กะทิแตกมัน...น้ำมันจากกะทิจะไหลเยิ้มออกมามากเกินควร ทำให้รสสัมผัสและสีสันของน้ำแกงออกมาดูข้นคลั่ก ไม่เป็นสีเหลืองนวล ชวนรับประทาน ส่วนหนึ่งของลูกค้าที่ไปอุดหนุน.อีกอย่าง เส้นหมี่ที่ใช้ทานคู่กับแกงปู หลังจากแช่น้ำให้นิ่ม ควรนำไปนึ่ง...แค่พอสุก จะทำให้มีเนื้อนุ่มฟู ไม่แข็งเป็นไต เหมือนกับการนำไปลวกแบบก๋วยเตี๋ยว นอกจากเส้นหมี่ เมนูนี้ยังทานเข้ากันได้ดีกับขนมจีนศิลปะการปรุง ศักดิ์เริ่มตั้งกระทะด้วยไฟกลาง เขาใส่ กะทิ ลงไป 1 ½ กระบวย หรือประมาณ 1 ถ้วยน้ำซุปข้าวมันไก่ พอเริ่มร้อนจนมีควันลอย ใส่ เครื่องพริกแกงปั่น ซึ่งประกอบด้วย พริกแห้ง 1 ช้อนโต๊ะ ใบมะกรูด ฉีกฝอย 2 ใบ ขมิ้นสด 2 แว่น หอมแดง ที่ผ่านการคั่วด้วยไฟกลางจนมีกลิ่น หอม ½ หัว ตะไคร้ซอย 1 หยิบมือ (นำส่วนผสมทั้งหมดไปปั่นด้วยเครื่องปั่นให้ละเอียดก่อน) คอหมูย่างจิ้มแจ่ว อีกเมนูที่ลูกค้านิยมสั่ง.ใส่เครื่องพริกแกงที่ปั่นละเอียดแล้วเพียง 1 ช้อนโต๊ะ (น่าสังเกตว่า แกงปูสูตรนี้ไม่มีการใส่กะปิ และเกลือ เหมือนหลายๆเจ้า) จากนั้นคนกะทิกับพริกแกงให้เข้ากัน ด้วยไฟอ่อน รอจนเครื่องแกงเริ่มโชยกลิ่นหอม จึงปรุงรสด้วย น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา น้ำปลาดี 1 ช้อนโต๊ะ ใบโหระพา 1 หยิบมือ ใบชะพลู ที่ไม่แก่จัด ซอยหยาบ 2 ใบ ตามด้วย กรรเชียงปูม้า 1 กำมือ คนเบาๆให้เข้ากัน อย่าให้เนื้อปูเละ...ที่เหลือก็แค่ตักใส่ชาม เสิร์ฟร้อนๆ ส่งกลิ่นหอมกรุ่น ยั่วน้ำลายใครต่อใครให้ไหลเยิ้มกันไปครับ...!!!อีกเมนูที่โด่งดังของร้านนี้ คือ กุ้งไข่เต้น จุดเด่นอยู่ที่ศิลปะการนำเอารสชาติอันจัดจ้าน จี๊ดจ๊าดของเมนูกุ้งเต้น มาตัดกับรสชาติอันกลมกล่อม หอมละมุนของไข่ตุ๋นเนื้อเนียน...ศักดิ์ใช้ กุ้งก้ามกรามสด 4 ตัว ไข่ไก่ 2 ฟอง กระเทียม สับ และ พริกขี้หนูสวน สับ อย่างละ 1 ½ ช้อนโต๊ะ รากผักชี สับ 1 ราก น้ำปลาดี กับ น้ำมะนาวแท้ อย่างละ 1 ½ ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา และ น้ำซุปหมู 1 ถ้วยตวง มาเนรมิตความอร่อยโดยออกแบบให้เมนูนี้มีรสเปรี้ยวนำ เผ็ด และเค็มปะแล่มตาม มีแอบหวานเล็กน้อย ซ่อนไว้ให้ค้นหาในช่วงหลังเคี้ยว ก่อนไหลลื่นลงคอ ตามศิลปะการปรุงรสน้ำยำที่ดีทั่วไปนั่นเองเชฟศักดิ์บอกว่า จุดเด่นของเมนูนี้อยู่ที่ความเนียนนุ่มของเนื้อไข่ตุ๋น ซึ่งต้องผสมน้ำซุป ให้มากกว่าการทำไข่ตุ๋นทั่วไป ตัดกับรสชาติที่แซ่บอีหลีของน้ำยำที่ปรุงรสให้คล้ายกับน้ำยำในเมนูกุ้งเต้น โดยนึ่งไข่ตุ๋นกับเนื้อกุ้งสับด้วยไฟแรงจัด 5 นาที...เมื่อได้ที่ก็ยกออกมาราดด้วยน้ำยำ ใช้ใบสะระแหน่ตกแต่งให้สวยงาม เท่านี้ก็พร้อมเสิร์ฟ ทางไปร้านนี้ ดูได้จากแผนที่ ปกติวันธรรมดาเปิดขายสองช่วง เวลา 11.30-14.00 น. แล้วหยุดเบรก เปิดอีกที 17.00-23.00 น. เสาร์-อาทิตย์ เปิดขายตั้งแต่ 11.00-23.00 น. ไม่มีการเบรก ปีหนึ่งหยุดเฉพาะช่วงเทศกาลกินเจ สงสัยสอบถามได้ที่ 0-2631-8808, 0-2234-1432, 08-5245-3042 และ 08-1811-9798.คุณชาย 1