ต้องเปลี่ยนไปสู่สิ่งที่ดี อยู่กับที่ไปไม่รอดการเปลี่ยนผ่านประเทศที่กำลังคืบคลานไปข้างหน้า ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีก็ว่าได้ แต่ลำพังแค่การสร้างกฎกติกาใหม่ยังไม่เพียงพอที่สำคัญก็คือ จิตใจคน ทัศนคติใหม่ๆที่ดีงามปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นในสังคมไทย โดยเฉพาะเรื่องของ “อัยการหิวลาบ” กับ “ตำรวจชั้นผู้น้อย” เหตุเกิดที่บางแสนนั้น ทำให้กลายเป็นเหตุที่เข้ากับยุคสมัยพอดิบพอดีที่ว่าอย่างนี้ก็เพราะรัฐบาลกำลังดำเนินการปฏิรูปตำรวจด้วยการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่ง มีจำนวน 36 คน ทำหน้าที่นี้กำหนดเส้นตายเอาไว้ 90 วันผลจากเหตุที่เกิดขึ้นย่อมทำให้เห็นรูปที่ชัดเจนอันเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาว่าควรจะใส่เนื้อหาสาระอย่างไรเข้าไปเป็นที่ย้ำเน้นให้เห็นถึงความสำคัญของตำรวจชั้นผู้น้อยที่ต้องทำงานหนัก ทั้งส่วนของประชาชนที่ต้องรับผิดชอบตามภารกิจยังต้องตกอยู่ภายใต้ “นาย” ที่มีอำนาจเต็มๆในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเริ่มต้นจากตำรวจไปสู่อัยการที่ต้องการงานสัมพันธ์กัน เพราะเมื่อตำรวจส่งสำนวนการสอบสวนให้อัยการเพื่อสั่งฟ้องหรือไม่สั่งฟ้อง“อัยการ” จึงมีอำนาจเหนือตำรวจโดยปริยายแต่ดุลพินิจของอัยการก็ยังมีปัญหาเช่นกันในกระบวนการยุติธรรมของไทยที่สร้างปรากฏการณ์ให้เห็นกันมาแล้ว สั่งฟ้องหรือไม่สั่งฟ้องจะมีผลต่อตำรวจโดยตรง เพราะหากไม่สั่งฟ้องตำรวจก็จะเกิดปัญหาในการทำงานที่ไม่มีประสิทธิภาพก็ต้องถ้อยทีถ้อยอาศัยกันโดยมีเดิมพันอยู่ที่ประชาชนความยุติธรรมในประเทศนี้จึงมีปัญหาในเรื่องของระบบ ไล่ตั้งแต่ตำรวจไปถึงอัยการ มีการเรียกร้องให้ปฏิรูปตำรวจซึ่งก็กำลังดำเนินการกันอยู่มีคำถามว่า แล้วทำไมไม่ปฏิรูปอัยการด้วยล่ะที่สุดได้รับคำตอบจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯได้มอบการบ้านเพิ่มเติมในการประชุมคณะกรรมการเตรียมการปฏิรูปประเทศเอาไว้ 2 ประเด็น1.การปฏิรูประบบผังเมือง2.การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ตั้งแต่การสอบสวน อัยการ และศาลเพราะในกระบวนการยุติธรรมนั้น มีองค์ประกอบที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่แค่ตำรวจเท่านั้น แต่ยังหมายรวมไปถึงอัยการและศาลด้วยหากปฏิรูปได้ทั้งระบบในกระบวนการยุติธรรม เชื่อว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาของประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรมชัดเจนนั่นคือ การแก้ไขปัญหาในการที่จะทำให้การบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพ และจะทำให้สามารถแก้ไขปัญหาอื่นๆได้อย่างชัดเจนเช่นกันการปฏิรูปการเมืองว่าด้วยนักการเมืองนั้นถือว่าได้ยกระดับขึ้นมาอีกขั้นหนึ่ง เมื่อ สนช.เห็นชอบคลอดกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการกำทำความผิดของนักการเมืองเห็นชอบใน 2 กรณีว่าด้วยการดำเนินคดีอาญา ในการดำเนินคดี อาญา เมื่อยื่นฟ้องศาลแล้วให้อายุความสะดุดหยุดลงกรณีผู้ถูกกล่าวหาหนีคดีมิให้นับระยะเวลาเป็นส่วนหนึ่งของอายุความอีกเรื่องคือ ในกรณีที่ได้ออกกฎหมายจับจำเลยแต่ไม่สามารถจับได้ภายใน 3 เดือนนับแต่วันออกหมายจับให้ศาลมีอำนาจพิจารณาคดีไม่ต้องกระทำต่อหน้าจำเลย แต่ทนายสามารถทำหน้าที่ได้ว่ากันตั้งแต่ต้นมาจนถึงตรงนี้ เท่ากับว่าได้มีการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมอย่างเป็นระบบไล่เรียงกันมาอย่างนี้หากตั้งใจจริง ปฏิรูปออกมาให้ดีๆ แผ่นดินคงจะสูงขึ้นอีกแยะ.“สายล่อฟ้า”