เดิมพันบนอำนาจ ปฏิรูปก่อนเลือกตั้งใครต่อใครต่างมองไปกันที่การเมืองหลังเลือกตั้งโดยเฉพาะโอกาสและความเป็นไปได้ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ อำนาจพิเศษจะได้เป็นนายกฯ คนนอกมีสูงเพราะด้วยการกระบวนการเมืองที่เกิดขึ้นจากการปรุงแต่งสร้างเป็นกติกาไม่ว่าจะเป็นกรณีเปิดโอกาสให้คนนอกเป็นนายกฯ ได้พร้อมด้วยเสียงสนับสนุนจาก คสช.250 คน ที่ คสช.แต่งตั้งอีกทั้งการเลือกตั้งที่ใช้ระบบจัดสรรปันส่วนผสมปิดโอกาสที่จะทำให้พรรคการเมืองใหญ่โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยที่แม้จะได้ ส.ส.จากระบบแบ่งเขตแต่จะปิดโอกาสในระบบปาร์ตี้ลิสต์กอปรกับการยังดำรงอยู่ในอำนาจที่จะควบคุมการเมืองทั้งระบบย่อมสร้างโอกาสต่อพรรคการเมืองที่จะสนับสนุนให้พรรคหรือผู้สมัครเลือกตั้งมีโอกาสได้เข้ามาสู้เวทีการเมืองได้นี่เป็นเพียงแค่แรงสนับสนุนที่มาจากกฎกติกาสิ่งหนึ่งที่เป็นองค์ประกอบจากนี้ไปหากว่ากันโดยรวมแล้วผลงานของรัฐบาลก็มีไม่น้อยแม้จะสำเร็จบ้างไม่สำเร็จบ้าง แต่ก็ถือว่ายังจับต้องได้เว้นแต่เศรษฐกิจปากท้องที่ติดลบแต่คงหวังว่าไตรมาสต่อไปแล้วปีหน้าหลังจากที่สามารถปักธงโครงการใหญ่ได้โดยเฉพาะเป้าหมายสำคัญอยู่ที่อีอีซีซึ่งกำลังเป็นรูปเป็นร่างอยู่โอกาสที่เศรษฐกิจจะฟื้นตัวอย่างชัดเจนก็มีความเป็นไปได้หมุดหมายอย่างหนึ่งแม้จะช้าเกินไปแต่ยังพอมีเวลาที่จะเรียกคะแนนและศรัทธาให้คืนกลับมาก็คือการปฏิรูปตำรวจหากมองไปถึงการปฏิรูปที่ตั้งตุ๊กตาเอาไว้ 11 เรื่องนั้นคงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่จะเห็นผลได้ภายในพริบตาเพราะคงต้องใช้เวลา หาความลงตัวและนำไปสู่เป้าหมายการปฏิรูปตำรวจจึงน่าจะเป็นการ “ต้นแบบ” สำหรับการปฏิรูปประเทศโดยรวม หลังจากมีการตั้งคณะกรรมการ 36 คน เรียบร้อยไปแล้วและนายกฯ ก็ได้ให้ความสำคัญด้วยการกำหนดกรอบเวลาในการดำเนินการชี้ประเด็นเป็นตัวนำไปสู่แนวทางปฏิรูปถ้าหากมองกันถึงความเป็นไปแล้วนายกฯ น่าจะมีแนวคิดที่เป็น “ตุ๊กตา” เอาไว้แล้วในใจว่าควรจะมีทิศทางอย่างไรและมองเห็นผลความสำเร็จล่วงหน้าเอาไว้แล้วเพียงแต่จะต้องมีกรรมวิธีในการดำเนินการเพื่อให้ได้รับการยอมรับถ้าเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาจนสามารถมองเห็นได้ว่าสามารถแก้ไขปัญหาได้ระดับหนึ่งก็น่าจะเป็นผลงานชิ้นโบแดงที่ทำให้สังคมยอมรับได้ตรงกันข้ามถือเป็น “เดิมพัน” สำคัญของรัฐบาล คสช.หากแนวทางการปฏิรูปตำรวจที่ออกมาไม่สามารถตอบสนองปัญหาได้นายกฯ และ คสช.ก็ต้องรับไปเต็มๆ และมีผลต่อการยอมรับด้วยสิ่งที่ต้องยอมรับอย่างหนึ่งก็คือการปฏิรูปตำรวจนั้นเป็นเสียงเรียกร้องของสังคมมานานแล้วแต่ไม่มีรัฐบาลไหนสามารถตอบสนองได้ถ้าสามารถทำออกมาได้ดีพอสมควรแค่นั้นก็คงได้รับความพึงพอใจและเกิดแรงสนับสนุนเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวอีกทั้งเรื่องนี้ไม่มีใครกล้าคัดค้านหรือเสียดทานแม้จะมีองค์กรหนึ่งที่เคลื่อนไหวแต่ก็ไม่ได้หมายถึงการคัดค้านแต่ได้นำเสนอรูปแบบเพื่อให้มีการเปิดกว้างให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมมากขึ้นและให้เริ่มตั้งแต่นับหนึ่งนอกนั้นก็เป็นเรื่องซึ่งเป็นความต้องการที่จะเสนอความเห็นในแนวทางการปฏิรูปเพราะเชื่อว่าจะทำให้แก้ไขปัญหาได้จริงหากออกมาเละๆ สักแต่บอกปฏิรูปแต่ไม่ปฏิรูปก็อย่าหวังอะไรไปมากกว่านี้.“สายล่อฟ้า”