แกนม็อบ 7 ส.ค.ลั่นเอาชีวิตแลก ขอสู้ตาต่อตา “เพื่อไทย-ก้าวไกล” ตีกันก่อนซักฟอก

ข่าว

แกนม็อบ 7 ส.ค.ลั่นเอาชีวิตแลก ขอสู้ตาต่อตา “เพื่อไทย-ก้าวไกล” ตีกันก่อนซักฟอก

ไทยรัฐฉบับพิมพ์

4 ส.ค. 2564 05:24 น.

ฝ่ายค้านร้าวก่อนรบ “เพื่อไทย-ก้าวไกล” ขบเหลี่ยมปมแปรญัตติ ตัดงบฯ 1.6 หมื่นล้านโปะงบฯกลาง คนเพื่อไทยดาหน้าโต้ฮั้ว กมธ.ซีกรัฐบาลตีเช็คเปล่าให้นายกฯ “ประเสริฐ” เสียงเขียวอดกลั้นรักษาเอกภาพพรรคร่วมฝ่ายค้าน ซัดพูดจริงไม่รอบด้าน แต่สื่อสารโซเชียลจนสับสน “จิรายุ-ยุทธพงศ์” หวดไม่แฟร์เล่นการเมืองไม่สร้างสรรค์ “ภูมิธรรม” อัดหยุดบั่นทอนโยนขี้ใส่เพื่อน “ศิริกัญญา” แฉงบฯกลางยอดแย่ ฉายตัวอย่าง สธ.ขอ 1.2 หมื่นล้านไม่บอกเลยใช้ทำอะไร นายกฯพร้อมสู้ศึกซักฟอกแจงทุกเม็ด อุ่นใจพรรคร่วมฯกอดคอลุยต่อ ม็อบแฮร์รี่พอตเตอร์รำลึก 1 ปีหน้าหอศิลป์ฯ “ธัชพงศ์” ลั่นจากนี้สู้ตาต่อตา ฟันต่อฟัน สู่ปฏิวัติประชาชน “อานนท์” กร้าวเอาชีวิตเข้าแลก อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ศาลปล่อย “ไผ่กับพวก” ตั้งเงื่อนไขป่วนอีกถอนประกัน

พรรคเพื่อไทยเตรียมสรุปรายชื่อรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจโดยคัดจากที่มีผู้เสนอมา 16 คนให้เหลือ 10 คน แต่ก่อนที่จะได้ฤกษ์ยื่นญัตติขอเปิดเวทีซักฟอก ปรากฏว่าพรรคเพื่อไทยกับพรรคก้าวไกล เกิดความคลางแคลงใจต่อกัน จากกรณีพรรคก้าวไกลกล่าวหา กมธ.พรรคเพื่อไทยสมรู้ร่วมคิดกับ กมธ.พรรคร่วมรัฐบาลแปรญัตติตัดงบฯ 16,362 ล้านบาท ไปให้งบฯกลาง

พท.เฟ้นขยี้ 10 รมต.โหด เลว ดี

ที่รัฐสภา นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงความคืบหน้าการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลของพรรคฝ่ายค้านว่า สัปดาห์หน้าพรรคเพื่อไทยจะประชุมระบบซูม ให้ผู้ประสงค์จะอภิปรายหารือแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน ในส่วนพรรคเพื่อไทยมีรายชื่อรัฐมนตรีที่ถูกเสนออภิปรายไม่ไว้วางใจมา 16 ชื่อ เบื้องต้นจะคัดกรองพวกโหด เลว ดี ให้เหลือ 10 ชื่อ บางคนเงียบๆแต่กินเรียบก็มี บางคนเป็นรัฐมนตรีโลกลืมแต่หลังบ้านหากินเป็นล่ำเป็นสัน กระทรวงดิน น้ำ ลม ไฟ ยิ่งตัวดี ขับรถจะไปนครปฐมแต่หลงไปสุพรรณบุรีก็มี แต่เป้าหมายหลักยังอยู่ที่ตัวนายกรัฐมนตรีเหมือนเดิม แต่พระอันดับต้องโดนด้วยเหมือนกัน ครั้งนี้ทำงานน้อย แต่ข้อมูลเพียบ เพราะมีเทศกาลสาวไส้ให้กากิน บางกระทรวงใช้อธิบดีทำงานแล้วได้ตำแหน่งข้ามห้วย ทำให้คนที่อกหัก 4-5 คน เอาข้อมูลมาแฉ มั่นใจจะมีข้อมูลเด็ดนอกเหนือจากเรื่องโควิด-19 แน่นอน

โวย กก.ไม่แฟร์หาฮั้ว รบ.แปรงบฯ

นายจิรายุ ในฐานะโฆษก กมธ.วิสามัญ พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 65 กล่าวว่า กรณีที่พรรคฝ่ายค้านโหวตแปรญัตติไปให้งบฯกลางไม่ตรงกัน ไม่ใช่เรื่องน่าตื่นเต้น เป็นเรื่องปกติ ที่ผ่านมาพรรคก้าวไกลไม่ได้โหวตเห็นด้วยกับฝ่ายค้านทุกเรื่อง เราไม่ได้โหวตตามกัน แต่พอพรรคเพื่อไทยทำไม่เหมือนเขา กลับถูกตำหนิแบบนี้ไม่แฟร์ ถ้าเป็นภาวะปกติไม่เห็นด้วยจะแปรญัตติเอาไปไว้ที่งบฯกลาง แต่กรณีนี้เป็นเรื่องเร่งด่วน เดิมมีการตัดงบฯจากส่วนท้องถิ่นตั้งแต่ชั้นอนุ กมธ.ถ้าตัดแล้วต้องไปแปรคืนให้ท้องถิ่นจะไปตัดทำไม เมื่อถามว่า การโอนงบฯไปไว้ที่งบฯกลางตรวจสอบยากหรือไม่ นายจิรายุตอบว่า รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ตรวจสอบยากทุกงบฯงบกลาง 1.6 หมื่นล้านบาทเป็นเรื่องเล็ก รัฐบาลจะใช้อะไรต้องอธิบาย ยืนยันว่าฝ่ายค้านจะตรวจสอบอย่างเข้มข้น การมองว่าเป็นเพราะพรรคเพื่อไทยจะไปร่วมรัฐบาลจึงโหวตเช่นนี้ ยืนยันเป็นไปไม่ได้ ไม่ต้องกังวล พรรคเพื่อไทยมีจุดยืนเพื่อประชาชน

จวกไม่พูดข้อเท็จจริงให้รอบด้าน

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธาน กมธ.งบฯปี 65 กล่าวว่า กมธ.งบฯส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่าการขอเพิ่มงบฯควรมาตั้งไว้ในงบฯกลางใช้บรรเทาเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด รัฐธรรมนูญมาตรา 144 ระบุว่า การแปรญัตติของ กมธ.มีส่วนไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมในการใช้งบฯจะกระทำมิได้ กมธ.พรรคเพื่อไทยเห็นว่านำไปไว้ในงบฯกลางจะตัดข้อสงสัยดังกล่าว ไม่ใช่กลัวเกินเหตุเหมือนที่ กมธ.พรรคก้าวไกลอ้าง พรรคผ่านการรัฐประหาร ยุบพรรค ต่อสู้ทางการเมืองมากว่า 20 ปี ให้เกียรติ ส.ส. ตัดสินใจประเมินความเสี่ยงทางการเมือง ยืนยันจะตรวจสอบการใช้งบฯอย่างเข้มข้น โปร่งใส นายไชยา พรหมา ส.ส.หนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธาน กมธ.ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาฯ จะติดตามตรวจสอบอย่างเข้มข้น

อดกลั้นรักษาเอกภาพฝ่ายค้าน

“พรรคเพื่อไทยอดทนอดกลั้นมาตลอดในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน ต้องการรักษาเอกภาพและบรรยากาศทำงานร่วมกันของฝ่ายค้านไว้ให้ดีที่สุด ความเห็นที่แตกต่างกันในกระบวนการทำงานเป็นสิทธิและความเห็นที่พรรคให้เกียรติพรรคฝ่ายค้านมาตลอด แต่การไม่พูดข้อเท็จจริงให้รอบด้าน พูดในที่ประชุมอย่างหนึ่ง แล้วสื่อสารในโซเชียลมีเดียอีกอย่าง สร้างความสับสนเข้าใจผิดให้ประชาชน อาจส่งผลต่อความหวังของประชาชนที่ต้องการเห็นพรรคร่วมฝ่ายค้านทำงานร่วมกัน เพื่อยุติการสืบทอดอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้สำเร็จ” นายประเสริฐกล่าว

อัดเล่นการเมืองไม่สร้างสรรค์

นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะ กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 65 กล่าวว่า ข้อกล่าวหา กมธ.พรรคเพื่อไทยสมรู้ร่วมคิด กมธ.พรรคร่วมรัฐบาลแปรญัตติตัดงบฯ 16,362 ล้านบาทไปให้งบฯกลาง เพื่อให้ไปเยียวยาช่วยเหลือประชาชนที่กำลังเดือดร้อนช่วงโควิดแล้วจะผิดได้อย่างไร พรรคก้าวไกลเห็นไม่ตรงกับพรรคเพื่อไทยถือเป็นสิทธิ แต่เวลาพูดอย่าเอาดีใส่ตัวเอาชั่วให้คนอื่น อ้างว่ามี พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านอยู่ไม่ต้องใช้งบฯกลาง ทำไมยังมีคนเข้าคิวรออาหาร นอนรอความตายข้างถนน ล็อกดาวน์ คนไม่มีอาชีพ ไม่มีอาหาร อย่ามาเล่นการเมืองเลย การมองว่าพรรค พปชร.และเพื่อไทยเล่นการเมือง ถ้าทำแบบนั้นเพื่อไทยก็จบ มีข่าวหลายครั้งว่าพรรคเพื่อไทยจะไปร่วมรัฐบาลแต่ปฏิเสธมาตลอด พรรคกำลังจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจวันที่ 16 ส.ค.จะไปร่วมรัฐบาลอย่างไร อย่าเล่นการเมืองแบบไม่สร้างสรรค์จะแปรงฯบกลับไปให้ท้องถิ่น ลืมเสาไฟกินรีแล้วหรือ

“อ้วน” สะกิดหยุดบั่นทอนโยนขี้ใส่กัน

วันเดียวกัน นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขานุการผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ และที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคเพื่อไทย โพสต์ทวิตเตอร์ฯ ระบุว่า การตัดคืนงบฯไปสู่งบกลาง เพื่อให้รัฐบาลไปใช้แก้วิกฤติโควิดที่กำลังรุนแรง กลับถูกมองด้วยความแคลงใจจากบางส่วน อยากเสนออีกแง่มุมมองให้พิจารณามากกว่าโยนข้อหากล่าวหาให้ร้ายกัน จะเป็นการบั่นทอนการทำงานร่วมกันโดยไม่จำเป็น วิกฤติที่สุดวันนี้คือวิกฤติโควิด ชีวิตและความทุกข์ประชาชนสุดจะกล่าว การเสนอรวมทรัพยากรไปให้ผู้มีหน้าที่แก้ปัญหาให้ประชาชนไม่ใช่เรื่องผิด ถ้ามีปัญหาคงต้องมาเล่นงานคนบกพร่องกันอีกครั้ง ไม่อยากให้เอาการเมืองมาใช้ จนเป็นอุปสรรคที่ขวางความพยายามช่วยเหลือแก้ไขปัญหาให้ประชาชน ขอผู้หวังดีต่อบ้านเมือง สงวนข้อแตกต่างและร่วมมือกันให้มากขึ้น น่าจะเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมมากกว่า อย่าให้ความยึดมั่นของตนเป็นอุปสรรคทำลายความร่วมมือของภาคประชาชนเลย หนทางข้างหน้าอีกยาวไกล

กมธ.ก้าวไกลแฉงบฯกลางสุดแย่

น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะคณะ กมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบฯปี 65 กล่าวถึงกรณีพรรคเพื่อไทยชี้แจง สาเหตุโอนงบที่ถูกปรับลด 1.63 หมื่นล้านไปที่งบฯกลาง เพื่อช่วยแก้ปัญหาโควิด-19 และจะเกรงขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 144 ว่า มาตรา 144 เพิ่งถูกยกขึ้นมาในการประชุม กมธ.วันที่ 1 ส.ค. ทั้งที่มีการเสนอญัตติตั้งแต่วันที่ 30 ก.ค.แล้ว ขึ้นอยู่กับการตีความเพราะมาตรา 144 เขียนไว้กำกวมว่า กมธ.จะมีโอกาสใช้งบฯโดยทางตรงหรือทางอ้อมหรือไม่ การบอกว่านำไปให้หน่วยงานอื่นไม่ได้ เพราะสุ่มเสี่ยงขัดมาตรา 144 ตีความกว้างเกินไปมาก ฟังไม่ค่อยขึ้น มีการขู่เช่นนี้ทุกปี หากจะบอกขัดมาตรา 144 ไม่ต้องโอนไปที่ไหนทั้งสิ้นที่ตัดได้ไม่ต้องคืนหน่วยงานไหนเลยก็ทำได้ ทั้งนี้งบฯกลางมีปัญหาความโปร่งใส รายละเอียดโครงการต่างๆแย่ยิ่งกว่า พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาทและ พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท ไม่มีรายละเอียดที่บอกว่าจะถูกใช้ไปทำอะไร

สธ.ขอ 1.2 หมื่นล้านไม่บอกใช้ทำอะไร

น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า ล่าสุดสำนักปลัดกระทรวงสาธารณสุข เพิ่งของบฯกลางช่วยเหลือโควิด 12,000 ล้านบาท มีกระดาษแค่ 4 หน้า ไม่ได้บอกไปใช้ทำอะไรบ้างและยังใช้งบฯผ่านการมอบหมายภารกิจให้หน่วยงานที่ไม่ได้มีภารกิจโดยตรง เช่น ให้สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมทำ State Quarantine ความจริงแล้วไม่จำเป็นต้องให้หน่วยงานทหารทำ กระทรวงมหาดไทยน่าจะถนัดหรือมีภารกิจโดยตรงมากกว่า น่ากังวลมากเพราะตรวจสอบไม่ได้ การติดตามการเบิกจ่ายยากลำบาก เพราะอยู่ในอำนาจเต็มของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม เมื่อถามถึงข้อโต้แย้งว่าในชั้นอนุ กมธ.ปรับลดงบฯท้องถิ่นไปแล้ว ทำไมถึงยังจะโอนกลับไปให้อีก น.ส.ศิริกัญญาตอบว่า ต้องพิจารณาแยกกัน ส่วนที่ตัดคือเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ ที่หน่วยงานมาขอจากรัฐบาลโดยตรง เช่น ทำถนน แหล่งน้ำ ก่อสร้างโรงเรียน แต่ส่วนที่จะคืนเป็นเงินรายได้โดยตรงของ อปท.ที่รัฐบาลออกประกาศลดภาษีที่ดินลง 90% ทำให้รายได้จัดเก็บตามปกติหายไป เท่ากับรัฐบาลเป็นหนี้ อปท. ไม่ใช่เงินประเภทเดียวกัน อย่าเอามาปนกัน

นายกฯย้ำแพทย์ไทยยังจัดการได้

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ศูนย์ปฏิบัติการนายกรัฐมนตรี PMOC ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ก่อนการประชุมเมื่อเวลา 08.00 น. ที่ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า พญ.สุวณี รักธรรม รองประธานสมาคมสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรม ราชูปถัมภ์และคณะเข้าพบนายกฯประชาสัมพันธ์จำหน่ายผลิตภัณฑ์ดอกมะลิ วันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2564 นายกฯร่วมบริจาคเงินจำนวนหนึ่งพร้อมสอบถามห่วงใยงานสมาคมอาจได้รับผลกระทบจากโควิด-19 เชื่อว่าสถานการณ์จะดีขึ้น รัฐบาลได้ออกมาตรการต่างๆตอบสนองต่อสถานการณ์ จำนวนผู้หายป่วยใกล้เคียงกับผู้ติดเชื้อแล้ว แสดงให้เห็นว่าระบบรักษาพยาบาลของไทยยังบริหารจัดการได้ ขอให้ทุกคนระมัดระวังดูแลสุขภาพตนเองให้แข็งแรงและปลอดภัย ปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันตนเองไม่ให้ติดเชื้อ ขณะที่ พญ.สุวณีกล่าวว่า งดจำหน่ายดอกมะลิในที่สาธารณะไปก่อน ทำให้รายได้ลดลงบ้าง สมาคมพร้อมเป็นกำลังใจและสนับสนุนการทำงานนายกฯและรัฐบาล

ฮึ่มไฟเซอร์หายไม่เอาไว้แน่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในที่ประชุม ครม. พล.อ.ประยุทธ์ได้ปรารภถึงการกระจายวัคซีนใน กทม. ขอให้กระจายไปให้ 25 จุดฉีดวัคซีนใน กทม. จุดละ 1 พันโดสต่อวันให้เหมาะสมและครอบคลุม วัคซีนไฟเซอร์ที่ได้รับจากสหรัฐฯที่โซเชียลมีเดียตั้งข้อสังเกตว่ายอดน้อยกว่าข้อมูลที่เผยแพร่ก่อนหน้า ตัวเลขที่เผยแพร่ไปคือตัวเลขกลมๆ แต่เมื่อได้รับมาเป็นตัวเลขที่ตรงกับสถานทูตสหรัฐฯยืนยัน “ผมตรวจสอบกับสถานทูตสหรัฐฯมาแล้ว ตัวเลขตรงกัน ถ้ามันหาย ผมไม่เอาไว้แน่” สั่งการให้สำรวจบุคลากรด่านหน้ามีใครบ้าง ให้แยกออกมา จะได้พิจารณาค่าตอบแทนให้เป็นพิเศษ รวมทั้งกล่าวกับ ครม.ว่า “เราต้องมีความรักสามัคคีกัน เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ”

พรรคร่วม รบ.ปึ้กไปด้วยกันต่อ

ต่อมาเวลา 15.45 น. พล.อ.ประยุทธ์ มอบหมายให้นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกฯ ตอบคำถามสื่อมวลชนแทนถึงการทำความเข้าใจพรรคร่วมรัฐบาลภายหลังกลุ่มการเมืองเดินสายล็อบบี้พรรคร่วมรัฐบาลและพรรคเล็กถอนตัวและให้ลงมติไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ รวมถึงความเหนียวแน่นของรัฐบาลภายหลังมีภาพการพูดคุยกับ 4 แกนนำรัฐบาลว่า พล.อ.ประยุทธ์ยังยืนยันพรรคร่วมรัฐบาลยังคงสามารถทำงานร่วมกันด้วยความเข้าใจและจะดำเนินการต่อไป โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาโควิด-19 ที่ประชาชนร่วมมือกัน และบุคลากรทางการแพทย์ ด่านหน้าทุกคน ตั้งใจดูแลรักษา ประชาชนที่ติดเชื้อโควิด-19 ส่วนอุปสรรคต่างๆนายกฯยืนยันจะลงมาแก้ปัญหาด้วยตัวเอง เรื่องงบฯนายกฯตั้งใจว่าส่วนใดจะนำมาใช้จัดหาเวชภัณฑ์ ตั้ง รพ.สนาม ดูแลบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเยียวยาต่างๆจะพิจารณาและให้ความสำคัญเร่งด่วน

พร้อมสู้ศึกซักฟอกแจงทุกเม็ด

นายอนุชากล่าวว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายกฯ พร้อมชี้แจงทุกประเด็นที่สมาชิกอาจมีข้อสงสัย ที่ผ่านมานายกฯประชุมบริหารจัดการกับหลายส่วน ไม่ว่าด้านยารักษา เวชภัณฑ์ การจัดหาวัคซีน การกระจายวัคซีน การรักษา การจัดตั้งโรงพยาบาล การบริหารจัดการโรงพยาบาลสนาม การดูแลบุคลากรทางการแพทย์และบุคลากรด่านหน้า เร่งรัดแก้ไขปัญหาที่มี นายกฯและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องพร้อมชี้แจงทุกประเด็น เรื่องสาธารณสุขนายกฯยังมั่นใจยังรองรับผู้ป่วย ได้ปรับปรุงหลายส่วน ที่ประเมินสถานการณ์แล้วต้องยกระดับต่างๆทั้งหมด

“สงคราม” ซัดพิรุธกั๊กวัคซีนให้เจ้าสัว

นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ประธานคณะ กรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า วัคซีนไฟเซอร์ที่สหรัฐฯบริจาค 1.5 ล้านโดส รัฐบาลไม่ทำตามเจตนารมณ์ที่เคยประกาศ แต่กลับตั้งเงื่อนไขพยายามจะลดจำนวนวัคซีนที่จะฉีดให้กลุ่มนักรบด่านหน้า เดิมจะฉีดให้ 700,000 โดส สุดท้ายจะเหลือไม่ถึง 400,000 โดส เป็นเงื่อนไขที่รัฐบาลมีวาระซ่อนเร้น ต้องการนำวัคซีนที่เหลือไปทำอะไรให้กลุ่มใด มีแผนเก็บวัคซีน 5,000 โดส อ้างว่าเพื่อการวิจัย น่าประหลาดใจมาก ทั้งที่ผ่านการวิจัยจากนานาชาติแล้ว มีกระแสข่าวทั้งเจ้าสัวใกล้ชิดรัฐบาล นายทหารใหญ่ อาจได้ประโยชน์จากวัคซีนที่ได้รับบริจาค คนในรัฐบาลกล่าวหาประชาชนเสียชีวิตจัดฉากแกล้งตาย น่าสลดใจเป็นความคิดอำมหิตมาก ยิ่งล็อกดาวน์ประชาชนยิ่งติดเชื้อเพิ่ม ชัดเจนแล้วว่า พล.อ.ประยุทธ์ล้มเหลวดีแต่พูดไปวันๆ

บี้ปลัด มท.ใหม่ใช้พีพีอีช่วย ปชช.

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล นพ.ทศพร เสรีรักษ์ อดีต ส.ส.แพร่ พรรคไทยรักไทย พญ.ของขวัญ ฟูจิตนิรันดร์ เจ้าของคลินิกความงาม ของขวัญคลินิก พร้อมนักศึกษาแพทย์ และประชาชน เข้ายื่นหนังสือเปิดผนึกถึงนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข จัดสรรวัคซีนไฟเซอร์จากสหรัฐฯ พญ.ของขวัญกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ด่านหน้าทั้งในและนอกระบบ และคนในครอบครัวทุกคนทุ่มเททำงานหนัก แต่การป้องกันบอบบาง ขอให้ยกเลิกกฎเกณฑ์ต่างๆกับด่านหน้าได้รับวัคซีนไฟเซอร์ ขอนับรวมบุคลากรด่านหน้าผู้เข้าเกณฑ์ได้รับวัคซีนไฟเซอร์ทั้งในและนอกระบบ เปิดเผยรายชื่อผู้ที่ได้รับอย่างโปร่งใสทุกคน ไม่ให้เกิดข้อกังขาในสังคมและนำเข้า mRNA Vaccine เข้ามาฉีดให้ประชาชนเร็วที่สุด นพ. ทศพร เสรีรักษ์กล่าวว่า มีข้าราชการกว่า 2 ล้านคน แต่มีเพียงอาสาสมัครที่ออกไปช่วยเหลือคนตามท้องถนน ข้าราชการไปไหนหมด กระทรวงการพัฒนาสังคมฯหรือกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย หายไปไหน อยากให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยที่เพิ่งรับตำแหน่งให้ใส่ชุดพีพีอีออกไปช่วยประชาชนตามท้องถนนด้วย รวมถึงอธิบดีกรมการปกครอง และอธิบดีทั้งหลายขอให้ออกไปช่วยชาวบ้านที่นอนตามท้องถนน อย่าปล่อยให้เป็นหน้าที่อาสาสมัครอย่างเดียว จากนั้นทางกลุ่มได้ยื่นหนังสือถึงนายกฯผ่านตู้ไปรษณีย์ 1111 ด้านหน้าทำเนียบฯ

ม็อบแฮร์รี่พอตเตอร์โผล่หอศิลป์

เมื่อเวลา 16.00 น. ที่ลานหน้าหอศิลปะและวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย นำโดยนายกรกต แสงเย็นพันธุ์ หรือปอ จัดชุมนุมครบรอบ 1 ปี “ม็อบแฮร์รี่พอตเตอร์เสกคาถาผู้พิทักษ์ปกป้องประชาธิปไตย” ที่เริ่มเมื่อปี 63 ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เริ่มปฐมบทการกำเนิดกลุ่มราษฎร บรรยากาศชุมนุมคึกคักไปด้วยมวลชนวัยรุ่น มีแกนนำคนสำคัญหัวหอกเรียกร้องปฏิรูปสถาบันและอยู่ระหว่างประกันตัวคดี มาตรา 112 เข้าร่วมคับคั่ง อาทิ นายอานนท์ นำภา น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือมายด์ น.ส.จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ หรือ อั๋ว ผู้ปราศรัยที่ขึ้นเวทีสวมชุดพ่อมดแม่มดคล้ายตัวละครในหนังดัง “แฮร์รี่ พอตเตอร์” มีการปราศรัยตอกย้ำจุดยืนข้อเรียกร้องของกลุ่ม และเชิญชวนประชาชนไปร่วมการชุมนุมของกลุ่มเยาวชนปลดแอกในวันที่ 7 ส.ค.

จากนี้ตาต่อตาฟันต่อฟัน สู่ปฏิวัติ ปชช.

นายธัชพงศ์ แกดำ หรือบอย หนึ่งในแกนนำ กล่าวว่า ม็อบแฮร์รี่พอตเตอร์เมื่อ 1 ปีที่แล้ว เราชูไม้เท้าเสกคาถาจนทลายเพดานความกลัวการจะเอ่ยถึงชื่อ “ลอร์ดโวลเดอมอร์” แต่ตอนนี้อำนาจของลอร์ดโวลเดอมอร์ยังมีอยู่ ทำให้ปีนี้การสู้จะเป็นแบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน เพราะประชาชนต้องอยู่บนความยากลำบาก ถ้าไม่สู้ก็ยอมตายแห้งเหี่ยวที่บ้านไปวันๆหรือสู้จนตัวตาย จึงไม่ลดเพดาน คนที่เกาะแข้งขาลอร์ดโวลเดอมอร์ กำลังเอาเปรียบประชาชน ทั้งเข้าถึงวัคซีนโควิด-19 ได้ก่อน เอางบฯไปบำเรอกระทรวงเวทมนตร์ เรามาไกลเกินกว่าจะปิดปากตัวเอง การต่อสู้กำลังจะเปลี่ยนไปแบบที่อาจพูดได้เป็นการปฏิวัติประชาชน ขอนัดหมายเจอกันวันที่ 7 ส.ค.

“อานนท์” ลั่นเอาชีวิตเข้าแลก

ด้านนายอานนท์ นำภา กล่าวว่า การต่อสู้ปีนี้จะสู้อย่างเป็นระบบมากขึ้น นอกจากกดดันบนถนน จะเสนอกฎหมายเข้าสภายกเลิกมาตรา 112 โยนไม้ต่อให้ ส.ส. ถ้าไม่ทำอะไรจะเห็นดีกัน เวลาเลือกตั้ง จากนี้อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด คุณไม่มีทางห้าม พระอาทิตย์ไม่ให้ขึ้นได้ จะใช้ความรุนแรงแค่ไหนก็ฆ่าเราได้ไม่หมด การต่อสู้จากนี้จะมีความหมายมาก ไม่ใช่อีเวนต์ ทุกการชุมนุมจะเป็นการเอาชีวิตเข้าแลก บ้านเมืองนี้จะไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว อะไรที่ไม่เคยเห็นจะเกิดขึ้นจะได้เห็น วันที่ 7 ส.ค.จะเป็นเครื่องพิสูจน์จะไปด้วยแต่อาจไม่ได้อยู่ด่านหน้า สุขภาพไม่ดี เจ้าหน้าที่อย่ามาราดน้ำมันเข้ากองเพลิง ปีหน้าจะไม่จัดม็อบแฮร์รี่ จะเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่แทน

ด้าน น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือมายด์ กล่าวว่า เราไม่สามารถไว้ใจให้ พล.อ.ประยุทธ์ บริหารประเทศได้อีก เรามาไกลกันมากแล้ว รัฐบาลและชนชั้นนำกำลังอ่อนแอ อดทนกันอีกนิด ขอให้เชื่อมั่นเก็บแรงสังเกตจุดอ่อนและดูจังหวะให้เหมาะ เมื่อถึงวันนั้นเราจะมาพบกัน

ศาลปล่อยม็อบทะลุฟ้าร่วมคาร์ม็อบ

ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง วันที่ 3 ส.ค.พนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้องยื่นคำร้องฝากขัง นายจิตริน พลาก้าน กับพวกรวม 31 คน ซึ่งมีนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน เป็นผู้ต้องหาที่ 27 ฐานร่วมกันพยายามข่มขืนใจเจ้าพนักงานให้ปฏิบัติการอันมิชอบด้วยหน้าที่หรือให้ละเว้นการปฏิบัติการตามหน้าที่โดยใช้กำลังประทุษร้ายฯ กรณีร่วมชุมนุมคาร์ม็อบวันที่ 1 ส.ค. และชุมนุมเรียกร้องให้ปล่อยตัวผู้ต้องหาในวันที่ 2 ส.ค. ต่อมาศาลอนุญาตปล่อยชั่วคราวตีราคาประกันคนละ 1 แสนบาท มีเงื่อนไขห้ามก่อความวุ่นวาย หรือทำกิจกรรมลักษณะเดียวกับที่ถูกกล่าวหา ห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือ ก่อนเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวทั้งหมดจากบช.ตชด.ภ.1 จ.ปทุมธานี ไปลงบันทึกประจำวันก่อนปล่อยตัวที่ สน.ทุ่งสองห้อง หลังได้รับปล่อยตัวกลุ่มมวลชนทะลุฟ้าได้นำสีสเปรย์พ่นทับป้าย สน.ทุ่งสองห้อง พร้อมนำสีน้ำสีแดงมาสาดใส่ป้ายแล้วจึงตั้งขบวนและเดินทางกลับ

ผบ.สส.สั่งห้ามชุมนุมสกัดม็อบ

ช่วงค่ำเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ ประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคง เรื่อง ห้ามการชุมนุม การทำกิจกรรม การมั่วสุมที่ก่อให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคติด เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควดิ-19) (ฉบับที่ 9) มีเนื้อหาสรุปว่า โดยที่สถานการณ์การระบาดของโรคโควิดทวีความรุนแรง มีการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสสามารถแพร่กระจายและติดต่อกันได้ง่าย รัฐบาลจึงได้ออกข้อกำหนดฉบับที่ 30 ออกมา อาศัยอำนาจตามข้อกำหนดที่ออกตามมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฉบับที่ 15 และคำสั่งนายกฯที่ 4/2563 เรื่อง แต่งตั้งผู้กำกับการปฏิบัติงาน หัวหน้าผู้รับผิดชอบและพนักงานเจ้าหน้าที่ ในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน จึงห้ามมิให้มีการมั่วสุมในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่โรค หรือการกระทำอันเป็นการฉวยโอกาสซ้ำเติมความเดือดร้อนของประชาชน หรือการกลั่นแกล้งเพื่อแพร่โรค ณ ที่ใดๆทั่วราชอาณาจักร

ฝ่าฝืนเอาผิดโทษจำคุก 2 ปี

ประกาศระบุด้วยว่าห้ามมิให้มีการชุมนุม หรือการทำกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรค ในพื้นที่ที่มีประกาศหรือคำสั่งกำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด พื้นที่ควบคุมสูงสุด พื้นที่ควบคุม พื้นที่เฝ้าระวังสูง พื้นที่เฝ้าระวัง เว้นแต่กรณีได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือกิจกรรมที่ได้รับการยกเว้น ดังต่อไปนี้ คือกิจกรรมเกี่ยวกับการขนส่งหรือขนย้ายประชาชน กิจกรรมการรักษาพยาบาลและการสาธารณสุข กิจกรรมการให้บริการ การให้ความช่วยเหลือประชาชน การรวมกลุ่มของบุคคลตามปกติในที่พักอาศัย สถานที่ทำงาน กิจกรรมที่ดำเนินโดยพนักงานเจ้าหน้าที่ หากผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศนี้ต้องรับโทษตามมาตรา 18 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปีหรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 3 ส.ค.เป็นต้นไป พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผบ.ทหารสูงสุด ในฐานะผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคง

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ม็อบชุมนุมแกนนำม็อบประยุทธ์ จันทร์โอชาเพื่อไทยก้าวไกลซักฟอกข่าวหน้า1ข่าววันนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
Sonp logo
inet logo
วันอาทิตย์ที่ 19 กันยายน 2564 เวลา 16:28 น.
ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์