อีกหนึ่งในวิชาเซียนพระสมเด็จ (วัดระฆัง) ด้านหน้าคือแม่พิมพ์ทั้งห้า ทุกเส้นสายไปกันได้กับองค์ครูที่คุ้นหน้า...แล้ว สัญลักษณ์ด้านหลังกลับเป็นตัวช่วยสำคัญที่ละเลยไม่ได้ครู “ตรียัมปวาย” อธิบายว่า พื้นที่ด้านหลังอันค่อนข้างราบเรียบภายในกรอบสี่เหลี่ยม ปราศจากองค์ประกอบใดๆของมูลสูตร สัญลักษณ์ทางพิมพ์ทรงนั้นมักปรากฏริ้วรอยธรรมชาติอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่างรวมกันริ้วรอยเหล่านี้เกิดจากการยุบตัวของวัสดุปูนปั้น ที่แปรสภาพจากของเหลวเป็นของแข็ง กอปรด้วยภาวะแวดล้อมบางประการ จนไม่อาจกำหนดสัณฐานให้แน่ชัดได้แต่จัดเป็นเครื่องช่วยการพิจารณาได้มาก ทำให้การตัดสินข้อเท็จจริงได้ มากกว่าการพิจารณาด้านหน้าทั้งนี้ เพราะความราบเรียบอันปราศจากรายการใดๆทางพิมพ์ทรง พวกมิจฉาชีพทั้งหลาย ไม่สามารถจะทำปลอมขึ้นมาให้เหมือนได้เลย นับว่าเป็นกรณีที่น่าพิศวงครูตรียัมปวายให้ความรู้ด้านหลังไว้ถึง 8 แบบ หลังรูพรุนปลายเข็ม รอยปูไต่ รอยหนอนด้น รอยย่นตะไคร่น้ำหรือฟองเต้าหู้ รอยกาบหมาก รอยสังขยา รอยลายนิ้วมือ และรอยริ้วระแหงหลับตาจินตนาการ หลังองค์พระแท้ หรือจากภาพถ่ายหลายๆองค์ เปรียบเทียบความเหมือนความต่าง...หลังพระสมเด็จวัดระฆังแต่ละองค์นั้น ธรรมชาติเสกสรร...ไม่เหมือนกันเลยแม้แต่องค์เดียวบางองค์ปรากฏริ้วรอยอย่างหนึ่ง อีกองค์ริ้วรอยผสมกัน พื้นที่ส่วนเหนือที่ไม่มีริ้วรอย เรียก “หลังเรียบ” มีทั้งเรียบในช่องว่างจากริ้วรอย และเรียบเป็นส่วนใหญ่ อย่าด่วนตัดสิน หลังเรียบเป็นพระเก๊ พระแท้ก็มีไม่น้อยเนื่องจากพระปลอมพัฒนา ปลอมด้านหน้าได้ดี แต่ปลอมด้านหลังได้ แต่ยังไม่ใกล้เคียง ...พระแท้องค์ครูที่เห็นๆกัน จึงเป็นพระที่หลังมีริ้วรอยสัญลักษณ์เด่นๆเป็นส่วนใหญ่ภาพพระสมเด็จวัดระฆัง องค์ในคอลัมน์วันนี้ ด้านหน้าเป็นพิมพ์ใหญ่...พิมพ์ “องค์เสี่ยดม” ดูผิวเผินไม่น่าศรัทธา ของปลอมทำพิมพ์นี้ฝีมือดีเหลือเกินแต่เมื่อส่องดูความซึ้ง องค์รวมของผิว เนื้อ มวลสาร และฝ้า ฯลฯ สำหรับคนเป็นพระ ไม่ยากเกินไปนักแต่เมื่อพลิกด้านหลัง นี่เป็นหลังกระดาน หลังที่ต้องโฉลกโบราณ เช่นเดียวกับหลังพระซุ้มกอ พระกำแพงสรรคบุรี หลวงพ่อโต...ครูตรียัมปวาย ใช้คำว่า “หาดูได้ยากยิ่ง”มีตัวอย่างให้เทียบเคียงได้ ในหนังสือพระมาตรฐาน อยู่เพียงสอง-สามองค์ดูให้ติดตาในหนังสือขาวดำไม่จุใจ คลิกดูภาพสีจากไทยรัฐออนไลน์ หลังพระสมเด็จวัดระฆังแท้ แบบดูง่าย พูดภาษาวงการว่า “ได้ตังค์” หลังแบบนี้นี่เอง.O พลายชุมพล O