งานเข้าบรรดา “นักการเมือง” ทันตาเห็น เมื่อ สนช.ผ่าน กฎหมายว่าด้วยการพิจารณาคดี “ลับหลัง” ได้ ไม่นับอายุความหากยังหลบหนีแถมย้อนหลังทุกคดีอีกด้วย แบบนี้จุกอกกันไปตามๆกันข่าว “เขย่าขวด” สุดสัปดาห์นี้ คะแนน นิยมที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯคสช. ได้รับจากประชาชนด้วยการสำรวจความคิดเห็นจากสำนักโพลต่างๆอันดับ 1 คงเป็นเรื่องทำให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อยอันดับ 2 คงเป็นเรื่องการปราบปรามทุจริตคอร์รัปชันจริงอยู่ แม้ว่าจะมีความจริงใจและ จริงจัง ในการปราบคอร์รัปชัน แต่ก็ยังไม่สามารถดำเนินการได้อย่างเป็นรูปธรรมชัดเจนเท่าใดมีการโยกย้ายข้าราชการทั้งระดับชาติ และระดับท้องถิ่นตัวเล็กตัวใหญ่จำนวนไม่น้อย แต่ที่สุดก็ไม่ต่างไปจากการเก็บ “เข้ากรุ” เท่านั้นเพราะการสืบสวนสอบสวนดำเนินการอย่างล่าช้าไม่ทันใจ บางส่วนก็ต้องโยก กลับที่เดิม บางส่วนก็ยังไม่มีผลการสอบสวนออกมาที่สำคัญ ยังมีข้อครหาว่าในยุค คสช.เองก็เถอะ...ยังมีข่าวคราวไม่ชอบมาพากลอยู่เหมือนกัน แม้กระทั่งการซื้อขายตำแหน่งในแวดวงตำรวจนั่นเป็นภาพสะท้อนปัญหา “คอร์รัปชัน” ในสภาพที่เป็นจริงแต่อีกด้านหนึ่ง ต้องยอมรับเช่นกันว่า ได้มีการออกกฎหมายเพื่อป้องกันการทุจริตประพฤติมิชอบที่เน้นไปที่ “นักการเมือง” เป็นด้านหลักจำนวนหลายฉบับ“ศาลทุจริต” ถือเป็นผลงานชิ้นโบแดงที่ดำเนินการเสร็จเรียบร้อยไป ทำให้คดีทุจริตต่างๆจะต้องให้ศาลทุจริตเป็นผู้พิจารณาเป็นการแยกแยะคดีเฉพาะด้าน น่าจะ ทำให้เกิดความชัดเจนและสามารถพิจารณาคดีได้รวดเร็วกว่าที่เคยรวมเอาไว้ในศาลปกติผู้พิพากษาที่พิจารณาคดีที่มีความสามารถเฉพาะด้านเหล่านี้ถือว่าเป็นประเด็นสำคัญ เพราะหากตัดสินคดีออกมาได้รวดเร็ว ก็จะทำให้เห็นผลทันตา อันจะทำให้ไม่กล้ากระทำผิดกันล่าสุด สนช.ลงมติเป็นเอกฉันท์ 176 คะแนน เห็นชอบให้ผ่านร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาความอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองสาระสำคัญของกฎหมายใหม่นี้จะเปิดโอกาสให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองสามารถไต่สวนพยานหลักฐาน “ลับหลัง” จำเลยได้1. จำเลยไม่อาจมาฟังการไต่สวนได้ เนื่องจากความเจ็บป่วยหรือมีเหตุจำเป็นอันมิอาจก้าวล่วงได้2. จำเลยเป็นนิติบุคคล และศาลได้ออกหมายจับผู้จัดการหรือผู้แทนของนิติบุคคล แต่ยังจับตัวไม่ได้3. จำเลยอยู่ในอำนาจศาลแล้ว แต่ได้ หลบหนีและศาลได้ออกหมายจับแล้ว แต่ยังจับตัวไม่ได้4. ระหว่างพิจารณาหรือไต่สวน ศาลมีคำสั่งให้จำเลยออกจากห้องพิจารณา เพราะเหตุขัดขวางการพิจารณาหรือจำเลยออกไปจากห้องพิจารณาโดยไม่ได้รับอนุญาต จากศาลไม่นับระยะเวลาที่ผู้ถูกกล่าวหาหรือจำเลยหลบหนีรวมเป็นส่วนหนึ่งของอายุความพูดง่ายๆว่าหนีได้ก็หนีไปเถอะ จับตัวได้เมื่อใดก็โดนอยู่ดียังมีบทเฉพาะกาล ม.67 ระบุว่าให้คดีที่ได้ยื่นฟ้องและได้ดำเนินการไว้ก่อนที่ พ.ร.บ.นี้ใช้บังคับให้ดำเนินการต่อไปตาม พ.ร.บ.นี้ทั้งหมดหมายความว่า นักการเมืองที่ถูกดำเนินคดีทั้งหมดจะต้องใช้กฎหมายใหม่มามีผลบังคับใช้โดยไม่มีทางบิดพลิ้ว“ทักษิณ ชินวัตร”-“ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” และใครต่อใครหลายคนต้องอยู่ภายใต้กติกาจากกฎหมายที่จะประกาศใช้ แม้จะหลบหนีไปแล้วหรือคิดจะหลบหนีก็ต้องถูกตรึงไปตลอดยิ่งบางคนยังมีคดีติดตัวอีกหลายคดีก็เดินหน้าไปได้เลย!!!“ลิขิต จงสกุล”