รองนายกฯ และ รมว.คลัง พิชัย ชุณหวชิร ในฐานะหัวหน้าทีมไทยแลนด์ ที่ไปเจรจามาตรการภาษีนำเข้าสินค้ากับสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์กับสื่อทำเนียบ ถึงความคืบหน้าในการเจรจาว่า จะมีการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯเพิ่ม หรือไม่ รมว.คลัง ตอบว่า ได้มีการยื่นข้อเสนอเพิ่มเติมไปตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 6 ก.ค. ยื่นไปเรียบร้อยแล้ว ข้อเสนอเพิ่มเติมอยู่ในหลักเกณฑ์ที่ไทยเคยยื่นไปแล้ว ไม่ต้องถึงกับแก้ไข เพียงแต่เราไปรับฟังความเห็นเขาว่ามีรายการอะไรหรือไม่ ที่สนใจเป็นพิเศษ เอามาปรับปรุงในสิ่งที่คิดว่าเราทำได้และส่งไปแล้วนักข่าวถามย้ำว่า เรายังคงยืนยันอัตราภาษีที่ต่ำกว่า 18% หรือไม่ คุณพิชัย ตอบว่า ประเทศที่เจรจาแล้วมีจำนวนน้อย เพราะฉะนั้น อีกจำนวนมากเขาคงจะยื่นอีกครั้ง ซึ่งยังไม่แน่ใจ บางคนว่า วันที่ 1 ส.ค. จะกำหนดอีกครั้ง และเจรจาแล้วจะไปเสร็จอีกเมื่อไหร่“เรื่องนี้ยังเป็นแค่การยื่นเกี่ยวกับภาษีและรายการสินค้าจริงๆแล้วยังมีอีกหลายเรื่องที่เขากำลังนั่งดูอยู่และเรากำลังเสนอซื้ออยู่ ในเรื่องท่ีไม่เกี่ยวกับอัตราภาษี ไม่ว่าจะประกาศออกมาอย่างไร แปลว่ายังไม่จบ อาจจะสามารถปรับปรุงได้เรื่อยๆ”รมว.คลัง ย้ำว่า หลักการของเราคือ เราจะใช้หลักเปิดใจคุยกัน ว่า เขามีอะไร ที่เราอยากได้ และเราจะเอารายการที่เราเคยซื้อจากเขาทั้งหมดมาดู เพราะฉะนั้น ถ้าถามว่าเป็นอย่างไร เราต้องดูแลผู้ผลิตในเมืองไทยด้วยคุณพิชัย ได้กล่าวในตอนท้ายด้วยว่า ดูก่อนเขาจะว่าอย่างไร คาดว่าจะจบภายในไม่กี่วัน สรุปว่า ยังไม่ได้คำตอบอะไรที่ชัดเจนในการเจรจาของทีมไทยแลนด์ ทำได้ดีที่สุดคือต้องรอชะตากรรมจากสหรัฐฯต่อไปผู้นำสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความระบุชัดเจนว่า จะไม่มีการผ่อนผันเส้นตาย วันที่ 9 ก.ค.แน่นอน และได้ส่งจดหมายไปยังประเทศคู่ค้าที่สหรัฐฯขาดดุลการค้าแล้ว 12 ประเทศ ขึ้นอยู่กับว่าจะตกลงตามเงื่อนไขที่ระบุไปในจดหมายหรือไม่ ถ้าไม่ตกลง สหรัฐฯก็จะเก็บภาษีนำเข้าตามที่เคยกำหนดอัตราไว้ในครั้งแรกทรัมป์ ยังระบุเพิ่มเติมด้วยว่า ประเทศที่มีความเห็นคัดค้าน การขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ เช่น กลุ่มประเทศบริกส์ (ล่าสุดไทยเข้าเป็นสมาชิกด้วย) จะถูกเพ่งเล็งเป็นพิเศษ ทำนองว่า จะถูกเก็บภาษีเพิ่มเต็มเหนี่ยว แล้วเป็นที่สังเกตว่า การนัดประชุมประเทศสมาชิกกลุ่มบริกส์ที่ผ่านมามีหลายประเทศที่ไม่เข้าร่วมประชุม แม้แต่ ผู้นำจีน ที่เป็นตัวตั้งตัวตีก็ไม่เข้าร่วมประชุมสื่อต่างประเทศ อาทิ บลูมเบิร์ก วิเคราะห์ว่า การที่บางประเทศที่ไม่ได้รับเงื่อนไขการเจรจามาตรการภาษีกับสหรัฐฯมีความเสี่ยงสูงที่จะกระทบกับเศรษฐกิจของประเทศอย่างรุนแรง โดยยกตัวอย่างประเทศไทยที่คาดว่าการเจริญเติบโตเศรษฐกิจที่ต่ำอยู่แล้วคือประมาณ 1% จะได้รับผลกระทบมากขึ้นหลังจากที่ต้องเผชิญกับภาษีทรัมป์ไม่ตายก็เลี้ยงไม่โต.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม