บันทึกประวัติศาสตร์การเมืองไทยอีกหน้าหนึ่งเมื่อได้นายกรัฐมนตรีคนที่ 31 เป็นสุภาพสตรีคนที่ 2 ซึ่งมีอายุเพียง แค่ 37 ปีเท่านั้น“แพทองธาร ชินวัตร” หัวหน้าพรรค “เพื่อไทย”เธอเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขบุตรสาวคนเล็กของ “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ที่สร้างวีรกรรมให้ประเทศทั้งแง่ดีและแง่ลบไว้มากดูจากสีหน้าท่าทางในวันรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้ดำรงตำแหน่งนั้น เขามีความสุขมากแค่ไหน ที่ผลักดันจนลูกสาวคนโปรดได้เป็นผู้นำประเทศของตระกูล “ชินวัตร”คนในตระกูลการเมืองนี้เคยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมาแล้ว 3 คน1.“ทักษิณ ชินวัตร”2.“ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” น้องสาว3.“สมชาย วงศ์สวัสดิ์” น้องเขย สามี “เยาวภา ชินวัตร”และคนที่ 4 คือ “อุ๊งอิ๊งค์” ที่ได้ตำแหน่งสดๆร้อนๆล่าสุดว่ากันตามความเป็นจริงแล้ว “ทักษิณ” เข้ามาสู่แวดวงการเมืองในฐานะรูปแบบ “ธุรกิจการเมือง” ทุกอย่างต้องมีผลประโยชน์แลกเปลี่ยนจึงไม่แปลกที่พรรคการเมืองซึ่งเขาเป็นเจ้าของ ไม่ว่าไทยรักไทย พลังประชาชน จนมาถึง “เพื่อไทย” นั้นจะผูกขาดด้วยคนของตระกูลหรือพวกพ้องที่ไว้ใจได้ ให้ขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคและผู้บริหารพรรคการดำเนินการทุกอย่างจะต้องผ่านความเห็นชอบเจ้าของพรรคใครแข็งขืนหรือกระด้างกระเดื่องก็อยู่ไม่ได้แต่เนื่องจากนโยบายประชานิยมของเขาประสบผลสำเร็จอย่างเช่น 30 บาทรักษาทุกโรค กองทุนหมู่บ้านนั่นทำให้ประชาชนพอใจและสนับสนุนพรรคการเมืองที่เขาเป็นเจ้าของมาตลอด อีกทั้งยังมีกลุ่มคนเสื้อแดงเป็นฐานการเมืองที่สำคัญทำให้พรรคการเมืองของเขามีพลังสนับสนุนที่หนักแน่นและมีนักการเมืองเข้าสังกัด ซึ่งส่วนใหญ่จะมีความรู้ความสามารถและกระจายไปทุกภาคโดยเฉพาะภาคอีสานและภาคเหนือนั่นจึงส่งผลให้ลูกสาวคนเล็กได้ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอย่างไม่ยากเย็นนัก โดยมีเขาเป็น “พี่เลี้ยง” ที่จะช่วยวางแผนและแก้ไข ปัญหาให้ทุกอย่าง ยิ่งล่าสุดเขาได้อิสรภาพเต็มตัวพ้นมลทินจากคดีความยิ่งสามารถที่จะควบคุมดูแลได้ง่ายขึ้น เพราะไม่มีข้อจำกัดจึงไม่แปลกที่คนจะมองว่านี่คือรัฐบาล “ทักษิณ” ไม่ใช่รัฐบาล “อุ๊งอิ๊งค์”ก็ว่ากันไปเมื่อเส้นทางที่ได้มานั้นถูกต้องตามกติกาทุกคนก็ต้องยอมรับ อยู่ที่ว่าจากนี้ไปจะสามารถบริหารประเทศให้เกิดประโยชน์ได้มากน้อยแค่ไหนที่สำคัญคือบทเรียนที่ผ่านมาสมัยที่ “ทักษิณ” เป็นนายกรัฐมนตรี และ “ยิ่งลักษณ์” เป็นผู้นำประเทศที่เริ่มต้นก็ดูดีสดสวยแต่บทจบเป็นอย่างไรก็เนื่องมาจากการกระทำตนเองไม่มีใครไปทำให้ทุกอย่างมันจึงขึ้นอยู่กับการทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีจากนี้ไปเริ่มแต่การแต่งตั้งบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีและตำแหน่งทางการเมืองต่างๆ จะต้องตรวจสอบให้รอบคอบทุกอย่างอีกทั้งนโยบายก็ต้องชัดเจนว่าสามารถทำได้จริงและไม่ผิดกฎหมายเพราะนายกรัฐมนตรีที่เพิ่งพ้นจากตำแหน่งไปหมาดๆ ได้ทำอะไรไว้จนต้องหลุดไป ทั้งๆที่อยู่ได้ไม่ถึงปีประวัติศาสตร์เพิ่งผ่านมาไม่นานน่าจะให้บทเรียนอะไรได้หลายอย่าง!“สายล่อฟ้า”คลิกอ่านคอลัมน์ "กล้าได้กล้าเสีย" เพิ่มเติม