มาดใหม่ผู้นำใช้ความสงบสยบความเคลื่อนไหว“บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ปรับลุคการทำงาน รูดซิปปาก เบรกการต่อปากต่อคำประเด็นการเมืองหันไปโฟกัสการแก้ปัญหาความเดือดร้อนประชาชน สั่งการเร่งด่วนเฉพาะหน้าคลี่คลายสถานการณ์น้ำท่วม และเยียวยาช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยหลังน้ำลดตั้งหน้าตั้งตาทำสมาธิกับการทำงานเพียงอย่างเดียว ทำแต้มให้เข้าตาชาวบ้านกู้ศรัทธาคืนมาในช่วงที่ความบาดหมางทางการเมืองเข้าครอบงำคนในสังคม หมิ่นเหม่ก้าวไปสู่ความรุนแรง แตกขั้ว แตกคอจนเลยเถิด ไม่ใช้สันติวิธีหาทางออก ส่งสัญญาณอันตราย เกิดการเสพติดใช้ความรุนแรงเล่นงานฝ่ายเห็นต่าง ไฟขัดแย้งจ่อลุกโชน หากทุกฝ่ายยังไม่ตั้งสติ ใช้ความสะใจมาก่อนความถูกต้องดังนั้นบทบาทของผู้นำจึงยิ่งต้องรัดกุม ระมัดระวังท่าทีการแสดงออก คำพูดคำจาต้องไม่เติมเชื้อไฟ สร้างความแตกแยกให้ขยายแนวออกไปอีก จนสั่นสะเทือนเสถียรภาพรัฐบาลภาวะหน้าสิ่วหน้าขวานที่ “บิ๊กตู่” ต้องควบคุมความขัดแย้งให้เกิดแรงกระเพื่อมน้อยที่สุด ประคับประคองแรงสั่นสะเทือนจากการแตกแยกไม่ให้พาลกระทบเป้าหมายสำคัญ การเป็นเจ้าภาพจัดประชุมเอเปกในช่วงกลางเดือน พ.ย.2565เพราะตามเส้นทางเกมในสภาดูแล้วราบรื่น การเปิดประชุมสภาฯสมัยหน้า ไร้ด่านซักฟอก เนื่องจากไม่สามารถยื่นญัตติเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลได้แนวโน้มเกมในสภาคุมอยู่หมัด ทุกพรรคก็คันไม้คันมือ อยากลงสนามเลือกตั้งเต็มที่ ไม่มีพรรคไหนอยากสร้างแรงกระเพื่อมในการประชุมสภาฯสมัยสุดท้าย ให้กระทบเส้นทางเข้าคูหากาบัตรแม้แต่การปรับ ครม.ที่เรียกร้องกัน ก็ถูก “บิ๊กตู่” ถ่วงเวลา ปล่อย นริศ ขำนุรักษ์ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ รอเก้อโควตาเก้าอี้ รมช.มหาดไทยกลัวสร้างปัญหาให้พรรคพลังประชารัฐเกิดความปั่นป่วนตามมา ในช่วงที่กำลังประสบปัญหาเลือดไหลออกแกนนำพรรคต้องแก้เกมจัดระเบียบในทีมกันใหม่ ส่งสัญญาณถึง “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ งัดไม้แข็งตัดท่อน้ำเลี้ยง ส.ส.ที่เตรียมย้ายพรรคเลิกดูแลผู้แทนนกสองหัวที่ตัวอยู่พลังประชารัฐ แต่ใจเตลิดไปอยู่พรรคอื่น ให้หันมาทุ่มเทให้ความสำคัญเฉพาะคนที่ยังภักดีอยู่กับพรรคลูกพรรคกำลังสับสนกับอนาคตทางการเมือง จากความกำกวมที่พรรคพลังประชารัฐยังไม่กล้าประกาศแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจะเลือกใครเป็นเบอร์หนึ่ง ระหว่าง “ลุงตู่” หรือ” ลุงป้อม”หากเป็นชื่อ “ลุงตู่” เลือดพลังประชารัฐอาจทะลักหนักขึ้น เพราะชื่อหมดราคาในหลายพื้นที่ ถ้ายังล่มหัวจมท้ายกันต่อไป โอกาสสอบตกมีสูงหรือถ้าเป็นชื่อ “ลุงป้อม” ก็เพิ่งถูกปักชนักสดๆร้อนๆ จากกรณี กมธ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ขุดปมนาฬิกายืมเพื่อนของ “บิ๊กป้อม” มาลากไส้ใหม่ยกการให้ปากคำของ “หม่อมอุ๋ย” ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้จัดการมรดก นายปัฐวาท สุขศรีวงศ์ เพื่อนของ “ลุงป้อม” ที่เสียชีวิตไป โดยยืนยันชัดเจน ไม่มีรายการนาฬิกาหรู 20 เรือนอยู่ในกองมรดกนายปัฐวาท มีเงื่อนงำชวนสงสัยรอบใหม่ นาฬิกาหรูที่ พล.อ.ประวิตรครอบครอง เป็นนาฬิกายืมเพื่อนจริงหรือไม่ เกิดแรงกระทุ้งให้ ป.ป.ช.รื้อฟื้นคดีพิจารณาใหม่แผลเก่ากลับมากำเริบ ยังไม่รู้จะลุกลามหนักแค่ไหนไม่ว่าค่ายพลังประชารัฐจะเคาะชื่อลุงคนไหนออกมา ก็มีแผลเหวอะหวะพอกันทำได้แค่ประวิงเวลาประกาศชื่อแคนดิเดตนายกฯ เพื่อเช็กกระแสตัวเองและคู่แข่ง ก่อนตัดสินใจอีกครั้งหลังการประชุมเอเปก จะส่งชื่อใครเป็นนัมเบอร์วันกระแสความนิยมเสื่อม ทำการเมืองเปลี่ยนมีแนวโน้มเปลี่ยนขั้วอำนาจ ค่ายพลังประชารัฐไม่ชัวร์จะมีแต้มต่อได้จัดตั้งรัฐบาลเหมือนเก่า เปิดทางคู่แข่ง ทั้งพรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย ได้เบ่งกล้ามชิงการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลเที่ยวหน้าแผงอำนาจพลังประชารัฐป้อแป้ เพราะ 2 ป.กินรวบไม่ได้อีกต่อไป!!!ทีมข่าวการเมือง