เมื่อวันที่ 23 ก.พ. นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยถึงกรณีการถูกฝ่ายค้านอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีรายบุคคลในประเด็นเกี่ยวกับงบประมาณอาชีวศึกษาที่ใช้ในการประชาสัมพันธ์ จำนวน 50 ล้านบาท ว่า เรื่องงบประมาณดังกล่าวไม่มีข้อเท็จจริงตามที่ฝ่ายค้านอภิปรายในสภาฯ และตนก็คงไม่ปล่อยให้งบประมาณจำนวนมากขนาดนั้นถูกใช้ไปโดยเปล่าประโยชน์อย่างแน่นอน ซึ่งส่วนตัวมองว่าสุดท้ายแล้วงบประมาณด้านการประชาสัมพันธ์มีความจำเป็นและจะต้องมีเพื่อใช้ในการขับเคลื่อนงานด้านอาชีวศึกษาตามนโยบายของตนที่ต้องการยกระดับการเรียนการสอนอาชีวศึกษาให้เป็นการศึกษาอาชีวะยกกำลังสอง โดยในเร็วๆนี้ตนจะเดินหน้าปรับเปลี่ยนการเรียนอาชีวศึกษาแบบเชิงรุก เพราะการเรียนสายอาชีวศึกษาจะต้องตอบโจทย์การมีงานทำ และหลักสูตรการเรียนการสอนในสาขาวิชาต่างๆของสถานศึกษาอาชีวศึกษาจะต้องสอดคล้องตอบโจทย์ความต้องการของตลาดแรงงานในอนาคตอย่างแท้จริง“ผมต้องการปรับภาพลักษณ์อาชีวศึกษา เพื่อกระตุ้นให้ทุกคนได้เห็นภาพของการเรียนอาชีวศึกษาที่เปลี่ยนไปจากเดิม ด้วยการปั้นให้สถานศึกษาอาชีวะเป็นศูนย์กลางความเป็นเลิศการอาชีวศึกษา (Excellent Center College) ซึ่งผมจะดำเนินการในรื่องนี้ให้เกิดขึ้นให้ได้ เพราะหากสามารถชี้เป้าได้ว่าวิทยาลัยไหนมีความเข้มข้นและโดดเด่นในการจัดการเรียนการสอนสาขาวิชาชีพใดแล้ว ก็จะสามารถนำไปสู่ความร่วมมือกับภาคเอกชนหรือสถานประกอบการระดับชั้นนำต่างๆเพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจให้แก่ผู้ปกครองและเด็กที่จะหันมาให้ความสนใจในการมาเรียนอาชีวะเพิ่มมากขึ้น” รมว.ศึกษาธิการกล่าวนายณัฏฐพลกล่าวอีกว่า ส่วนประเด็นที่ฝ่ายค้านระบุว่าตนกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เอง แต่สาเหตุใดถึงยังมอบงานให้คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.ศึกษาธิการ ไปดูแลจนปล่อยให้มีการเข้าไปล้วงลูกและทำให้การทำงานเกิดความซ้ำซ้อนนั้น ทั้งตนและคุณหญิงกัลยาได้มีการร่วมหารือถึงนโยบายต่างๆด้วยกันตลอด จึงคิดว่าไม่มีปัญหาหรือความซ้ำซ้อนในการปฏิบัติงานแต่อย่างใด อีกทั้งคุณหญิงกัลยาก็มีความสนใจที่จะยกระดับวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอยู่แล้ว.