ไม่น่าแปลกใจกับผลสำรวจ “ซูเปอร์โพล” เรื่อง “ผู้กำกับโจ้” พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล อดีต ผกก.สภ.นครสวรรค์ กับพวกใช้ถุงพลาสติกคลุมศีรษะผู้ต้องหาคดียาเสพติดถึงแก่ความตาย ที่ออกมาเมื่อวันอาทิตย์พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 98.5 ไม่เชื่อมั่นต่อการแถลงข่าว เหมือนการตัดตอน และ ร้อยละ 98.1 เชื่อว่ามีการเชื่อมโยงเป็นขบวนการในหลายระดับ ผมเชื่อว่าทุกคนที่ได้ดูการ แถลงข่าวในคืนนั้น คงมีความเห็นไปในทางเดียวกัน แม้แต่ พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ วุฒิสมาชิก อดีต ผอ.สถาบันนิติเวชฯ ก็ยังออกมาโพสต์ว่า ตาชั่งเอียงตั้งแต่ต้น ยากที่ตาชั่งจะกลับมาอยู่ในดุลการแถลงข่าวจับกุม ผกก.โจ้ ที่กองปราบฯ คืนนั้น มีการจัดทำแบ็กดร็อปฉากหลังจัดเตรียมไว้ล่วงหน้าอย่างสวยงาม พร้อมข้อความ แถลงข่าว ผกก.โจ้ เหมือนการแถลงข่าวจัดงานอีเวนต์ โดยมี พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. เป็นประธานในการแถลงข่าวการแถลงข่าวของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ครั้งนี้ ทุกคนเข้าใจว่าท่าน ผบ.ตร. จะแถลงข่าวถึงเบื้องหลังการจับกุมครั้งนี้ เพราะ ผกก.โจ้ มีการหลบหนี แต่ที่ไหนได้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ กลับให้ ผกก.โจ้ เป็นผู้แถลงข่าวเสียเองด้วยการโฟนอินเข้ามา โดย ผบ.ตร.ได้แสดงท่าทีเอ็นดู ผกก.โจ้ ต่อหน้าสื่อที่กำลังถ่ายทอดสด พูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแจ้งให้ทราบถึงสิทธิต่างๆ แตกต่างจากผู้ต้องหาทั่วไป แล้วให้ ผกก.โจ้ เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื้อหาเป็นอย่างไรผมไม่ขอพูดถึง เพราะสื่อทุกสื่อได้ถ่ายทอดไปหมดแล้วเรื่องกลายเป็นว่า การแถลงข่าวการจับกุม ผกก.โจ้ ของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. กลับกลายเป็น การแถลงข่าวของ ผกก.โจ้ โดยมี พล.ต.อ.สุวัฒน์ ผบ.ตร. เป็นประธานในการแถลงข่าว เลยโดนโลกโซเชียลกระหน่ำกันไม่ยั้งว่า เหมือนการดูละคร ทำให้ พญ.คุณหญิงพรทิพย์ ส.ว. ออกมาโพสต์ว่า ตาชั่งเอียงตั้งแต่เริ่มต้นแม้ ผกก.โจ้ จะปฏิเสธทุกข้อหา แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่เพียงเป็นเรื่องใหญ่ที่ กระทบต่อภาพลักษณ์ ของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แต่ยังกระทบไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีกลาโหม ในฐานะ ประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) และ ร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ที่กำลังพิจารณาอยู่ในรัฐสภา ไปจนถึง การอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกลาโหม ด้วยข้อกล่าวหาที่ร้ายแรงที่จะมีขึ้นในพรุ่งนี้ 31 สิงหาคม-4 กันยายนอีกด้วยผมเชื่อว่า พรรคฝ่ายค้าน คงไม่พลาดที่จะนำกรณีนี้ไปอภิปรายถล่มในสภาแน่นอน เพราะญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจก็เขียนไว้ชัดเจนว่า “เป็นบุคคลที่ไร้ภูมิปัญญา ไร้องค์ความรู้ ไร้จิตสำนึกรับผิดชอบ ไร้คุณธรรมจริยธรรม และไร้ความสามารถที่จะเป็นหัวหน้ารัฐบาล ผู้นำประเทศ ทำให้การบริหารราชการแผ่นดินเกิดความล้มเหลว ผิดพลาดบกพร่องเสียหายอย่างร้ายแรงทุกด้าน”กรณีนี้จึงเป็นศึกหนักที่ซ้ำเติม พล.อ.ประยุทธ์ ในสภาอีกประเด็น ความล้มเหลวในการปฏิรูปตำรวจ ที่ พล.อ.ประยุทธ์ ประกาศเป็นนโยบายสำคัญ ตั้งแต่ปฏิวัติยึดอำนาจจนเป็นนายกฯมา 7-8 ปี แต่วันนี้ยังไม่คืบหน้าไปถึงไหน การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นใน 7 ปี ที่ผ่านมาทำให้ระบบตำรวจแย่ลงกว่าเดิม มีการใช้เส้นสายแต่งตั้งข้ามหัวไปจนถึงการซื้อขายตำแหน่ง การแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจระดับ รอง ผบ.ตร. ลงมาเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมานี้ มี พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธานในฐานะ ประธาน ก.ตร. ก็สร้างความฮือฮาให้กับวงการสีกากีไม่น้อยเลยทีเดียวกรณีของ ผู้กำกับโจ้ แม้จะไม่ใช่เรื่องเดียวกัน แต่กลับกลายเป็นเรื่องเดียวกันอย่างหนีไม่พ้น เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกลาโหม เป็น ประธาน ก.ตร. ควบอีกตำแหน่งหนึ่ง และเป็นเจ้าของนโยบายปฏิรูปตำรวจด้วย การอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่จะเริ่มในวันพรุ่งนี้ จึงน่าติดตามอย่างยิ่ง.“ลม เปลี่ยนทิศ”