ดูอาการที่นายกรัฐมนตรี "แพทองธาร ชินวัตร" เดินทางไปร่วมประชุมสภาเพื่อตอบกระทู้ถามครั้งแรกก็คงพอจะเห็นแล้วว่าอะไรเป็นอะไรเพราะหลังจากตอบเสร็จก็ลุกออกจากที่นั่งเพื่อเดินทางกลับทันที โดยไม่ได้นั่งฟังการอภิปรายประเด็นอื่นๆจน สส.ฝ่ายค้านต้องบอกว่า “ลุกหนี” หรือ?ถึงบอกว่าทำไมนายกรัฐมนตรีไม่ยอมไปสภาเพื่อตอบกระทู้ถาม ก็คงเป็นเพราะกลัวที่จะต้องถูกฝ่ายค้านรุมซักถามประเด็นต่างๆที่ตนเองไม่รู้ หรือเกรงจะตอบผิดๆถูกๆก็เลยไม่ไปเสียดีกว่า!เพราะวันที่ไปตอบกระทู้นั้นก็เป็นเรื่องการตัดแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่รู้กันทะลุปรุโปร่ง หลับตาก็ตอบได้เป็นชุดๆจึงไม่ต้องแปลกใจที่ “เพื่อไทย” พยายามขีดวงกำหนดการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีเพียงวันเดียวอ้างว่าซักฟอกนายกรัฐมนตรีคนเดียววันเดียวก็พอเป็นเกมต่อรองที่จะทำให้การอภิปรายใช้เวลาน้อยที่สุด เพราะเล็งเห็นแล้วว่า “นายหญิง” จะต้องเจอศึกหนักแน่ จึงต้องหาวิธีรวบรัดให้เหลือเวลาน้อยที่สุดซึ่งคงจะงัดวิชามารต่างๆเพื่อเล่นเกมในการอภิปราย นอกจากวิธีประท้วงและช่องทางอื่นๆที่คิดมาเพื่อเป็นฝ่ายกำหนดให้ฝ่ายค้านต้องยอมจำนนประเด็นหนึ่งคือการเอ่ยชื่อ “ทักษิณ ชินวัตร” ซึ่งเป็นตัวละครสำคัญในการซักฟอกครั้งนี้อย่างแน่นอน จึงอยู่ที่ฝ่ายค้านจะต้องหาทางแก้ลำให้ดีๆเดี๋ยวจะกร่อยเสียก่อนจนเสียงานได้!กลเกมจากการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้คงต้องจับตาไปที่พรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะ “ภูมิใจไทย” ซึ่งเป็นคู่กรณีสำคัญของ “เพื่อไทย”การที่ฝ่ายค้านซักฟอกนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียวนั้น เอื้ออำนวยประโยชน์ให้พรรคสีน้ำเงินเป็นอย่างยิ่งเนื่องจากทำให้ได้แต้มต่ออีกครั้งหนึ่งด้วยบท “ตาอยู่”!เพราะ “เพื่อไทย” จะต้องให้พรรคร่วมรัฐบาลยกมือสนับสนุนและช่วยอภิปรายหนุนนายกรัฐมนตรี และแก้ต่างให้“อนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย จึงพยายามแสดงออกเพื่อหนุนช่วยอย่างออกหน้าออกตามากกว่าพรรคอื่นๆพูดง่ายๆจะเป็น “พระเอกขี่ม้าขาว” ช่วย “นางเอก” ที่ถูก “ผู้ร้าย” ย่ำยีทำนองนั้นเพราะประเด็นเรื่องฮั้วเลือกตั้ง สว.ที่ยังคาราคาซังอยู่นั้น อยู่ในกำมือของ “เพื่อไทย” การแสดงบทผู้พิทักษ์ของ “เสี่ยหนู” จึงเป็นการแสดงออกถึงความจริงใจให้เห็นกันจะจะอย่างนี้เป็นน้ำใจที่แลกเปลี่ยนกับเรื่องอื่นๆได้ค่อนข้างแน่นอนในทางลึกแล้วพรรคร่วมรัฐบาลหลายพรรคก็คงพอใจที่ฝ่ายค้านซักฟอกนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียว เพราะไม่ต้องโดนถล่มไปด้วยยิ่งพรรคที่ช่วงชิงการนำอยู่ยิ่งชอบใจ เพราะอาศัยฝ่ายค้านเป็น “มือพิฆาต” โดยไม่ต้องลงมือเอง และยังสามารถหาบารมีเสริมให้ตัวเองที่เป็นบุญเป็นคุณกันอีกด้วยข้อสำคัญคือฝ่ายค้านจะต้องเล่นเป็น นอกจากป้องกันแท็กติกของ “เพื่อไทย” แล้วยังจะต้องอภิปรายด้วยข้อมูลและลีลาที่น่าเชื่อถือและเข้าใจง่ายเพราะนอกจากจะทำให้คู่แข่งสำคัญทางการเมืองบอบช้ำยังเป็นโอกาสที่จะสร้างคะแนนนิยมให้ตัวเองอีกด้วยประเด็นสำคัญก็คือ ต้องแสดงบทบาทความเป็นฝ่ายค้านที่มุ่งมั่นเอาจริงเอาจัง เพราะได้ประกาศไปแล้วว่าจะไม่ร่วมรัฐบาลกับ “เพื่อไทย” อย่างเด็ดขาดอย่า “ตกม้าตาย” เสียก่อนก็แล้วกัน!"สายล่อฟ้า"คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม