การรายงาน ยอดการฉีดวัคซีนแบบปูพรม ของรัฐบาลเมื่อวันที่ 7 มิ.ย.ที่ผ่านมา สามารถทำสถิติได้ถึง 4 แสนกว่าโดส อันที่จริง ถ้านับเข็มแรก ที่คิกออฟ ตามการลงทะเบียนจอง หมอชนะ จะอยู่ที่ประมาณ 3.8 แสนโดส แต่ สาธารณสุข เอาคนที่มาฉีด วัคซีนโควิดเข็ม 2 ในวันนั้นพอดีมาบวกเข้าไปด้วยเลยได้จำนวนกว่า 4 แสนโดส ซึ่งอันที่จริงก็ยังไม่ตรงตามเป้าการระดมฉีดวัคซีน สร้างภูมิคุ้มกันหมู่ อยู่ดี เพราะถ้าจะเอาตามนั้น ต้องฉีดให้ได้วันละ 5 แสนโดสขึ้นไป คนก็เลยไปจับผิดว่า ทำไม สาธารณสุข ถึงพยายามที่จะปั่นตัวเลข การฉีดวัคซีน ให้มาก เข้าไว้ ทั้งที่สถานการณ์จริง คนที่ลงทะเบียนไปแล้ว ยังมีอีกจำนวนมาก ไม่รู้ว่าจะได้รับวัคซีนเมื่อไหร่ จะต้องเลื่อนไปอีกนานแค่ไหน ไม่เฉพาะเข็มแรก มีคนที่รอเข็มสองอีกบานตะไทที่น่าเป็นห่วง จากการอธิบายของ ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้า ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ถึง การกลายพันธุ์ของโควิด-19 ในประเทศไทย ประโยคเด็ดคือ ไม่มีทางกำจัดไวรัสตัวนี้ให้หมดไปจากโลก ดังนั้น เมื่อไวรัสพยายามปรับตัว เราก็ต้องพยายามปรับตัว เพื่ออนาคตจะอยู่ด้วยกันได้มีคนบอกว่า วิถีใหม่ของคนในยุคปัจจุบันจะเป็นยุคหน้ากาก เด็กในวันนี้จะโตขึ้นไปพร้อมกับหน้ากากอนามัย ที่กลายเป็นความเคยชินและเป็นชีวิตปกติจนเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย ชาวโลกไปไหนมาไหนจะต้องมีหน้ากากอนามัย เจล ติดตัวตลอดเวลา แม้จะมีการอนุโลมให้ถอดหน้ากากได้ในบางประเทศ บางพื้นที่ก็ตาม ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนดีที่สุดเมื่อไวรัสที่เข้าไปในร่างกายมนุษย์ จะมีการแตกลูกแตกหลาน จากสายพันธุ์ อู่ฮั่น ที่เรียกว่าสายพันธุ์ S และ L ที่เข้ามาอาละวาดในบ้านเราเรียกว่าสายพันธุ์ S ไปฝั่งยุโรปเป็นสายพันธุ์ L จะเห็นว่าสายพันธุ์บ้านเราตอนนั้นระบาดน้อยมาก อยู่ไม่นาน แต่ที่ไป ฝั่งยุโรป แพร่กระจายหนักมาก จากนั้นก็มีการกลายพันธุ์เป็นสายพันธุ์ G เข้ามาแทนสายพันธุ์ อู่ฮั่น ดั่งเดิมต่อมา อังกฤษ ระบาดหนัก กลายพันธุ์ เป็นสายพันธุ์ อังกฤษ แต่เกิดหลัง สายพันธุ์ แอฟริกาใต้ เพียงแต่สายพันธุ์ แอฟริกาใต้ กระจายไม่เร็วเท่าสายพันธุ์ อังกฤษ ที่กระจายเร็วมาก ไปถึง อินเดีย ทำให้เกิดการระบาดอย่างหนักใน อินเดีย เกิดกลายพันธุ์ เป็น สายพันธุ์อินเดีย แทนสายพันธุ์อังกฤษอีกระลอกแต่เมื่อมีการนำเชื้อไวรัสสายพันธุ์ต่างๆไปวิจัยแล้ว สายพันธุ์ แอฟริกาใต้ มีการหลบหลีกภูมิต้านทานได้ดีกว่าสายพันธุ์อื่น ทำให้ประสิทธิภาพของวัคซีนโควิด-19 ลดลงประกอบกับ สายพันธุ์บราซิล ที่มีลักษณะคล้ายๆกันแพร่กระจายไปทั่วโลก ทำให้จำแนกไวรัสสายพันธุ์ที่ต้องเฝ้าระวังให้มากได้ดังนี้ สายพันธุ์อินเดีย อังกฤษ สายพันธุ์บราซิล และแอฟริกาใต้สำหรับประเทศไทยได้ให้การต้อนรับไวรัสเกือบครบทุกสายพันธุ์ ทั้งรุนแรง ทั้งธรรมดา แยกเป็นรายละเอียดได้ถึง 9 สายพันธุ์ ที่ตรวจพบจากผู้ติดเชื้อ มีทั้ง A B P และ C แค่ต้องมานั่งถอดรหัสพันธุกรรม หาภูมิต้านทานก็หืดขึ้นคอแล้ว ปัญหาคือ เราจะรับมือในการบริหารจัดการปัญหาโควิดด้วยปริมาณ หรือคุณภาพ เท่านั้น.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.th ปฏิบัติการไทยรัฐ ฝ่าวิกฤติโควิด-19