วันนี้ พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ประธาน คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม (ตำรวจ) ผมขอเรียกสั้นๆว่า คณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ ก็แล้วกันนะครับ เรียกประชุมคณะกรรมการ 36 คนนัดแรก หลังจากที่ ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกฯ จัดสรรปันส่วนให้ พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รอง ผบ.ตร.เป็นเลขานุการ ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ เป็นโฆษกการประชุมนัดแรกจะหารือกรอบการทำงานและตั้งคณะอนุกรรมการต่างๆเห็นรายชื่อ คณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ แล้ว ผมเชื่อว่าคงปฏิรูปอะไรไม่ได้มาก กรรมการฝ่ายตำรวจมีถึง 15 คน นำโดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่เหลือมี ทั้งตำรวจใหญ่ในปัจจุบันและอดีตนายตำรวจ น่าจะรวมตัวกันเหนียวแน่นกว่า กรรมการฝ่ายผู้ทรงคุณวุฒิ 15 คน ที่มาจากต่างทิศต่างทาง ไม่น่าจะฝ่าด่านตำรวจไปได้อย่างแน่นอน อย่าไปคาดหวังอะไรมากนักแนวทางการปฏิรูปตำรวจ ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกฯ แถลงว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบให้กรรมการปฏิรูปไปเรียบร้อยแล้วใน 3 ประเด็นใหญ่1.เกี่ยวกับองค์กร ให้ไปพิจารณาว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ต้องสังกัดที่ใด กลับไปสังกัด กระทรวงมหาดไทย ไปอยู่ กระทรวงยุติธรรม หรือ ขึ้นกับจังหวัด หรือตั้งเป็น กระทรวงตำรวจ โครงสร้างที่มีอยู่ในปัจจุบันอะไรควรจะกระจายออกไป เช่น ตำรวจป่าไม้ ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจรถไฟ จะอยู่ที่เดิมหรือย้ายไปไหน2.เกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรม ให้ไปพิจารณาเรื่อง อำนาจสอบสวน จะอยู่อย่างเดิมหรือจะแยก การประสานระหว่างตำรวจ มหาดไทย และอัยการ กรมสอบสวนคดีพิเศษ3.การบริหารงานบุคคล เรื่อง การแต่งตั้งโยกย้าย การคัดคนเข้ามาเป็นตำรวจ จะใช้ระบบใด หลักสูตรนักเรียนนายร้อยเหมาะสมทันสมัยหรือไม่ และการจัดสรรกำลังเพื่อสนับสนุนงานตำรวจดร.วิษณุ แถลงด้วยว่า นายกฯได้เขียนสูตรการทำงานด้วยลายมือยาว 13 หน้ากระดาษ แบ่งออกเป็น 2–3–4 คือ 2 เดือนแรกให้คุยเรื่องปัญหาทั้งหมด อ่านงานวิจัยทั้งหมด 3 เดือนถัดไปยกร่างกฎหมายกำหนดกติกาให้เสร็จ 4 เดือนสุดท้ายรับฟังความเห็นและแต่งเติมส่วนที่บกพร่องเห็นนโยบายปฏิรูปตำรวจที่ ดร.วิษณุ แถลงแล้ว ผมก็นึกถึงคำพูดของ ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ที่ผมนำมาเขียนถึงวันก่อนว่า “การปฏิรูปอะไรก็ตาม จะไม่ใช่การปฏิรูป ถ้าไม่ปรับโครงสร้างและกฎหมายที่เป็นเครื่องตรึงโครงสร้าง...จะไม่มีการปฏิรูปเศรษฐกิจถ้าคุณไม่ปฏิรูปกฎหมายเศรษฐกิจ, จะไม่มีการปฏิรูปสังคม ถ้าคุณไม่ปฏิรูปกฎหมายสังคม, จะไม่มีการปฏิรูปการเมือง ถ้าคุณไม่ปฏิรูปกฎหมายการเมือง เพราะกฎหมายได้สร้าง โครงสร้าง ที่เรียกว่า Infrastructure ของเรื่องนั้น”ผมขออนุญาตเติม อาจารย์บวรศักดิ์ ไปอีกข้อว่า “จะไม่มีการปฏิรูปตำรวจ ถ้าคุณไม่ปฏิรูปกฎหมายตำรวจ” ตราบใดที่ยังมี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ การแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจทั่วประเทศขึ้นอยู่กับส่วนกลาง ตราบนั้น การซื้อขายตำแหน่ง ก็จะยั่งยืนตลอดไป ไม่ว่าจะย้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติไปขึ้นกับกระทรวงไหนก็ตามการปฏิรูปตำรวจ ตามนัยของ ดร.บวรศักดิ์ ควรจะมีการ แก้กฎหมาย เพื่อ ปรับโครงสร้างตำรวจ เช่น ยุบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แล้ว แบ่งตำรวจออกเป็น 2 ส่วน คือ ตำรวจส่วนกลาง ที่มีอำนาจสอบสวนจับกุมทั่วประเทศ และ ตำรวจท้องถิ่น ขึ้นกับผู้ว่าราชการจังหวัด ห้ามย้ายข้ามจังหวัด การซื้อขายตำแหน่งก็จะหายไปทันทีถ้าไม่ปรับโครงสร้าง ทุกอย่างก็เหมือนเดิม เสียเวลาโดยไม่ได้ปฏิรูปอะไร.“ลม เปลี่ยนทิศ”