“แพทองธาร” ขอบคุณหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล แชร์ประสบการณ์ ย้อนรอยอดีตศึกซักฟอก “อนุทิน” ชี้นายกฯกดดัน กลัวพูดไม่เก่ง แนะคุมอารมณ์ให้ดี อย่าอ่อนไหวกับคำพูดกระแทกแดกดัน อวยผ่านงานมาครึ่งปีความมั่นใจยิ่งพุ่ง ถ้าทุกอย่างอยู่ในเกมตอบได้หมด “วิสุทธิ์” ขู่จ้อเกินเวลา รบ.มีสิทธิเสนอปิดอภิปราย “สุทิน” สแกนญัตติมีแต่นามธรรม หยันฝ่ายค้านข้อมูลไม่พอ เลี่ยงถล่มรายบุคคล “อดิศร” เหน็บเห็นใจ สส.ปชน.หลายคนซักฟอกนัดสั่งลา “อนุสรณ์” ดักคอรู้ทันเกมตีรวนด้อยค่ารัฐบาล โอ่มีแผนรับมือหมดแล้ว “โรม” แซะนายกฯไม่พร้อมผวาศึกหนัก ตั้งทีม 20 องครักษ์-นัดดินเนอร์พรรคร่วมฯเช็กเสียงโหวตหนุน ลั่นหลังอภิปรายลุยยุทธการโรยเกลือยื่นเอาผิดนายกฯศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีที่จะมีขึ้นในวันที่ 24 มี.ค. ทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้าน ต่างแสดงความพร้อมกันอย่างคึกคัก ขณะที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ เปิดเผยว่า ในงานเลี้ยงสังสรรค์หัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล เมื่อวันที่ 21 มี.ค. มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์การอภิปรายฯในหลายยุคสมัย“อิ๊งค์” ปลื้มวงข้าวเล่าประสบการณ์เมื่อเวลา 10.45 น. วันที่ 22 มี.ค. น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โพสต์ผ่านอินสตาแกรม ภาพ บรรยากาศและคลิปวิดีโอวงรับประทานอาหารร่วมกับหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล เมื่อวันที่ 21 มี.ค.ที่ผ่านมา พร้อมข้อความระบุว่า “หัวเราะเยอะกว่าทานข้าวไม่เกินจริง นั่งฟังประสบการณ์ในสภาจากทุกๆท่าน ย้อนไปถึงสมัยท่านนายกฯชาติชาย บางท่านเคยเป็นฝ่ายค้าน บางท่านเคยถูกอภิปรายอย่างหนักรูปแบบห้องทานข้าว ตึกเดิม ยุคแพ็คลิ้งค์ก็มา ขอบพระคุณประสบการณ์จากทุกท่าน ที่ได้แชร์กันตอนทานข้าว สนุกสนาน มีกำลังใจ ได้คุยครบทุกคน เจอกันวันจันทร์นะคะ”“อนุทิน” ชี้ถ้าอยู่ในเกมตอบได้หมดเมื่อเวลา 13.00 น. ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏ ศรีสะเกษ จ.ศรีสะเกษ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงดินเนอร์หัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลเมื่อวันที่ 21 มี.ค. เตรียมรับอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ไม่ได้มีคำว่าช่วย เพราะการอภิปรายนายกฯ คือการอภิปรายทั้งรัฐบาล รัฐมนตรีทุกกระทรวงต้องเตรียมข้อมูลให้นายกฯชี้แจงต่อที่ประชุมสภา ส่วนไหนที่ถูกพาดพิง ถ้าจำเป็นต้องช่วยนายกฯชี้แจง ที่สำคัญต้องสนับสนุนให้การไว้วางใจการทำงานของนายกฯ มั่นใจนายกฯ ชี้แจงได้ เมื่อถามว่านายกฯกังวลประเด็นใดหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า นายกฯกลัวว่าจะพูดไม่เก่ง แต่พวกเราเรียนท่านว่าทำงานมา 6 เดือนกว่า หรือครึ่งปีแล้ว ท่านมั่นใจเพิ่มมากยิ่งขึ้นตามลำดับ ถ้าทุกอย่างอยู่ในเกมตอบได้หมด นายกฯไม่ได้พูดถึงเรื่องดีลแลกประเทศ ท่านพูดถึงเรื่องงานในความรับผิดชอบ หากเป็นเรื่องส่วนตัวอะไรที่ไม่เกี่ยวข้องกับงาน หรือเรื่องใดๆ ที่ไม่ได้เกิดขึ้นในรัฐบาลของท่าน หรือที่เกิดก่อนมาเป็นนายกฯ ท่านไม่ทราบจะตอบอย่างไรแนะนายกฯควบคุมอารมณ์ให้ดีนายอนุทินกล่าวต่อว่า บรรยากาศดินเนอร์พรรคร่วมฯเป็นไปได้ด้วยดี นายกฯโพสต์ลงอินสตา แกรมแล้ว แต่เราไม่ได้หัวเราะด้วยความสุข เราพยายามทำให้ความกดดันต่างๆลดลง คิดว่านายกฯมีความกดดัน แต่ต้องทำให้ท่านมีความมั่นใจ มีความพร้อมว่าจะผ่านพ้นการอภิปรายนี้ไปได้ด้วยดี เพราะเป็นครั้งแรกของท่าน ส่วนตนเป็นครั้งที่ 6 แล้ว ครั้งแรกตื่นเต้นเหมือนกัน แต่ตอบด้วยความมั่นใจ เรารู้ว่าทำงานอะไร ตอบไปด้วยความมั่นใจ ถ้าทำโดยไม่มีเจตนาไม่สุจริต จะยิ่งตอบได้อย่างไม่ต้องมีแรงกดดันอะไร ท่านต้องควบคุมอารมณ์ให้ดี อย่าไปอ่อนไหวต่อคำพูดกระแทกแดกดันต่างๆ ขอให้อยู่ในสาระของญัตติการอภิปราย ท่านนายกฯก็น่าจะผ่านไปได้ด้วยดี เมื่อถามว่าการประชุมพรรค ภท.จะกำชับอะไร 69 สส.ของพรรคหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า สส.ทุกคนรู้หน้าที่ต้องทำอย่างไร แต่จะมี สส.ยโสธร 1 คน ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุเวทีถล่มก่อนหน้านี้ อาจไม่สามารถไปร่วมประชุมได้ แต่ชี้แจงได้อยู่แล้ว อย่างไรก็ผ่านอยู่แล้วหยอดมั่นใจในสปิริตของฝ่ายค้านเมื่อถามว่าข้อมูลกระทรวงมหาดไทยพร้อมเสิร์ฟหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า ทีแรกคิดว่าโดนด้วย เตรียมข้อมูลไว้มากพอสมควร ครั้งนี้ถึงแม้นายกฯ จะโดนคนเดียว ต้องพาดพิงถึงงานทุกกระทรวง เราต้องเตรียมตัวให้พร้อม ไม่ใช่เป็นประโยชน์ต่อผู้ชี้แจง แต่เป็นการแถลงให้สมาชิกสภาหรือฝ่ายค้าน ที่อาจไม่รู้รายละเอียดรับทราบ เรามั่นใจในสปิริตฝ่ายค้านอยู่แล้ว หลายครั้งเมื่อเราชี้แจงได้ หากพรรคฝ่ายค้านคลี่คลายก็เห็นสปิริตแสดงความขอบคุณและชื่นชมมา ถ้าอยู่กันแบบนี้ได้ ไม่ทะเลาะเบาะแว้งกัน เขามีสิทธิ์จะสงสัย ถ้าเขาไม่สงสัย แสดงว่าไม่ได้ทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างสมบูรณ์ ส่วนเราทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด“วิสุทธิ์” ขู่จ้อเกินเวลา รบ.ชิงปิดเวทีนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค พท. ประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวว่า จะพยายามควบคุมเวลาอภิปรายฯ ให้อยู่ในกรอบ แต่จะได้แค่ไหนต้องรอดู ต้องฟังฝ่ายค้านด้วยว่าอภิปรายอยู่ในเรื่องราวแค่ไหน เพราะได้ไป 28 ชั่วโมง หากใช้เกินเลยเป็นสิทธิ์ของฝ่ายรัฐบาลเสนอปิดอภิปราย ต้องต่างคนต่างดูพิจารณากันให้ดี กรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จะลุกอภิปรายต่อจากผู้นำฝ่ายค้าน เป็นสิทธิ์ที่ท่านทำได้ แต่ไม่ทราบว่าจะทำไหวหรือไม่ เราคงไม่ค่อยทักท้วงท่าน ขอให้ท่านมีแรงอภิปรายก็พอ เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง สส.บัญชีรายชื่อพรรค พท. อาจร่วมอภิปรายกับฝ่ายค้านด้วย นายวิสุทธิ์กล่าวว่า ร.ต.อ.เฉลิมยังอยู่พรรค พท. โดยมารยาทไม่มีใครทำ ท่านเป็นผู้ใหญ่ เชื่อว่าจะไม่ทำอย่างนั้น“ประยุทธ์” ย้ำไม่มีเจตนาล่มซักฟอกนายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค พท. กล่าวถึงกรณีประธานสภาฯ ยืนยันการแก้ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯถูกต้องแล้วว่า คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญตั้งแต่ปี 2557 ระบุว่าคำว่าแก้ไขเพียงเล็กน้อยคือเฉพาะเรื่องพิมพ์ผิดหรือวรรคตอนเท่านั้น แต่ถ้าเป็นสาระสำคัญ ต้องเอาญัตติไปแก้ไขและเซ็นชื่อมาใหม่ คนเข้าชื่อในญัตติประสงค์ว่าเมื่อร่วมกันเข้าชื่อแล้วญัตติสมบูรณ์ หากมีการแก้ไขต้องแก้ไขเป็นหมู่คณะ โดยการเข้าชื่อกัน ไม่ใช่มาขีดฆ่าแล้วเขียนคนเดียว ไม่ใช่เจตนารมณ์ ถ้าเซ็นรับรองกันหมดไม่มีปัญหา เจตนาอยากให้มีการอภิปรายฯ ไม่ขัดขวางหรือประวิงเวลา เมื่อประธานสภาฯและเลขาธิการสภาฯยืนยันว่าถูกต้องแล้ว จะนำมาพูดคุยกันหลังอภิปรายจบแล้ว ต้องสร้างบรรทัดฐานให้สภาฯมีมาตรฐาน ถ้าจะขัดขวางการอภิปรายคงร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญว่าฝ่ายค้านทำผิดญัตติเป็นโมฆะได้ การตั้งทีมองครักษ์พิทักษ์ข้อบังคับฯ เป็นมาตรการต้องทำตามรัฐธรรมนูญ ตนมีหน้าที่เป็นที่ปรึกษาคอนโทรลให้ทีม หากอภิปรายซ้ำซาก น่าเบื่อหน่ายต้องทำหน้าที่ยึดข้อบังคับและกฎหมาย“สุทิน” หยันฝ่ายค้านข้อมูลไม่พอนายสุทิน คลังแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรค พท. กล่าวว่า นำญัตติฝ่ายค้านมาอ่านตีความใส่ส่วนใหญ่เป็นนามธรรม ผู้อภิปรายอธิบายยากกว่าคนตอบ เช่น คำว่าขาดภาวะผู้นำจะเอาอะไรชี้วัด ถ้าขาดจริงๆ ความหมายเชิงวิชาการจะเป็นอีกแบบหนึ่ง แต่เชิงความเป็นจริงถ้าพูดง่ายๆคือ วันนี้ไม่สามารถนำข้าราชการได้ หรือสั่งข้าราชการแล้วไม่ทำ ทาง ครม.หรือสภาฯไม่เอาด้วย นั่นคือผู้นำที่ล้มเหลว ถ้าแบบนี้เรียกว่าขาดภาวะผู้นำ แต่นายกฯไม่ได้เป็นแบบนั้น เพราะสั่งข้าราชการไม่มีคัดค้านหรือต่อต้าน ส่วนใหญ่ ครม.สนองนโยบายหมด งานทุกอย่างเดินหน้าเป็นรูปธรรม แล้วขาดภาวะผู้นำตอนไหน ที่นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ระบุรัฐบาลกังวลเป็นพิเศษเมื่อเทียบกับรัฐบาลที่แล้ว เป็นวาทกรรมพูดเชิงจิตวิทยาเฉยๆ ไม่เห็นว่ารัฐบาลกังวลตรงไหน บอกว่านายกฯไม่พร้อมชี้แจงจึงตั้งทีมพิทักษ์ข้อบังคับการประชุมขึ้นมา ถ้าบอกว่าเป็นทีมองครักษ์พิทักษ์นายกฯถึงจะบอกได้ว่านายกฯไม่พร้อมชี้แจง แต่นี่คือพิทักษ์ข้อบังคับให้เป็นไปตามข้อบังคับการประชุม และนายกฯสบายมาก การอภิปรายคงไม่ยาวไปถึงวันที่ 26 มี.ค. เพราะฝ่ายค้านไม่มีข้อมูลพอ เพราะหากมีข้อมูลเพียงพอจะอภิปรายรายบุคคลเหน็บหลายคนซักฟอกนัดสั่งลาด้านนายอดิศร เพียงเกษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค พท. กล่าวว่า รัฐบาลไม่กังวล สบายๆตามระบบรัฐสภา ถือเป็นเรื่องธรรมดา แต่น่าเห็นใจว่าอาจเป็นการอภิปรายครั้งสุดท้ายของหลายคน เป็นห่วงฝ่ายค้าน ไม่ใช่ห่วงรัฐบาลหรือนายกฯ ส่วนกรณีนายรังสิมันต์ระบุอีกว่านายกฯไม่พร้อมชี้แจง จึงตั้งทีมพิทักษ์ข้อบังคับการประชุมขึ้นมา เขาพร้อมตั้งแต่เป็นนายกฯ และพร้อมตั้งแต่เป็นหัวหน้าพรรค พท. รู้ว่าเมื่อเป็นนายกฯแล้วต้องถูกฝ่ายค้านตรวจสอบอย่างไร นายกฯไม่ใช่เป็นโดยอุบัติเหตุ เพราะเป็นแคนดิเดตนายกฯตามระเบียบ ไม่ใช่เหมือนนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค ปชน. ที่เป็นผู้นำฝ่ายค้านโดยอุบัติเหตุแซะอย่าโหมโรงจนกลายเป็นลิเกนายก่อแก้ว พิกุลทอง สส.บัญชีรายชื่อพรรค พท. โพสต์เฟซบุ๊กว่า การที่ฝ่ายค้านแขวะนายกฯ ทำนองจะอยู่ฟังการอภิปรายไม่ถึงตี 5 เป็นเรื่องไม่สมควรอย่างยิ่ง การจะบังคับให้นายกฯนั่งฟังการอภิปรายและทำการชี้แจงทั้ง 37 ชั่วโมง โดยไม่ได้ทำหน้าที่คุณแม่ ไม่ได้พักผ่อนเลยเป็นไปได้ยากในความเป็นจริง ไปแขวะหรือโวยวายถึงตัวนายกฯ จนเกินข้อเท็จจริง ไม่เหมาะสม เป็นสภาวะ “หลง” ฟาดงวงฟาดงาผิดฝาผิดตัว ไม่ควรจะออกมาตีโพย ตีพาย หรือโทษใคร ทุกฝ่ายควรมุ่งเน้นไปเตรียมข้อมูลการอภิปราย หรือชี้แจงจะดีกว่า อย่าโหมโรงกันเกินจริงจนทำให้สังคมมองว่าการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ เป็นเพียง “ลิเก” ฉากหนึ่งนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า อยากให้พรรคฝ่ายค้านอภิปรายเชิงสร้างสรรค์ ไม่น้ำท่วมทุ่งผักบุ้งโหรงเหรง อภิปรายด้วยเนื้อหาเชิงสร้างสรรค์ รูปแบบใหม่ สมฐานะฝ่ายค้านรุ่นใหม่จริงๆ เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาประเทศร่วมกัน หมดยุคใช้วาทกรรมแบบในอดีตแล้ว ไม่อยากให้ใช้คำล่อแหลมส่อเสียดหยาบคาย หรือบูลลี่ด้อยค่ากัน สังคมไทยรับไม่ได้ ฝ่ายค้านคงไม่มีใครอยากให้ใครพาดพิงหรือด่าบุพการีเช่นกัน มั่นใจว่านายกฯจะชี้แจงได้ทุกประเด็น และเมื่อลงมติเสียงข้างมากในสภาฯ ยกมือให้ผ่านอยู่แล้วดักคอรู้ทันเกมตีรวนด้อยค่า รบ.นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สส.บัญชีรายชื่อ พรรค พท. กล่าวว่า พรรคฝ่ายค้านล็อกเป้าอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯคนเดียว อาจมีแผนต้องการให้วุ่นวาย อาจพยายามอภิปรายผิดข้อบังคับ เสียดสี ยั่วยุให้เกิดการประท้วง ตัวชี้วัดไม่ได้อยู่ที่ใครอภิปราย ได้ดี มีข้อมูลหลักฐานยืนยัน แต่อาจอยู่ที่ใครอภิปรายหรือยั่วยุ แล้วเกิดประท้วงให้สภาโกลาหลได้มาก ถือว่าประสบความสำเร็จมากกว่า หรือเจตนาหวังสร้างคอนเทนต์เชิงลบ ไปขยายความขัดแย้งในโซเชียลมีเดียด้อยค่ารัฐบาล หาคะแนนเสียงให้พรรคตัวเอง ทีมพิทักษ์ข้อบังคับประชุมสภารู้ทัน เตรียมรับมือไว้หมดแล้วทุกแผน การเมืองแบบสร้างสรรค์หรือการเป็นคนรุ่นใหม่ไม่ได้อยู่ที่อายุอย่างเดียว แต่อยู่ที่ทัศนคติและวิธีคิด ผลสะท้อนโพลประชาชนอยากฟัง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ อภิปรายมากกว่า สส.หลายคนของพรรค ปชน. ต้องนำไปวิเคราะห์ว่าเกิดอะไรขึ้น“โรม” จ่อโรยเกลือเอาผิดนายกฯนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค ปชน. ให้สัมภาษณ์ถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ทุกเรื่องเป็นความล้มเหลวในการบริหารราชการแผ่นดิน ส่งผลกระทบต่อประชาชน เป็นปัญหาที่นายกฯล้มเหลวในการบริหารราชการแผ่นดิน ทั้งมิติความมั่นคง การทุจริตคอร์รัปชัน ปัญหาเศรษฐกิจ หลายส่วนเราค่อนข้างมั่นใจพยานเอกสาร พยานหลักฐานต่างๆ หลังจากอภิปรายไม่ไว้วางใจไปแล้ว จะมียุทธการโรยเกลือ ครั้งนี้ค่อนข้างมั่นใจว่าเอาผิดได้แน่นอน ยุทธการนี้จะดำเนินการทางกฎหมายต่อไปกับนายกฯแซวนายกฯไม่พร้อมผวาศึกใหญ่นายรังสิมันต์กล่าวอีกว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจรอบนี้ ฝั่งรัฐบาลส่งสัญญาณถึงความกังวลเป็นพิเศษ เมื่อเทียบกับรัฐบาลที่แล้ว ดูกังวลและเครียดกับการอภิปรายฯมากตั้งแต่ตอนเสนอญัตติ จนถึงการประกาศองครักษ์พิทักษ์นายกฯ 20 คน เห็นภาพการเตรียมกำลังขุนพลกันขนาดนี้ แสดงให้เห็นว่านายกฯไม่พร้อมชี้แจงตอบคำถามตามข้อกล่าวหาหรือไม่ รัฐบาลนี้กลัวเหลือเกินในการ อภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ ยิ่งสะท้อนว่าการที่มีนัดดินเนอร์หรือพูดคุยอะไรต่างๆ ยิ่งสะท้อนถึงความไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกันของคนในรัฐบาล แม้จะตั้งรัฐบาลร่วมกันก็ตามคิว “ลุงป้อม-เหลิม” อภิปรายรอสรุปเมื่อถามว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สส. บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค พปชร.จะอภิปรายต่อจากผู้นำฝ่ายค้านฯ นายรังสิมันต์กล่าวว่า เราให้เกียรติหัวหน้าพรรคอยู่แล้ว ไม่ได้มีเพียงแค่พรรค พปชร.เท่านั้น เร็วๆนี้จะสรุป หัวหน้าพรรคต้องให้ลำดับต้นๆ อยู่แล้ว ส่วนกระแสข่าวว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง สส.บัญชีรายชื่อ พรรค พท.จะอภิปรายด้วย นายรังสิมันต์กล่าวว่า คงยังตอบไม่ได้ว่าจะมีชื่อ ร.ต.อ.เฉลิมหรือไม่ หากขอมาต้องคุยกับแกนนำพรรค ปชน.ด้วยว่าสุดท้ายจะให้หรือไม่ให้อย่างไร ต้องเป็นหลักปฏิบัติ ไม่ใช่คุยแค่พรรค ปชน.พรรคเดียว อาจต้องคุยกับพรรคร่วมฝ่ายค้านด้วย เพราะเวลาเป็นไปตามสัดส่วนของทุกพรรค หาก ร.ต.อ.เฉลิมจะมาอภิปราย คงคิดกันต่อจะใช้เวลาของใครอัด ป.ป.ช.เร่งคดีป่วนสมาธิฝ่ายค้านนายรังสิมันต์กล่าวถึงกระแสข่าวสำนักงานคณะกรรมการ ป.ป.ช.แบ่งกลุ่ม 44 อดีต สส.พรรคก้าวไกลที่เคยลงชื่อเสนอแก้ไขมาตรา 112 และมีคดีอยู่ใน ป.ป.ช.เป็น 4 กลุ่ม มีอย่างน้อย 12 คนอยู่ในกลุ่มเสี่ยงถูกล็อกเป้าตัดสิทธิทางการเมืองว่า ตอนนี้ สส.พรรค ปชน.กำลังทำหน้าที่ตรวจสอบ ไม่แน่ใจว่าเป็นความจงใจหรือไม่ ให้ สส.ต้องไปโฟกัสเรื่องอื่น แทนที่จะโฟกัสการตรวจสอบรัฐบาล มีความพยายามจะใช้นิติสงคราม เป็นกระบวนการที่ไม่ถูกต้อง ฝ่ายนิติบัญญัติยื่นแก้กฎหมาย จะเห็นด้วยหรือไม่ไปว่ากันในสภาฯ แต่จะมาเอาผิดจริยธรรม ทั้งที่เรื่องใหญ่กว่าสำคัญกว่าทั้งการสมคบคิดกัน ช่วยเหลือกัน เคลียร์คดีกัน กระทบศีลธรรมสังคมจริงๆกลับไม่ได้รับการแก้ไข แต่อะไรที่จะเอาเรื่องพรรค ปชน.กลับต้องใช้ความรวดเร็ว หวังตัดสิทธิ์ทางการเมืองตลอดชีวิต ไม่ชอบพวกเราไม่เป็นไร เกลียดพวกเราได้ วิพากษ์วิจารณ์ได้ แต่ทำกันแบบนี้สุดท้ายกลับไปสู่วังวนแบบเดิม วัฏจักรแบบเดิม ที่ประเทศไทยไม่ได้อะไรเลย แต่ยืนยันจะทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด“ธนกร” ขอรัฐบาลสานต่อคนละครึ่งนายธนกร วังบุญคงชนะ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวว่า ลงพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช และ จ.พัทลุง เมื่อวันที่ 21-22 มี.ค.พบปะรับฟังปัญหาจากประชาชน ได้รับเสียงสะท้อนจากคนใต้ส่วนใหญ่ อยากให้รัฐบาลสานต่อโครงการคนละครึ่งสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพื่อกระตุ้นการจับจ่าย เพิ่มการบริโภคภายในประเทศ อยากให้ทำต่อ เพราะมองว่ารัฐบาลวางระบบการรับเงินจ่ายเงินผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังและถุงเงินไว้แล้ว ประชาชนเรียนรู้และใช้ระบบนี้ได้ทั้งประเทศแล้ว แต่ละท้องถิ่นหรือภูมิภาคของไทย ต่างมีเอกลักษณ์ที่มีเสน่ห์เป็นของตัวเอง รัฐบาลควรส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ จัดกิจกรรมตามเทศกาลตลอดทั้งปีดึงดูดนักท่องเที่ยว ได้เข้าร่วมคอนเสิร์ต “สุขใจในป่ายาง” ครั้งที่ 9 จัดโดยวิสาหกิจท่องเที่ยวชุมชน ต.หนองธง อ.ป่าบอน จ.พัทลุง ร่วมกับค่ายเพลงเปิดให้ศิลปินชาวใต้ในท้องถิ่นและที่มีชื่อเสียงระดับประเทศมาแสดงไทย–อียูปูทางเจรจาเอฟทีเอวันเดียวกัน นายวีระพงษ์ ประภา ผู้แทนการค้าไทย กล่าวว่า ได้นำคณะไปหารือกับกรรมาธิการด้านการค้าและความมั่นคงทางเศรษฐกิจแห่งสหภาพยุโรป (DG TRADE) ที่กรุงบรัสเซลส์ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระดับสูง พร้อมย้ำถึงเจตนารมณ์ของไทยที่จะสรุปการเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย-สหภาพยุโรป (FTA ไทย-อียู) ภายในปี 2568 และยืนยันความมุ่งมั่นของไทยในการยกระดับภาคการผลิตและอุตสาหกรรมไทยให้พร้อมปรับตัวเข้ากับนโยบายด้านความยั่งยืนของสหภาพยุโรป ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้ภาคเอกชนไทยสามารถดึงศักยภาพด้านความยั่งยืนมาเป็นจุดแข็งในการส่งเสริมความสามารถในการแข่งขัน ตนได้เสนอให้สหภาพยุโรปสนับสนุนด้านการถ่ายทอดเทคโนโลยี ความรู้ และเสริมสร้างศักยภาพ แก่เอสเอ็มอี เพื่อลดอุปสรรคในการปฏิบัติตามกฎระเบียบของสหภาพยุโรป ช่วยให้เอสเอ็มอีไทยใช้ประโยชน์จากเอฟทีเอได้อย่างเต็มศักยภาพเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจสองฝ่ายนายวีระพงษ์กล่าวว่า กรรมาธิการด้านการค้าฯ แห่งสหภาพยุโรปได้แสดงความชื่นชมไทยที่มีความมุ่งมั่นเตรียมความพร้อมในการเจรจาอย่างดี ซึ่งการเจรจาเอฟทีเอไทย-อียู รอบที่ 5 มีกำหนดจัดขึ้นวันที่ 31 มี.ค.-4 เม.ย.นี้ สหภาพยุโรปให้ความสำคัญกับความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์กับไทย โดยเล็งเห็นถึงความสำคัญของการกระจายความเสี่ยงทางเศรษฐกิจท่ามกลางสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ในปัจจุบัน และต้องการสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ที่มุ่งเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มและการพัฒนาให้กับเศรษฐกิจในท้องถิ่น เพื่อสร้างประโยชน์ร่วมกันอย่างแท้จริงอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่