ดร.อมรา สุนทรธาดากว่า 3 ปีมาแล้ว ที่เรือนจำของไทยตกอยู่ในสภาพเดียวกันแทบทุกแห่ง คือ มีผู้ต้องขังล้นคุกอยู่รวมกันอย่างแออัดทำความเข้าใจกันก่อน ปกติคำว่า “นักโทษ” (prisoner) หมายถึง ผู้กระทำผิดซึ่งศาลตัดสินให้ต้องโทษจำคุก แต่ต่อมาหลายประเทศเปลี่ยนชื่อเรียกเป็น “ผู้ต้องขัง” (inmate) ตามการเปลี่ยนแนวคิดเดิมจากการลงโทษเพื่อชดใช้หนี้กรรมที่ได้กระทำความผิดไว้ มาเป็นเพื่อแก้ไขและฟื้นฟู“ผู้ต้องขัง” ในที่นี้จึงหมายความรวมถึง “นักโทษเด็ดขาด” (บุคคลซึ่งถูกขังไว้ตามหมายจำคุกภายหลังศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุด) “คนต้องขัง” และ “คนฝาก”ตามตัวเลขของกรมราชทัณฑ์ เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2556 ทั่วประเทศมีผู้ต้องขังรวมทั้งสิ้น 289,568 คน แบ่งเป็นผู้ต้องขังชาย 247,334 คน และผู้ต้องขังหญิง 42,234 คนขณะที่ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ต้องขังจำนวน 286,861 คน เป็นผู้ต้องขังในคดียาเสพติดถึง 203,359 คนการที่ผู้คนมากมายบ่ายหน้าสู่เรือนจำ ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นคว้าตำแหน่งประเทศที่มีผู้ต้องขังมากเป็น อันดับ 6 ของโลกเท่านั้นไม่พอ...เรายังติด 1 ใน 8 ประเทศที่มีจำนวนผู้ต้องขัง เกินกว่า 200,000 คน ซึ่งมีเพื่อนร่วมก๊วน ได้แก่ สหรัฐอเมริกา, จีน, รัสเซีย, บราซิล, อินเดีย, ไทย, เม็กซิโก และ อิหร่านเฉพาะ 8 ประเทศนี้ มีผู้ต้องขังรวมกันมากกว่า 6.2 ล้านคน หรือประมาณ 61% ของผู้ต้องขังที่มีอยู่ทั่วโลก (ทั่วโลกมีผู้ต้องขังทั้งสิ้นประมาณ 10.2 ล้านคน)ยังไม่สะใจพอ...ข้อมูลจากศูนย์เรือนจำนานาชาติ (ICPS) แจ้งว่า เมื่อเทียบตามสัดส่วนประชากร ประเทศไทยมีผู้ที่ถูกคุมขัง คิดเป็นสัดส่วนถึง 398 คนต่อประชากร 1 แสนคนสถิตินี้ทำให้เราคว้า อันดับที่ 21 ประเทศขี้คุกโลก มากอดรัดไว้อย่างเหนียวแน่นอีกตำแหน่ง!!!โดยเฉลี่ยแล้ว ชาวบ้านชาวช่องแต่ละประเทศ เค้ามักจะมีอัตราส่วนจำนวนผู้ต้องขังอยู่ที่ ต่ำกว่า 150 คนต่อประชากร 1 แสนคน กันเป็นส่วนใหญ่ยกตัวอย่าง เพื่อนบ้านในภูมิภาคอาเซียนด้วยกันอย่าง อินโดนีเซีย มีผู้ต้องขัง 59 คน ต่อประชากร 1 แสนคน เวียดนาม มีผู้ต้องขัง 145 คนต่อประชากร 1 แสนคน เป็นต้นถ้าไล่เรียงใหม่ลองค้นหา 10 อันดับประเทศ ที่มีอัตราการคุมขัง เกินกว่าพื้นที่คุกหรือเรือนจำจะรองรับไหว ดร.อมรา สุนทรธาดา นักวิจัยจากสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล บอกว่าคุกของประเทศ กัวเตมาลา ถูกจัดให้อยู่ในอันดับที่ 10 ยูกันดา อันดับที่ 9 ประเทศแอนติกัว และ บาร์บูตา เบียดกันอยู่ที่อันดับ 8 ซูดาน ตามมาเป็นอันดับ 7 โบลิเวีย อันดับ 6 เวเนซุเอลา อันดับ 5 ฟิลิปปินส์ อันดับ 4 สาธารณรัฐเบนิน (อยู่แถวแอฟริกาตะวันตก) ครองอันดับ 3 เอลซัลวาดอร์ อันดับ 2ส่วนประเทศที่ได้ชื่อว่า มีอัตราการคุมขังผู้ต้องขัง ไม่สอดคล้องหรือเกินกว่าพื้นที่คุกมีรองรับแย่ที่สุดในโลก คือ ประเทศ เฮติ (อยู่แถวแคริบเบียน เป็นประเทศที่ยากจนที่สุดในซีกโลกตะวันตก)ดร.อมราบอกว่า ข่าวการก่อจลาจลของนักโทษจนมีผู้เสียชีวิตอย่างทารุณถึง 125 ศพ ที่บราซิล เมื่อต้นปีนี้ ได้สะท้อนถึงข้อเท็จจริงหลายอย่างว่า ปัญหาคุกล้น ไม่เคยได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม“ภาพที่หลายๆคนนึกถึงคุก คือ ความแออัด ความรุนแรงระหว่างผู้ต้องขัง การควบคุมอย่างเข้มงวด ระหว่างที่ต้องโทษ มีมาเฟีย หรือขาใหญ่ในคุกขายยาเสพติด และปัญหาอื่นๆอีกนานัปการ”ดร.อมรา วิเคราะห์ถึงมูลเหตุจูงใจ ซึ่งทำให้ผู้ต้องขังที่บราซิล (อีกหนึ่งประเทศที่มีอัตราการคุมขังนักโทษ เกินกว่าพื้นที่รองรับ) ก่อเหตุประท้วงว่าบราซิลเผชิญปัญหาคุกล้น และการบริหารจัดการที่ขาดประสิทธิภาพ เฉพาะนักโทษในคดียาเสพติดอย่างเดียว รัฐไม่สามารถสร้างคุกรองรับได้เพียงพอ ยังไม่นับนักโทษระหว่างคุมขังที่รอการพิพากษา อีกร้อยละ 40 ศักยภาพการรองรับผู้ต้องขังของเรือนจำบราซิล จึงรับผู้ต้องขังไว้เกินกว่าจำนวนรับได้จริงถึง 2 หรือ 3 เท่า“ยกตัวอย่าง คุก Alcacuz Centre ที่เมือง Natal จุดเกิดเหตุก่อจลาจลเมื่อต้นปีนี้มีผู้ต้องขังประมาณ 1,000 คน จากจำนวนที่รับได้จริง 620 คน เมื่อต้องอยู่ในคุกนานๆโดยไม่รู้ชะตากรรม นักโทษจะรวมตัวกันเป็นแก๊ง สร้างอาณาจักรภายในคุก เพื่อให้ได้รับสิทธิพิเศษ”“เช่น ยึดพื้นที่ ซึ่งมีอยู่อย่างจำกัดเป็นที่หลับนอน หรือติดต่อกับแก๊งภายนอกเรื่องยาเสพติดโดยผ่านการรับรู้จากผู้คุม หรือเรียกค่าคุ้มครองจากนักโทษอื่นที่ไม่ได้อยู่ในแก๊งของตน การที่สามารถก่อเหตุจลาจลได้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะนักโทษมีอาวุธจำนวนมากอยู่ในครอบครอง รวมทั้งมีโทรศัพท์มือถือที่สามารถติดต่อกับเครือข่ายนอกคุก โดยมีเครือข่ายนอกคุกเข้าร่วมในเหตุการณ์ ทำให้การจลาจลเพิ่มความรุนแรงเป็นทวีคูณ”ดร.อมราบอกว่า เทียบกับญี่ปุ่น ไม่มีปัญหาเรื่องคุกล้น แต่มีปัญหาที่ต่างจากประเทศอื่น คือ มีผู้สูงอายุจำนวนมากอยากเข้าไปอยู่ในคุก จึงทำให้ผู้ต้องขังใหม่ที่เป็นผู้สูงอายุ มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นตามสถานการณ์การสูงวัยของประเทศอย่างชัดเจน“เมื่อ 26 ปีก่อน ญี่ปุ่นมีผู้ต้องขังสูงวัย หรืออายุ 65 ปีขึ้นไปเพียง 1.3% แต่เมื่อ 2 ปีที่แล้ว มีผู้ต้องขังสูงวัยเพิ่มขึ้นเป็น 10.4% ประชากรญี่ปุ่นมีอายุสูงขึ้นอย่างรวดเร็วมาก คาดประมาณว่า ในปี 2060 หรืออีก 43 ปีข้างหน้า ญี่ปุ่นจะมีประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไป มากถึง 40%”“ทุกวันนี้ผู้สูงอายุชาวญี่ปุ่น 25% มีรายได้ไม่พอกับค่าครองชีพโดยเฉลี่ย (265,620 บาท/คน/ปี) ผู้สูงอายุชาวญี่ปุ่น มีเงินสวัสดิการหรือเงินฝากบำนาญโดยเฉลี่ยแค่ 206,580 บาท/คน/ปี ซึ่งไม่พอแก่การยังชีพ”“ที่นั่นการเข้าคุกก็ง่ายมาก แค่แอบฉกฉวยของในร้านสะดวกซื้อ หรือเพียงแกล้งหยิบแซนด์วิชชิ้นจิ๋วราคาไม่กี่บาท ก็มีสิทธิเดินเข้าคุกแล้ว ญี่ปุ่นมีผู้สูงอายุที่กระทำผิดก่อคดีซ้ำถึง 6 ครั้งเพื่อเข้าคุก ประมาณร้อยละ 40 ส่วนสินค้ายอดนิยมที่ผู้สูงอายุมักขโมยเพื่อให้ตัวเองติดคุก คือ อาหารและเครื่องสำอาง”ดร.อมราบอกว่า เมื่อได้เป็นพลเมืองคุกสมใจ ผู้ต้องขังสูงวัยต้องปฏิบัติตามกฎคุก แต่ก็ไม่หนักหนาสาหัสเท่าผู้ต้องขังวัยอื่น เช่น ต้องทำงานคัดแยกกระดาษ ร้อยลูกปัด หรือพับเสื้อผ้าที่ซักแล้ว วันละ 6 ชั่วโมง ผู้ต้องขังมีอาหาร 3 มื้อ ได้รับการดูแลด้านสุขภาพ รับฟังข่าวสารได้จากวิทยุและโทรทัศน์จะมีการสังเกตว่า ผู้สูงอายุคนไหนต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ เช่น ผู้มีอาการอัลไซเมอร์ จะได้รับการแยกเรือนนอน ผนังห้องมีวัสดุป้องกันไม่ให้ศีรษะบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ รวมทั้งแจกไม้เท้าเพื่อช่วยการเดินปัญหาผู้ต้องขังสูงวัยล้นคุกในประเทศอื่นๆ เช่น สหรัฐอเมริกา เยอรมนี อังกฤษ สวิตเซอร์แลนด์ ก็มี แต่มีน้อยกว่าที่ญี่ปุ่นหลายเท่า...ที่น่าสังเกตก็คือ คุกไทยกับคุกบราซิล มีลักษณะใกล้เคียงกันมาก โดยเฉพาะเรื่องความแออัด การก่อจลาจล และผู้ต้องขังคดียาเสพติดดร.อมราว่า “ที่มาของปัญหาคุกล้น เกิดจากปัญหาเศรษฐกิจ และสังคมอย่างแท้จริง”.