วัวหายไปแล้วแต่ยังต้องล้อมคอก ไม่กล้าเพิกเฉยปล่อยผ่านคล้อยหลังเหตุการณ์เศร้าสลดสะเทือนหัวใจคนทั้งประเทศ อดีตคนมีสีก่อเหตุอุกอาจ “ยิงกราด” สังหารหมู่“บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ต้องเทกแอ็กชัน นั่งหัวโต๊ะประชุมหามาตรการเร่งด่วน แก้ไขปัญหายาเสพติด การครอบครองอาวุธปืนกำชับสั่งการกว้างๆ บูรณาการ เพิ่มแผนพิเศษตามสูตรแต่กลัวว่าจะเป็นแค่ปาหี่พิธีกรรม ลูบหน้าปะจมูกเหมือนเคย เหตุใหญ่คราวก่อน ไฮโซขับรถชนตำรวจตาย แต่การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ตำรวจ ไม่มีอะไรคืบหน้านินทากันทั่ว หวย บ่อน ซ่อง ยาเสพติด เกลื่อนกลาดเสรี เพราะเป็นช่องทางหาเงินเอาไปซื้อตำแหน่งวงจรอุบาทว์ไม่มีทางหมดไปจากสังคมไทยง่ายๆเศรษฐกิจแย่ สังคมเสื่อมทราม วิกฤติศรัทธาลามรัฐบาลหนัก สถานการณ์ผู้นำ “บิ๊กตู่” และพรรคแกนหลัก “พลังประชารัฐ” ไม่สู้ดีทั้งในแง่บริหารและเชิงการเมืองวันหย่อนบัตรเลือกตั้งกระชั้นเข้ามาทุกที “บิ๊กตู่” จะมัวแทงกั๊กชักช้าไม่ได้ เครือข่ายองคาพยพฐานกำลังตัวเองยังอ่อนแอกระแสตก ขณะที่ขั้วตรงข้าม ฝ่ายค้าน หรือแม้แต่พรรคร่วมรัฐบาลไปถึงไหนต่อไหนกันแล้วค่าย “เซราะกราว” พรรคภูมิใจไทย เดินแรงแซงหน้าไม่เกรงใจ ส.ส.พลังประชารัฐถูกดูดไปต่อหน้าต่อตา หลายเคสก็โทษผู้แทนฯไม่ได้ เพราะตัวเองไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน มัวแต่ดื่มด่ำอำนาจ จมอยู่กับเกมเพาเวอร์เพลย์บรรดาผู้แทนฯเป้าหมายสูงสุดคือได้รับเลือกตั้ง ที่ไหนมีอนาคตก็ไป ที่ไหนสอบตกก็ไม่อยู่บิ๊กๆ “3ป.” ต้องลองลงพื้นที่แบบไม่จัดฉากดูบ้าง หลายแห่งชาวบ้านนินทาด่ากันเป็นกิจวัตรประจำวัน มัวแต่ฟังคนรอบตัวยกยอจนเคลิ้มหลงกระแสเหมือนกินยาพิษสะสมทุกวันๆ รู้ตัวอีกทีอาการโคม่าแล้วย่ามใจมานานเกินไปจนเข้าสู่โซนอันตราย นักการเมืองจมูกไวได้กลิ่นอายความพ่ายแพ้ ทยอยย้ายค่ายไปแล้วหลายราย แต่เลือดน่าจะยังไหลไม่หยุดด้วยสภาพแบบนี้ ทำให้ข่าวลือ ข่าวปล่อย แต่ฟังแล้วเชื่อ มาเพียบเลย ข่าวกลุ่มสามมิตรจะย้ายออกไปอยู่เพื่อไทย ลือหนักจนพรรคร้าว บรรดาแกนนำกลุ่มสามมิตรต้องออกมาสยบข่าว ยืนยันยังไม่ไปไหนมองอีกมุมถ้าอยู่เฉยๆ ไม่มีข่าวคงไม่คิดถึง ไม่รู้ใครปล่อยข่าวนี้แต่คงต้องขอบคุณ เพราะเข้าจังหวะเตรียมขยับปรับ ครม. จัดทัพเลือกตั้ง กลุ่มสามมิตรอาจถูกเรียกใช้บริการเป็นทีมหลัก พร้อมตำแหน่งเสนาบดีเช่นเดียวกับความเคลื่อนไหวของกลุ่ม “ผู้กอง” ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีต รมช.เกษตรฯ ส่งสัญญาณนำขบวนไปหาบ้านใหม่ ถอนยวงจากพรรคเศรษฐกิจไทย ท่ามกลางข่าวลือไปซบพรรคเพื่อไทยเป็นจุดวัดใจ “บิ๊กตู่” จะยอมหลับตาข้างนึง ส่งซิกให้ “พี่ป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ดึงกลับมาเสริมกำลัง พร้อมส่งมอบเก้าอี้รัฐมนตรีให้นอมินีในกลุ่มหรือเปล่าเปิดหน้าไพ่วัดกันจะสู้หรือจะถอยรอรุก แต่ช้าไม่ได้ทั้งปรับ ครม. ดึงคนเข้า-ออก เพราะมีผลต่อเวทีเลือกตั้งเช่นเดียวกับตัว “บิ๊กตู่” เอง นักการเมืองในเครือข่าย โดยเฉพาะพลังประชารัฐ อยากรู้ชัดจะเอายังไงต่อ หลังมีชนักติดหลังสถานะคาบลูกคาบดอก ตามที่นายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ ขาเก๋าพลังประชารัฐ ชี้เป้าถ้า “บิ๊กตู่” ได้กลับมาเป็นนายกฯอีกครั้งจะอยู่ในตำแหน่งได้ถึงแค่ปี 2568 ไม่ครบเทอมรัฐบาล แถมยังชงชื่อ “บิ๊กป้อม” ให้ขึ้นมาเป็นนายกฯแทน แนะนำให้ผลัดกันนั่งเก้าอี้ผู้นำในหมู่พี่น้อง “3ป.”แม้จะขุ่นเคืองแต่ต้องข่มอารมณ์เก็บไว้ในใจ เพราะมันเป็นเรื่องจริงที่เถียงไม่ออกจำเป็นต้องกระซิบบอกหนทางแก้ หรือจังหวะเดินต่อวันหน้า ให้เคลียร์กันไปชัดๆแค่ไหน ยังไงกระนั้นสิ่งหนึ่งที่สังเกตเห็นชัดเจน หลัง “บิ๊กตู่” ถูกพักงานในหน้าที่นายกฯไปเดือนเศษ พอกลับมาแล้วดูสุขุมมากขึ้น คงได้ตั้งสติทบทวนอะไรหลายอย่าง รวมทั้งลู่ทางเดินหน้าไปต่อมองทะลุแล้วว่าถึงยังไง “พี่ป้อม” ก็เป็นคนสำคัญที่ขาดไม่ได้ต้องคอยคุมเชิง บริหารเกมการเมือง ส่วนตัวเองลุยงานด้านบริหารเพียวๆเหมือนเดิมเพราะพิสูจน์แล้วเกมการเมืองยังไม่ได้ ไม่ไหว ไม่ถนัดจริงๆหมากกระดานที่จะเดินหน้าไปต่อ จำเป็นต้องมีพี่ใหญ่คอยคัดท้ายประคองอำนาจ ลากถูกันต่อไปไม่เลิก.ทีมข่าวการเมือง