กฎหมายสำคัญของรัฐบาล 16 ฉบับฟาสแทร็คผ่านสภาฯ นายชูศักดิ์ ศิรินิล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แย้มประตูให้เห็นปฏิทินผลักดันกฎหมายที่เป็นนโยบายรัฐบาลให้เร็วขึ้นในสมัยประชุมนี้ ในฐานะเป็นประธานคณะกรรมการเร่งรัดกฎหมาย (คนร.) ของรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ต่อเนื่องมาจากรัฐบาลชุดที่แล้ว ได้ตรวจสอบดูนโยบายต่างๆจำเป็นต้องตรากฎหมายสำคัญให้นำนโยบายไปสู่การปฏิบัติที่สำเร็จผลตามปรารถนา เป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชนอาทิ กฎหมายตั๋วร่วมเชื่อมโยงขนส่งทางรางให้อยู่ระบบเดียวกัน ราคา 20 บาทตลอดสาย กฎหมายซอฟต์พาวเวอร์ ยกร่างเสร็จเรียบร้อย กฎหมายลดขั้นตอนขอใบอนุญาต อำนวยความสะดวกให้ประชาชนส่วนกฎหมายที่อาจไม่ใช่นโยบายรัฐบาล แต่เป็นกฎหมายที่สืบเนื่องมา บางเรื่องเป็นนโยบายรัฐบาล เช่น ร่าง พ.ร.บ.การทำประชามติ ท้ายที่สุดวุฒิสภากับสภาผู้แทนราษฎร มีความเห็นไม่พ้องต้องกัน โดยไม่เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการร่วมในชั้นวุฒิสภาท้ายสุดรอไว้ 180 วันก่อน ประมาณกลางปี 68 สภาฯยืนยันทำประชามติชั้นเดียว ใช้เสียงข้างมากธรรมดา ก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ ประกาศใช้ต่อไป นำไปสู่การทำประชามติเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ทีมการเมือง ถามว่าไทม์ไลน์กฎหมายนิรโทษกรรม หลังพรรคเพื่อไทยเสนอร่างเข้าสภาฯ ผ่านวาระแรก ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ช่วงเดือน ม.ค.68 ไม่เกินเดือน เม.ย.68 ผ่านวาระ 3 เข้าสู่วุฒิสภา คาดใช้เวลา 2 เดือน เป็นไปตามไทม์ไลน์คาดประมาณเดือน มิ.ย.68 พ.ร.บ.นิรโทษกรรม มีผลบังคับใช้นายชูศักดิ์ บอกว่า ขณะนี้ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมค้างอยู่ในการพิจารณาของสภาฯ มีร่างของพรรคก้าวไกลเดิม ร่างภาคประชาชน ร่างของพรรครวมไทยสร้างชาติ ในสมัยนี้อาจถึงกำหนดที่พิจารณา ไม่ต้องฟาสแทร็คเพราะอยู่ในระเบียบวาระอยู่แล้วในส่วนร่างของพรรคเพื่อไทย ไม่รวมคดี 110 และคดี 112 ตามที่ประชุม สส.มีมติเสนอเข้าสภาฯ คณะทำงานด้านกฎหมายของพรรคเพื่อไทยยกร่างเสร็จแล้ว ตามไทม์มิ่งเมื่อถึงคิวจะพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมที่หลายฝ่ายเสนอไว้แล้ว อาจขออนุมัติที่ประชุม สส.อีกครั้งก่อนเข้าชื่อเสนอโดยดูบรรยากาศการเมืองก่อนเสนอขณะนี้ความคิดเห็นต่างๆ มันไม่เห็นชอบแบบ 100% ต้องฟังตรงนั้น ดูตรงนี้พอสมควร อาจมีความเห็นต่างๆ ที่ไม่เห็นด้วยบ้าง เอาให้สะเด็ดน้ำ“ทั้งหมดอยู่ที่เสียงข้างมากในสภาฯ ถ้าเห็นพ้องต้องกันมันก็ผ่านไปได้ ขณะนี้บรรยากาศน่าจะไม่มีปัญหาอะไรมากถ้ามีอยู่บ้างก็เป็นเสียงคัดค้านนิรโทษกรรมในการยกเว้น ที่พรรคประชาชนเห็นไปอีกทางหนึ่ง มันอาจมีปัญหาตรงนี้ ถัดไปที่วุฒิสภามีปัญหาหรือไม่ ต้องดูน้ำหนักตรงนั้นพอสมควร”ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาการตรา พ.ร.บ.นิรโทษกรรม สบายใจมากขึ้นเมื่อได้เดินตามเป้าจนใกล้สำเร็จ นายชูศักดิ์ บอกว่า สบายใจขึ้นเมื่อภาระไปอยู่ที่สภาฯเอาหรือไม่เป็นเรื่องสภาฯ ต่างกับสมัยศึกษาเรื่องนี้ต้องชี้แจงปากเปียกปากแฉะว่าไม่ใช่ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม แค่ศึกษาในภาพรวม ขณะนี้เป็นร่างเรียบร้อยและมีภาระนำเสนอต่อที่ประชุมสภาฯทีมการเมือง ถามว่าถึงคิวร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ (รธน.) 17 ประเด็น 17 ฉบับ และเปิดประตูแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 เปิดประตูสู่การเขียนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) เข้าที่ประชุมรัฐสภากลางเดือน ม.ค.68 นายชูศักดิ์ บอกว่า ทั้ง 17 ฉบับเป็นของพรรคประชาชน“ผมให้ความเห็นกับประธานรัฐสภา (นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา) นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.พรรคประชาชนพอสมควร ถ้าเดินในรูป ส.ส.ร.มายกร่าง ควรปล่อย ส.ส.ร.ทำไป ไม่ต้องแก้รายมาตรา17 ประเด็น 17 ฉบับที่แก้ไขเรื่องสิทธิเสรีภาพ แก้นั่นแก้นี่ กว่าผลักดันสำเร็จต้องใช้ระยะเวลาเท่าไหร่ สุดท้ายไม่รู้ สว.เห็นด้วยหรือไม่ไหนๆให้ตัวแทนประชาชน คือ ส.ส.ร.มายกร่าง เช่น คุณแก้ระบบเลือกตั้ง แล้วจะมี ส.ส.ร.ทำไม เข้าใจที่เสนอ มาทั้งหมด 17 ร่าง คงเกิดจากความคิดว่า ส.ส.ร.ไม่มีทางไป”ประชามติยังไม่ผ่าน ท้ายสุดถูกยื่นตีความอีกแก้รัฐธรรมนูญทั้ง ฉบับมันมีปัญหาอุปสรรคดันให้มี ส.ส.ร.ตัวแทนประชาชนมายกร่างดีกว่าขอย้ำถ้า เป็นผมไม่ขอแก้ รธน.รายฉบับ เอา ส.ส.ร.มาเขียนฉบับใหม่จบ มุ่งไปทางนี้ดีกว่าแก้ รธน.ทีเดียวส่วนแนวคิดที่มาของ ส.ส.ร. ขณะนั้นผมก็ทำมาจบลงตรงที่ขอแก้ รธน.มาตรา 256 เพิ่มหลักเกณฑ์และวิธีแก้ รธน.โดย ส.ส.ร. แต่ประธาน รัฐสภาไม่บรรจุ อ้างนำไปสู่การทำ รธน.ฉบับใหม่ ขัดต่อคำวินิจฉัยของศาล รธน.ที่ 4/2564 ทำประชามติ 3 ครั้ง โดยทำประชามติก่อนว่าแก้หรือไม่แก้ ถึงเสนอแก้ รธน.256 เป็นสเต็ปที่ 2ครั้งนี้เท่าที่รับทราบจากข่าวที่ประธานรัฐสภาบรรจุ หลังคณะกรรมการกฎหมายของประธานรัฐสภา เกิดพลิกมติกลายเป็นเสียงข้างมากให้บรรจุได้ หลังเอาคำวินิจฉัยส่วนตนมาคลี่ดูพบตุลาการศาล รธน.5ท่านเห็นว่าทำประชามติแค่ 2 ครั้งพอ แต่ทราบว่านิติกรเจ้าของเรื่องคัดค้านก็ส่งความเห็นให้ประธานรัฐสภาถ้าบรรจุประธานรัฐสภาก็ประสานไปยังพรรคการเมืองเสนอประกบหรือไม่ ร่างเดิมพรรคเพื่อไทยยังอยู่ ต้องไปถามที่ประชุมพรรคเพื่อไทยเสนอประกบหรือไม่ และถ้าระเบียบวาระนี้เดินต่อไป เชื่อมีอุปสรรคแน่ โดยมีคนไปร้องศาล รธน.ขัดต่อคำวินิจฉัยปี 64 ก็ดีจะได้วินิจฉัยสะเด็ดน้ำเสียทีทำประชามติ 2 หรือ 3 ครั้งเพราะความขัดแย้งเกิดขึ้นแล้ว หลังบรรจุเข้าไป และมีสมาชิกรัฐสภาบางส่วนคัดค้าน ตอนนี้ศาล รธน.ต้องวินิจฉัย สุดท้ายทำประชามติ 2 ครั้งมันผ่านก็จบ“แก้ รธน.มาตรา 256 ตั้ง กมธ.จนจบ ที่ประชุมรัฐสภาโหวตแก้ 256 ต้องใช้เสียงข้างมาก พรรคร่วมรัฐบาล พอเสียง สว.ถึงปัง 2 ใน 3 เอาร่างแก้ รธน.ไปทำประชามติเปิดให้มี ส.ส.ร.เขียน รธน.ใหม่ผ่านประชามติ นำขึ้นทูลเกล้าฯ เป็น รธน.แก้ไขมี ส.ส.ร.เลือกตั้ง ส.ส.ร.มีกฤษฎีกาเรียกประชุม ส.ส.ร.ทำงาน 180 วัน เขียน รธน. แล้วทำประชามติครั้งที่ 2 จบ นำขึ้นทูลเกล้าฯได้ รธน.ฉบับใหม่แต่ถ้ากระบวนการทุกอย่างตรงกันข้าม ทั้งศาลรธน.ชี้ทำประชามติ 3 ครั้งก็กลับมาทำใหม่ วุฒิสภาโหวตแก้มาตรา 256 ต้องเสียงมีอย่างน้อย 67 คนขึ้นไป”ส่วนท่าทีของรัฐบาลเดิมนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม สมัยเป็นประธานคณะกรรมการเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางทำประชามติเพื่อแก้ปัญหาความเห็นที่แตกต่างในเรื่อง รธน.60 ทำเอาไว้ มีมติ ครม.ให้ทำประชามติ 3 ครั้ง และแก้ กฎหมายประชามติผมมีหน้าที่นำเสนอต่อ ครม.ให้รับทราบถึงแนวทางขณะนี้ อาจทำประชามติ 2 ครั้ง ครม.เห็นอย่างไร ในความเห็นส่วนตัว ครม.อาจมีความเห็นให้พรรคการเมืองนำเสนอร่างแก้ไข รธน. แต่ยังเป็นความเห็นที่ต่างกันอยู่ดูทิศทางการเมืองนิรโทษกรรมสะดวกกว่าแก้ รธน.และปี 68 ยังเป็นปีแห่งสมรภูมินิติสงคราม พรรคเพื่อไทยแกนนำรัฐบาลเป็นห่วงจุดไหนบ้าง นายชูศักดิ์ บอกว่า แก้ รธน.ยาก อุปสรรคเยอะที่ผ่านมาเกือบสะเด็ดน้ำ ผ่านวาระ 2 กำลังโหวตวาระ 3 ดันถูกร้องต่อศาล รธน.เป็นที่มาคำวินิจฉัยที่ 1/2564 ตีความทำประชามติกี่ครั้งแน่ แต่ครั้งนี้มีความคืบหน้า ประธานรัฐสภา “ตั้งใจ” บรรจุเข้าที่ประชุมรัฐสภาขณะที่นิติสงครามผ่านไปหลายส่วนแล้ว ล้มล้างการปกครองตาม รธน.มาตรา 49 ศาล รธน.ก็ตีตกไปหลายคำร้อง ที่ยังค้างอยู่ปมครอบงำ กกต.ได้สอบถามมายังบรรดาพรรคการเมือง ชี้แจงไปเรียบร้อย ไม่มีปัญหาประเด็นใหญ่ใจความชี้แจงได้ปม “ครอบงำ”พื้นที่ทับซ้อนไทย–กัมพูชาปมร้อนเอ็มโอยู 44ตีความตามกฎหมายไม่ถึงขั้นทำให้รัฐบาลล้ม."ทีมการเมือง"คลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม