ไลฟ์สไตล์
100 year

“ธรรมนัส” ลุ้นระทึก ศาลรัฐธรรมนูญชี้วันนี้ “กวิ้น” ขอประกัน ยอมรับเงื่อนไข

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
5 พ.ค. 2564 05:23 น.
SHARE

“ธรรมนัส” บอกเฉยๆศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดศาลออสเตรเลียสั่งจำคุกคดียาเสพติด ต้องพ้นสมาชิกภาพ ส.ส.-ขาดคุณสมบัติเป็น รมต.หรือไม่ ลั่นชีวิตผ่านมาหมดแล้ว พร้อมรับไม่ว่าออกหน้าไหน “ธีรัจชัย” ดักคอความผิดคดีสากลไร้พรมแดน ผูกพันทุกประเทศ งัดมาตรา 5 พ.ร.บ.ปราบปรามยาเสพติด และความเห็นกฤษฎีกาสกัดเลี่ยงบาลี “สุทิน” ยกคดีสำคัญเขย่ามาตรฐานจริยธรรม รมต. และนายกฯตู่ “นิพิฏฐ์” ชี้ช่องยื่นประธานสภาฯ-ป.ป.ช. เชือดปมจริยธรรม “บิ๊กตู่” สั่งดีอีเอสฟันเฟกนิวส์-กลุ่มดิสเครดิตรัฐบาล “ชัยวุฒิ” จับตากลุ่มย้ายประเทศ “อนุชา” กำชับ พศ. รับลูกมหาเถรสมาคม เร่งสอบ “พระมหาสมปอง” วิจารณ์รัฐบาลเหลว-รับรีวิวสินค้า ลุ้นศาลปล่อยตัว “เพนกวิน-รุ้ง” กับพวก ทนายเผยลูกความยอมรับเงื่อนไขห้ามทำกิจกรรมหมิ่นสถาบัน-ออกนอกราชอาณาจักร

หลายฝ่ายจับตาผลกระทบกรณีศาลรัฐธรรมนูญนัดวินิจฉัยสมาชิกภาพ ส.ส. และความเป็นรัฐมนตรีของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์จะสิ้นสุดลงหรือไม่ กรณีเคยต้องคำพิพากษาศาลออสเตรเลียให้จำคุกในคดียาเสพติด โดยฝ่ายค้านระบุ เป็นประเด็นท้าทายจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งการเมือง

ข่าวแนะนำ

“ธีรัจชัย” หวังศาล รธน.ทำ ก.ม.ศักดิ์สิทธิ์

เมื่อวันที่ 4 พ.ค. นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชี รายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญนัดวินิจฉัยสมาชิกภาพ ส.ส. และความเป็นรัฐมนตรีของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์จะสิ้นสุดลงหรือไม่ในวันที่ 5 พ.ค. กรณีเคยต้อง คำพิพากษาศาลออสเตรเลียให้จำคุกคดียาเสพติดว่า ในฐานะเป็นกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร รับผิดชอบติดตามตรวจสอบคุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรีของ ร.อ.ธรรมนัส และเคยอภิปรายไม่ไว้วางใจ ร.อ.ธรรมนัส ในสภาฯ เชื่อมั่นโดยสุจริตใจว่า สมาชิกภาพ ส.ส. และความเป็นรัฐมนตรีของ ร.อ.ธรรมนัส สิ้นสุดลงตามกฎหมายแล้ว ความผิดคือความผิด ไม่ว่า จะเกิดขึ้นที่แห่งหนตำบลใดในโลกก็มีความผิด นี่คือ เจตนารมณ์กฎหมาย โดยเฉพาะความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดเป็นคดีภัยร้ายแรงต่อมนุษยชาติ ผู้มีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดคือตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 9 คน ไม่อาจ ก้าวล่วงแต่หวังว่าคำวินิจฉัยของศาลจะสร้างบรรทัดฐานผดุงความศักดิ์สิทธิ์กระบวนการยุติธรรม ทำให้สังคม เกิดความเชื่อมั่นระบบกฎหมาย ด้วยการวินิจฉัยชี้ขาด โดยยึดมั่นในเจตนารมณ์กฎหมายเป็นสำคัญ

คดียาเสพติดเป็นสากลผูกพันทุก ปท.

นายธีรัจชัยกล่าวต่อว่า รัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 98 (10) ระบุ “บุคคลที่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดกฎหมายว่าด้วยยาเสพติด ในความผิดฐานเป็นผู้ผลิต นำเข้า ส่งออก หรือผู้ค้า เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร” เป็นการกลั่นกรองคุณสมบัติ เบื้องต้น เพื่อเป็นหลักประกันว่าบุคคลนั้นๆจะปฏิบัติหน้าที่อย่างซื่อสัตย์สุจริต ยิ่งความผิดคดียาเสพติดเป็นความผิดร้ายแรง นานาประเทศให้ความสำคัญร่วมมือปราบปราม ตามกฎหมายระหว่างประเทศที่ไทยเข้าร่วมลงนามผูกพันตามอนุสัญญาเกี่ยวกับยาเสพติดหลายฉบับ เช่น อนุสัญญาเดี่ยวว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ ค.ศ.1961 อนุสัญญาว่าด้วยวัตถุ ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ค.ศ.1971 อนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยการต่อต้านการลักลอบค้ายาเสพติด และวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ค.ศ.1988 อนุสัญญาระหว่างประเทศเหล่านี้ ยืนยันความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดเป็นความผิดสากลไม่มีพรมแดน ไม่ว่าทำผิด และมีคำพิพากษาในประเทศใด ย่อมผูกพันทุกประเทศ ที่ลงนามในอนุสัญญา โดยเฉพาะไทยยืนยันหลักการดังกล่าวชัดเจนใน พ.ร.บ.มาตรการปราบปรามผู้กระทำผิด เกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 5 ระบุว่า ผู้ใด กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด แม้จะกระทำนอกราช–อาณาจักร ผู้นั้นต้องรับโทษในราชอาณาจักร ถ้าปรากฏว่า ผู้กระทำความผิดหรือผู้ร่วมกระทำความผิดคนใดคนหนึ่งเป็นคนไทย หรือมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย

ขุดความเห็นกฤษฎีกาปี 25 กันเลี่ยงบาลี

นายธีรัจชัยกล่าวอีกว่า ส่วนคำถามว่า หากเคย ต้องคำพิพากษาให้จำคุกคดียาเสพติดในศาลต่างประเทศ จะบังคับใช้ได้กับคุณสมบัติต้องห้ามการสมัคร ส.ส.และดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีตามกฎหมายไทยหรือไม่นั้น คณะกรรมการกฤษฎีกาเคยมีความเห็นที่ 276/2525 ว่า แม้มิได้ระบุว่าคำพิพากษาให้จำคุกเป็นศาลใด แต่เจตนารมณ์ของกฎหมายต้องการตัดสิทธิบุคคลผู้มีความประพฤติไม่เหมาะสม หากบทบัญญัติกฎหมาย ตีความเพียงว่าครอบคลุมเฉพาะคำพิพากษาศาลภายใน ประเทศอย่างเดียว ไม่ครอบคลุมคำพิพากษาศาลต่างประเทศ จะเกิดความลักลั่นไม่เท่าเทียมกันทางกฎหมายได้ ความเห็นดังกล่าวของคณะกรรมการกฤษฎีกาแสดงให้เห็นว่าหากเป็นความผิดที่กฎหมายในประเทศและต่างประเทศถือเป็นความผิดเช่นเดียวกัน หากถูกคำพิพากษาศาลในประเทศจำคุกแล้ว ต้องห้ามการรับสมัคร แต่หากถูกคำพิพากษาศาลต่างประเทศให้จำคุก ไม่ต้องห้ามการรับสมัครจะเกิด ความไม่เท่าเทียมได้ ดังนั้นคำพิพากษาศาลอันมีลักษณะ ต้องห้ามของรัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 98 (10) จึงเป็น คำพิพากษาของศาลทั้งในประเทศและศาลต่างประเทศ

ห้ามยกเหตุล้างมลทินลบความผิด

นายธีรัจชัยกล่าวว่า ส่วนการอ้างเหตุล้างมลทินหรืออภัยโทษ ไม่สามารถนำมาเป็นเหตุผลได้ เนื่องจากการล้างมลทินคือการลบล้างโทษที่ผู้กระทำผิดได้รับโทษมาครบถ้วนและพ้นโทษแล้ว หรือการอภัยโทษคือการให้อภัยแก่ผู้ต้องโทษที่กำลังได้รับโทษอยู่ให้ได้รับการยกเว้นไม่ถูกลงโทษต่อไป เป็นการล้างโทษ แต่ไม่ใช่ล้างความผิด เหมือนการได้รับนิรโทษกรรมที่เป็นการลบล้างความผิด ดังนั้นผู้เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดตามมาตรา 98 (10) ความผิดจึงยังคงอยู่ ถือเป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ข้อโต้แย้งที่อ้างคำพิพากษาศาลรัฐนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย ถูกล้างมลทินไปตาม พ.ร.บ.ล้างมลทิน จึงไม่อาจรับฟังได้ เมื่อถามว่าจะเอาผิดมาตรฐานจริยธรรมเพิ่มเติมกับ ร.อ.ธรรมนัสหรือไม่ นายธีรัจชัยตอบว่า ขอรอดูรายละเอียดคำพิพากษาศาลรัฐธรรมนูญวันที่ 5 พ.ค.ก่อนจะมีเนื้อหาอย่างไร ค่อยพิจารณาดำเนินการต่อไป

“สุทิน” ชี้คดีสำคัญวัดจริยธรรมผู้นำ

นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปพรรคร่วมฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์กรณีศาลรัฐธรรมนูญจะอ่านคำวินิจฉัยกรณีสมาชิกภาพ ส.ส.และรัฐมนตรีของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จะสิ้นสุดลงหรือไม่ ในวันที่ 5 พ.ค.ว่า ไม่อยากก้าวล่วงอำนาจศาล แต่เชื่อว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีข้อเท็จจริงปรากฏ และมีพยานหลักฐานชัดเจน ศาลคงพิจารณาง่ายขึ้นกว่าหลายคดี เมื่อชัดเจนเช่นนี้ศาลตัดสินออกมาคงมีคำอธิบายในตัวได้ เมื่อถามว่าในแง่จริยธรรมจะมีการดำเนินการอะไรหรือไม่ นายสุทินตอบว่า เรื่องนี้พิจารณาได้ทั้งแง่นิติธรรมและจริยธรรม มันชัดเจนทั้งสองเรื่อง ส่วนการจะแสดงออกอย่างไรนั้น คนเป็นนักการเมืองต้องมีระดับจริยธรรมหรือมาตรฐานจิตที่สูงกว่าประชาชนทั่วไป เรื่องนี้ไม่ใช่แค่มาตรฐานจิตของเจ้าตัว มันยังเป็นการวัดมาตรฐานจิตของผู้บังคับบัญชาคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหมด้วย เมื่อถามว่าสุดท้ายถ้าไม่มีอะไรเกิดขึ้นจากเรื่องดังกล่าว พรรคร่วมฝ่ายค้านจะดำเนินการอย่างไรต่อ นายสุทินตอบว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านคงมืดและมาตั้งหลักคิดกันใหม่ แล้วถามสังคมว่าจะปรับมาตรฐานจิตใหม่ตามเหตุการณ์นี้ หรือปรับมาตรฐานจิตไปตามหลักสากล ส่วนจะดำเนินการอย่างไรต่อไปทางกฎหมายหรือไม่คงต้องรอฟังคำตัดสินและคำอธิบายก่อน แต่ที่แน่ๆเราคงได้เห็นมาตรฐานจิตจากผู้นำประเทศว่าเป็นอย่างไรแน่นอน

ยื่น ปธ.สภา-ป.ป.ช.ฟันจริยธรรมได้

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กรณีนี้ขึ้นอยู่กับศาลรัฐธรรมนูญจะยึดถือคำพิพากษาของศาลต่างประเทศหรือไม่อย่างไร ถ้าชี้ว่าไม่ผิดเพราะเป็นข้อหาทำความผิดที่ต่างประเทศ ตัดสินโดยศาลต่างประเทศ จะถือเป็นการวางบรรทัดฐานในคดีการทำความผิดของนักการเมืองไทยที่ทำผิดในต่างประเทศว่าไม่มีผลในประเทศไทย ไม่กระทบต่อการดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดๆในประเทศ หากจะมีความผิดต้องทำความผิดในประเทศไทยเท่านั้น นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯฝ่ายกฎหมายเคยพูดมาแล้วครั้งหนึ่งว่า ต้องเป็นคำพิพากษาของศาลไทย ไม่ใช่คำพิพากษาของศาลต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม จะมีปัญหาตามมาเรื่องจริยธรรมผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีความหมายกว้างกว่ากฎหมายกำหนด คือความเชื่อมั่นเชื่อถือ อดีตเคยมีคดีข้าราชการระดับสูงกระทรวงหนึ่งขโมยภาพวาดในโรงแรมที่ประเทศญี่ปุ่น ถูกร้องเรียนจนต้นสังกัดชี้มูลผิดวินัยข้าราชการสั่งลงโทษ ขึ้นอยู่กับจริยธรรมคุณธรรมแต่ละคนไม่เท่ากัน ในต่างประเทศนักการเมืองอาจประกาศลาออก แต่เรื่องนี้เจ้าตัวยังปฏิเสธไม่ได้กระทำตามที่กล่าวหา หากจะดำเนินการด้านจริยธรรมต้องมีผู้ส่งเรื่องให้ประธานสภาฯดำเนินการ สภาฯมีคณะกรรมการจริยธรรม หรืออาจร้อง ป.ป.ช.ให้ตรวจสอบขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงว่าเกิดขึ้นจริงหรือไม่ อย่างไร

“ธรรมนัส”เฉยๆน้อมรับบวกหรือลบ

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ส ส.พะเยาและรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ว่า ไม่ได้เตรียมอะไรเลยสักอย่าง ผลเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับดุลพินิจของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา ผลออกมาหน้าไหนน้อมรับคำวินิจฉัย ถ้าถามรู้สึกอย่างไร ตื่นเต้นหรือไม่ตื่นเต้น ตนเฉยๆ เพราะชีวิตผ่านมาหมดแล้ว และในช่วงเป็นรัฐมนตรีได้ทำหน้าที่ให้ดีที่สุดแล้ว เมื่อถามย้ำว่าหากผลวินิจฉัยเป็นลบเตรียมอะไรไว้บ้าง ร.อ.ธรรมนัสบอกว่า ไม่ได้เตรียมอะไร เพราะผลออกมาถ้าลบก็ทำใจ กลับไปทำธุรกิจ ดูแลครอบครัว ไม่เป็นปัญหา วิถีชีวิตเดิมมีความสุขอยู่แล้ว ไม่ได้เดือดร้อนอะไร ถ้าเป็นบวกก็ทำงานเพื่อชาติบ้านเมืองต่อ เมื่อถามว่าถึงวันนี้มีความมั่นใจออกมาเป็นลบหรือบวก ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า ไม่รู้ เดายากๆขึ้นอยู่กับดุลพินิจศาลรัฐธรรมนูญ วันที่ 5 พ.ค. ได้มอบทนายความเป็นผู้แทนไปฟังคำวินิจฉัยที่ศาลรัฐธรรมนูญแทน เนื่องจากติดประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)

พปชร.ชงเลื่อนเปิดประชุมสภาฯ

นายอนันต์ ผลอำนวย ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธาน กมธ.กิจการสภาฯ กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎรและนางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาฯ พิจารณาความเหมาะสมการเปิดประชุมสภาฯปลายเดือน พ.ค. เนื่องจากเชื้อโควิด-19 ใน กทม. ยังระบาดรุนแรง มีคลัสเตอร์แพร่เชื้อชุมชนคลองเตย หากให้ประชุมอาจมีปัญหา ส.ส.ต่างจังหวัดเข้า กทม.เมื่อกลับภูมิลำเนาต้องกักตัว 14 วัน การเปิดประชุมสภาฯคนมารวมตัวหลักพันคนต่อวันเป็นความเสี่ยงแพร่เชื้อ แม้มีวาระพิจารณาสำคัญ เช่น ร่าง พ.ร.บ. งบฯปี 2565 ร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ แต่เลื่อนได้ ใช้งบฯปี 2564 ไปพลางก่อนได้

“บิ๊กตู่” สั่งดีอีเอสฟันเฟกนิวส์กลุ่มตี รบ.

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำ สํานักนายกฯ เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม ห่วงใยประชาชนรับข้อมูลข่าวสารช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 พบมีการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารอันเป็นเท็จและข้อมูลคลาดเคลื่อนความจริงจำนวนมาก โดยเฉพาะในสื่อออนไลน์ ก่อให้เกิดความสับสน ตื่นตระหนกเข้าใจผิด จึงกำชับให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ตรวจสอบ ชี้แจง แจ้งเตือนประชาชน หากพบกรณีจงใจสร้างความสับสน ให้เอาผิดตามกฎหมาย รวมถึงหน่วยงานต่างๆตรวจสอบข่าวปลอมและชี้แจงข้อมูลที่ถูกต้องด้วย และยังพบหลายกรณีพยายามโจมตีดิสเครดิตรัฐบาล ไม่ว่าประเด็นวัคซีน การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ นายกฯขอวิงวอนให้คำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน ขอให้ทุกฝ่ายลดความขัดแย้ง ช่วยกันทำให้เกิดบรรยากาศความร่วมมือร่วมใจกันเพื่อสถานการณ์โควิด-19 จะได้คลี่คลายโดยเร็ว

ดีอีเอสจับตากลุ่มย้ายประเทศ

ด้านนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดีอีเอส กล่าวถึงกรุ๊ปเฟซบุ๊ก “ย้ายประเทศกันเถอะ” ที่ใน สังคมออนไลน์ว่า ดีอีเอสได้รับการร้องเรียนว่ามีเนื้อหาสร้างความแตกแยก เกลียดชังและยังแสดงความคิดเห็นเข้าข่ายหมิ่นสถาบัน เบื้องต้นพบเนื้อหาส่วนใหญ่เป็นเชิงแนะแนวการศึกษา และแนวทางประกอบอาชีพในต่างประเทศ จริงๆเป็นเรื่องที่ดี แต่หลายโพสต์มีแฝงประเด็นทางการเมือง โดยเฉพาะสมาชิกกลุ่มบางคนที่หลบหนีอยู่ต่างประเทศที่มีพฤติกรรมชังชาติอยู่แล้ว มีวัตถุประสงค์แอบแฝง ดีอีเอสมีคณะทำงานตรวจสอบติดตามอยู่แล้ว ได้กำชับให้ไปตรวจสอบเนื้อหาที่ผิดกฎหมายหรือไม่ หากพบดำเนินการทางกฎหมายขั้นเด็ดขาด แต่หากแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการศึกษาหรืออาชีพในต่างประเทศ รัฐบาลไม่ปิดกั้น ถือเป็นสิทธิเสรีภาพของบุคคลที่ได้รับการคุ้มครองโดยรัฐธรรมนูญ

“อนุชา” สั่ง พศ.สอบ “มหาสมปอง”

นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวถึงกรณีพระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต วัดสร้อยทอง แสดงความคิดเห็นการทำงานของรัฐบาลในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ผ่านสื่อช่องทางต่างๆ และประชาสัมพันธ์โฆษณาขายสินค้า (ปุ๋ยน้ำ) ออกสื่อสังคมออนไลน์ว่า ได้สั่งการให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เสนอเรื่องนี้ต่อที่ประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) เพื่อพิจารณาการแสดงออกไม่เหมาะสม ไม่เป็นกิจของสงฆ์ ล่าสุดที่ประชุม มส.ครั้งที่ 11/2564 เมื่อวันที่ 30 เม.ย.64 มีมติเห็นว่าเข้าข่ายการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองและเป็นการไม่เหมาะสม มอบหมายให้ พศ.ประสานพระสังฆาธิการที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไป ทั้งนี้ ได้กำชับให้ พศ.เร่งดำเนินการตามมติ มส.โดยด่วน ให้ประสานเจ้าอาวาสวัดต้นสังกัด เจ้าคณะปกครองสงฆ์ที่เกี่ยวข้อง พร้อมตรวจสอบพฤติกรรมของพระสงฆ์ที่มีการกระทำที่ไม่ใช่กิจของสงฆ์ เพื่อมิให้เกิดความเสื่อมเสียวงการสงฆ์และพระพุทธศาสนา

“พี่ศรี” ร้องสอบพระดังรีวิวสินค้า

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า สมาคมได้ทำหนังสือร้องเรียนถึงนายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกฯ และ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เพื่อให้เร่งสอบสวนเอาผิดบุคคลที่ทำตัวเป็นอลัชชีเดียรถีย์ กรณีพระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต ช่วยรีวิวแนะนำสินค้าผลิตภัณฑ์อาหารเสริมให้บริษัทเอกชนอย่างเลิศเลอไม่กระดากปาก เป็นโลกวัชชะอาจต้องอธิกรณ์เข้าข่ายอวดอุตตริมนุสสธัมม์ อาจต้องหลุดพ้นการเป็นพระภิกษุได้ และยังเป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ให้กับสโมสรฟุตบอล องค์กรธุรกิจเอกชนหวังสร้างภาพลักษณ์ทำการตลาดสร้างกำไรให้สโมสร อันขัดต่อศีลบัญญัติ 227 ข้อ อาทิ อาบัติสังฆาทิเสสข้อที่ 13 คือ ทำตัวเป็นเหมือนคนรับใช้ ยอมตนให้คฤหัสถ์ใช้สอย ประจบคฤหัสถ์ เป็นต้น พศ.ต้องรีบไต่สวนและสอบสวนโดยเร็ว หากเป็นความผิดจะได้รีบกำจัดออกไปเสียจากพุทธศาสนา

บี้ยุบ ศบค.ยุญาติเหยื่อโควิดฟ้องรัฐ

นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา’35 แกนนำกลุ่มไทยไม่ทน สามัคคีประชาชน เพื่อประเทศไทย กล่าวว่า วิกฤติโควิด-19 ระลอก 3 สาเหตุสำคัญเกิดจากการบริหารงานผิดพลาดล้มเหลวของรัฐบาล นายกฯควรรีบตั้งคณะกรรมการอำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข มีปลัด สธ.เป็นหัวหน้า และตั้งศูนย์อื่นๆที่เกี่ยวข้อง จะบริหารจัดการได้มีประสิทธิภาพมากกว่ารวมศูนย์อำนาจไว้ที่นายกฯในฐานะ ผอ.ศบค. ที่ไม่เข้าใจความร้ายแรงของโรคระบาดสายพันธุ์ใหม่ กว่า 1 ปีที่ผ่านมา ใช้แพทย์ผิดประเภท ทำให้เสียโอกาสเศรษฐกิจ ประเทศพังพินาศ ญาติผู้เสียชีวิตฟ้องต่อศาลปกครองเอาผิดกับรัฐให้ชดใช้ค่าเสียหายเนื่องจากการไร้ประสิทธิภาพของรัฐ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 47 และ ป.อาญา มาตรา 157 ปล่อยปละละเลยให้หน่วยงานรัฐทุจริตรับส่วยจากแรงงานเถื่อน บ่อน การพนัน และสถานบันเทิงผิดกฎหมายจนเกิดระบาดระลอก 2 และ 3

“เพนกวินกับพวก” ยอมรับเงื่อนไขศาล

นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน กล่าวถึงการเตรียม ความพร้อมที่ศาลเตรียมไต่สวนคำร้องขอปล่อยชั่วคราวของนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน จำเลยที่ 1 น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง จำเลยที่ 5 แกนนำกลุ่มราษฎร คดีปักหมุดสนามหลวงในวันที่ 6 พ.ค. ว่า นอกจากเพนกวินและรุ้งที่ยื่นประกันเมื่อวันที่ 30 เม.ย. ยังมีมารดานายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือแอมมี่ เดอะบอตทอมบลูส์ จำเลยที่ 17 คดีปักหมุดและคดีวางเพลิงหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ยื่นประกันเมื่อวันที่ 1 พ.ค. ศาลนัดไต่สวนวันเดียวกัน จะแสดงให้ศาลเห็นว่าเป็นคดีเดียวกับนายสมยศ พฤกษา-เกษมสุข จำเลยที่ 4 และนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน จำเลยที่ 7 ที่ได้ประกันไปก่อนหน้านี้ สมควรได้รับการประกันตัวเช่นกัน เรายอมรับเงื่อนไขที่ศาลเคยออกข้อกำหนดไว้กับนายสมยศและนายจตุภัทร์ ห้ามมิให้จำเลยทำกิจกรรมที่จะทำความเสื่อมเสียต่อสถาบัน ห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักรเว้นได้รับอนุญาตและให้มาศาลตามนัด ลูกความบอกว่าถ้าเงื่อนไขแบบนายสมยศกับนายจตุภัทร์ทุกคนรับได้ เมื่อถึงเวลาไต่สวนจำเลยจะยืนยันเรื่องปฏิบัติตามเงื่อนไขต่อศาล เตรียมหลักทรัพย์ไว้เป็นเงินสดคนละ 2 แสนบาท

“แม่พริษฐ์” ร้องขอลูกรักษาต่อ รพ.

วันเดียวกัน นางสุรีย์รัตน์ ชิวารักษ์ มารดานายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน แกนนำกลุ่มราษฎร เข้ายื่นหนังสือขอความอนุเคราะห์ต่อ ผอ.โรงพยาบาลรามาธิบดี ขอให้ลูกได้รักษาตัวอยู่ที่ รพ.รามาธิบดีต่อ ไม่ต้องการให้ส่งกลับไปรักษาที่ รพ.ราชทัณฑ์ กังวลใจทั้งเรื่องความปลอดภัย เรื่องสุขภาพ การแพร่ระบาดโควิด

เมื่อเวลา 17.00 น. ที่หน้าประตูทางเข้าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝั่งถนนพญาไท กลุ่มคณะจุฬา นำโดยนายสิรภพ อัตโตหิ นิสิตอักษรศาสตร์จุฬาฯ และแนวร่วมราว 40 คน รวมตัวยืนหยุดขัง 1.12 ชั่วโมง เรียกร้องสิทธิ์ประกันตัวให้เพนกวินและเพื่อนๆ จนเวลา 18.00 น. ร่วมกันชู 3 นิ้ว ระหว่างยืนเคารพธงชาติแล้วประกาศเชิญชวนเดินทางไปให้กำลังใจเพนกวินกับพวก วันนัดไต่สวนที่ศาลอาญาวันที่ 6 พ.ค. ส่วนกลุ่มพลเมืองโต้กลับ นำโดยนายพันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ นำมวลชน 30 คน ไปทำกิจกรรมยืน หยุด ขัง เป็นวันที่ 42 เป็นการยืนสัญจรบนสะพานลอย อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ จากนี้จะกลับไปยืนประท้วงหน้าศาลฎีกาทุกเย็นเหมือนเดิม

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ธรรมนัส พรหมเผ่าศาลรัฐธรรมนูญชี้ชะตาเพนกวิน พริษฐ์ ชิวารักษ์เพนกวินขอประกันข่าวหน้า1ข่าววันนี้

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอาทิตย์ที่ 16 พฤษภาคม 2564 เวลา 01:46 น.