ไลฟ์สไตล์
100 year

ไพบูลย์เปิดหน้าชน ดัน "สุริยะ" เป็น รมว.พลังงาน ยืนยันเป็นโควตพลังประชารัฐ

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
21 ก.ค. 2563 05:28 น.
SHARE

“ไพบูลย์” ดับเครื่องชนชง “สุริยะ” นั่ง รมว.พลังงาน อ้างเป็นโควตาพรรค ค้านแหลก “ไพรินทร์” มีผลประโยชน์ ทับซ้อน น้อยใจ “บิ๊กตู่” มอง พปชร. เป็นแค่พรรคร่วมฯ “บิ๊กป้อม” ชิ่งไม่มีสัญญาใจ ส่ายหัวสื่อจี้ถามดัน “นฤมล” นั่ง รมต. “เทวัญ” ไขก๊อก “สุวัจน์” คุยโชว์สปิริตเปิดทางนายกฯปรับ ครม.ยันหนุนรัฐบาลต่อ ล่าสุดโผ ครม.ยังไม่นิ่งแกนนำสาย “ลุงป้อม” รอวัดใจ “ประยุทธ์” เคาะใครคุมขุมทรัพย์ รปช.ฮึดไม่ยอมแลก ก.แรงงานกับ อว. กมธ.งบฯ 64 ป่วน “ชาดา” ชงนับองค์ประชุมล่ม แฉพรรคร่วม รบ.ฉุน พปชร.กินรวบ 7 อนุ กมธ.งบฯ “บิ๊กแดง” เลี่ยงเรียกแขกงดจ้อสื่อ ส่ง “วินธัย” แจง “ผู้พันเจี๊ยบ” โพสต์ม็อบมุ้งมิ้งไม่เกี่ยวกองทัพ ทบ.สายล่อฟ้าซื้อเครื่องบินวีไอพี 1.3 พันล้าน สนท.บุก บก.ทบ. จี้หยุดซื้อเรือ-เครื่องบิน-คุกคาม ปชช. กลุ่มนวชีวินไปทำเนียบฯ อดข้าวประท้วงบี้แก้ปากท้อง ช่วยคนตกงาน

การปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ยังไม่ลงตัวที่เก้าอี้ รมว.พลังงาน โดยนายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคสาย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ประกาศจะเสนอชื่อนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรมไปนั่งเป็น รมว.พลังงาน ถือเป็นโควตาของพรรคพร้อมคัดค้านนายไพรินทร์ ชูโชติถาวร อดีต รมช.คมนาคมและผู้บริหาร ปตท.เพราะมีปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อน

ข่าวแนะนำ

“ไพบูลย์” ค้าน “ไพรินทร์” ประโยชน์ทับซ้อน

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ถึงการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะกระทรวงพลังงานที่มีข่าวว่านายไพรินทร์ ชูโชติถาวร อดีต รมช.คมนาคมและผู้บริหาร ปตท.จะมาเป็น รมว.พลังงานว่า ตำแหน่งนี้ เดิมเป็นของพรรคพลังประชารัฐอยู่แล้ว หากจะเอาไปให้บุคคลภายนอก พรรคต้องมีการประชุมใหญ่เพื่อพิจารณาว่าจะเห็นชอบด้วยหรือไม่ การเสนอชื่อนายไพรินทร์ออกมาคิดว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะนาย ไพรินทร์เป็นทั้งอดีตผู้บริหาร ปตท. แล้วจะมาเป็น รมว.พลังงานต้องไปกำกับดูแล ปตท. แล้วจะตอบคำถามเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างไร รวมทั้งผู้ที่ตรวจสอบการดำเนินงานของ ปตท.ไม่สบายใจ ส่วนที่บอกว่าเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ที่ผ่านมา อดีต รมว.พลังงานอย่างนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เป็นนักธุรกิจ ทำหน้าที่ รมว.พลังงานได้ หรือสมัย คสช.มี พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ เป็น รมว.พลังงาน หรือสมัย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ มีนายพิชัย นริพทะพันธุ์ เป็น รมว.พลังงาน จบบัญชี และเป็นนักธุรกิจ

เอาตรงๆชงชื่อ “สุริยะ” นั่ง รมว.พลังงาน

นายไพบูลย์กล่าวอีกว่า ในส่วนของพรรคพลังประชารัฐกรณีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม มีคุณสมบัติครบถ้วน หลายคนอาจจะไม่ทราบว่านายสุริยะจบโรงเรียนเตรียมอุดมฯ เอ็นทรานซ์ติดแพทย์มหิดลเรียนอยู่ครึ่งปี พอดีมีเหตุการณ์ทางการเมืองครั้งใหญ่ของประเทศเลยไปเรียนต่อที่สหรัฐฯ จบวิศวะอุตสาหการ มหาวิทยาลัยเบิร์กลีย์ มีประสบการณ์ในการทำงานมากมาย ที่สำคัญเป็น ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ดังนั้น ถ้าพรรคจะมีมติจะเสนอท่านไปเป็น รมว.พลังงาน เป็นเรื่องภายในพรรคที่มีความชอบธรรม แต่เราไม่ได้ไปตัดสิทธิ์นายกฯจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ในการประชุมพรรคพลังประชารัฐวันที่ 21 ก.ค. จะเสนอชื่อนายสุริยะ เป็น รมว.พลังงาน เพราะเป็นกระทรวงเดิมของอดีตเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ เราเสนอชื่อคนของพลังประชารัฐเป็นเรื่องถูกต้อง และกระทรวงพลังงานถือเป็นตำแหน่งชี้วัดความถูกต้อง หากพรรคไม่ได้ดูแลจะอธิบายกับ ส.ส.ของพรรคไม่ได้

น้อยใจผู้นำมอง พปชร.แค่พรรคร่วมฯ

นายไพบูลย์ยังกล่าวอีกว่า ทั้งหมดที่เราดำเนินการ อยากจะพูดตรงๆให้สังคมได้รับทราบว่า หลายเรื่องในการร่วมรัฐบาลของแต่ละพรรค นายกฯมองพรรคพลังประชารัฐเป็นพรรคร่วมรัฐบาลพรรคหนึ่ง ดังนั้นต้องดูแลพรรคพลังประชารัฐเหมือนพรรคร่วมรัฐบาลพรรคอื่น แต่ถ้ามองพรรคพลังประชารัฐ ที่เป็น ส.ส.โดยตรง แต่ได้ดูแลกระทรวงน้อยมาก เทียบกับพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้ด้วยซ้ำ เมื่อถามว่า การออกมาพูดอย่างนี้ไม่เป็นการกดดันนายกฯหรือเพราะตอนเชิญมาเป็นนายกฯให้อำนาจพิจารณา ครม.เอง นายไพบูลย์กล่าวว่า ตนพูดแล้วว่ากระทรวงพลังงานเป็นของพรรคพลังประชารัฐ ถ้าบอกว่ากระทรวงพลังงานเป็นด้านเศรษฐกิจ ถ้าอย่างนั้นต้องเรียกร้องให้มีการทบทวน กระทรวงคมนาคมของพรรคภูมิใจไทย กระทรวงเกษตรฯและกระทรวงพาณิชย์ของพรรคประชาธิปัตย์ด้วย ทำไมต้องมาทบทวนเฉพาะของพรรคพลังประชารัฐพรรคเดียว

“สันติ” เผย “อุตตม” ไขก๊อก กมธ.งบฯ 64

เมื่อเวลา 12.50 น. ที่รัฐสภา นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะ กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้นายอุตตม สาวนายน อดีต รมว.คลัง ได้ลาออกจากการเป็นประธาน กมธ.งบฯปี 2564 แล้ว และตนได้ทำหนังสือแจ้งไปยังนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ เพื่อดำเนินการขั้นตอนต่อไปการทำงานของคณะ กมธ.ไม่ได้รับผลกระทบแต่ประการใด เพราะเรามีประธานถึง 21 คน

จัดเก้าอี้ รมต.ใครจะเหนือนายกฯ

นายสันติกล่าวถึงการปรับ ครม.ว่า คงจะไม่สามารถเลือกไปอยู่กระทรวงไหนได้ ขึ้นอยู่กับนายกฯเราต้องเคารพ ต้องเชื่อมั่นนายกฯให้ดูแลบ้านเมืองทั้งเศรษฐกิจสังคม ความมั่นคงต้องไว้ใจเพราะท่านเป็นคนเก่งทำจริง ขยันดูแลทุกเรื่อง เสียสละและเหน็ดเหนื่อยเพื่อบ้านเมืองต้องให้นายกฯทำงานเต็มความสามารถ เมื่อถามว่าแต่นายไพบูลย์ นิติตะวัน รอง หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ไม่ยอมยืนยันว่าจะเสนอชื่อนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ไปเป็น รมว.พลังงานให้ได้ อ้างเป็นโควตาพรรคไม่ใช่โควตาของคนนอก นายสันติตอบว่า นายกฯบอกว่าเป็นอำนาจนายกฯ ใครเหนือนายกฯ เมื่อถามย้ำว่านายไพบูลย์บอกว่าไม่ได้กดดันนายกฯแต่ต้องเอาคนของพรรคไปนั่งกระทรวงพลังงาน นายสันติกล่าวว่า ไม่มีเราไม่ได้มีปัญหาอะไร พรรคเราและ ส.ส.เป็นของประชาชน ในเมื่อนายกฯเป็นผู้รับผิดชอบบ้านเมืองทุกด้าน ท่านมีวิสัยทัศน์ของที่จะดู พรรคไม่ได้มีปัญหา เมื่อถามว่านายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย และกรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกสิกรไทย จะมาเป็น รมว.คลัง นายสันติกล่าวว่า ก็ท่านบอกว่าเป็นข่าวก็คงเป็นข่าวอยู่อย่างนั้น ไม่มีปัญหาเราต้องเชื่อมั่นนายกฯ

“บิ๊กป้อม” ปัดไม่มีสัญญาใจ “สุริยะ”

เมื่อเวลา 12.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและหัวหน้าพรรค พลังประชารัฐ กล่าวถึงการปรับ ครม.ว่า ต้องถามนายกฯ ไม่มีสัดส่วนของพรรค นายกฯเป็นคนเดียวที่จะตัดสินใจว่าจะให้ใครอยู่ใครไป เมื่อถามว่า นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ระบุว่าเก้าอี้ รมว.พลังงานต้องเป็นของพรรค พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ก็แล้วแต่นายกฯ เมื่อถามว่าในฐานะหัวหน้าพรรคจะห้ามปรามลูกพรรคให้หยุดเคลื่อนไหวเรื่องการปรับ ครม.หรือไม่ เพื่อให้เป็นอำนาจของนายกฯ คนเดียว พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เขาหยุดอยู่แล้ว ไม่มีอะไรหรอก เมื่อถามย้ำว่า มีข่าวว่า พล.อ.ประวิตร มีสัญญาใจกับนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม จะให้มานั่ง รมว.พลังงาน ตั้งแต่ก่อนมาร่วมรัฐบาลจริงหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “สัญญาใจไม่มี คุณไปเอาสัญญาใจที่ไหนมา ผมไม่เคยมีสัญญาใจอะไรกับใคร”

ส่ายหัวหนีสื่อถาม “นฤมล” นั่ง รมต.

เมื่อถามถึงกรณีนายเทวัญ ลิปตพัลลภ ลาออกจาก รมต.ประจำสำนักนายกฯจะทำให้ปรับ ครม.เร็วขึ้นหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า การปรับเร็วหรือช้าอยู่ที่นายกฯ ไม่ใช่การลาออกของรัฐมนตรี ครม.มีคนทดแทนได้ตลอด มีปลัดกระทรวง รัฐมนตรีช่วยว่าการ ใครจะลาออกมีคนทดแทนอยู่แล้ว ไม่ต้องห่วง ยืนยันว่าเรื่องการปรับ ครม.ให้ถามนายกฯ ถามตน ตนไม่รู้หรอก เมื่อถามว่า ตกลงนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกฯได้ตำแหน่งรัฐมนตรี เจ้าของฉายาโฆษกฯบิ๊กอายแล้วใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรส่ายหัวแล้วเดินขึ้นรถยนต์ออกไป

“ตั้น”ย้ำ พปชร.มีสิทธิเสนอ รมต.

นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐกล่าวว่า เชื่อว่ากรรมการบริหารพรรคจะเสนอรายชื่อที่เหมาะสม พรรคมีแนวคิดของพรรคเอง มีสิทธิเสนอชื่อรัฐมนตรีของพรรค จะเสนอชื่อผูกไปกับตำแหน่งเลยหรือจะเสนอเพียงรายชื่อคงต้องรอคุยกัน ส่วนจะโดนใจ นายกฯหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่สุดท้ายนายกฯเป็นผู้ตัดสินใจ พรรคไม่กังวลรับได้ทุกการตัดสินใจ มั่นใจการตัดสินใจนายกฯ ที่สมาชิกพรรคบางคนระบุเก้าอี้ รมว.พลังงาน เป็นโควตาพลังประชารัฐ สมาชิกแต่ละคนคิดเห็นแตกต่างกัน ใครก็ได้ไม่ว่าจะคนในหรือคนนอกสำคัญต้องมาขับเคลื่อนกลไกพลังงาน พลังงานทดแทนและการลงทุนด้านพลังงาน เมื่อถามว่า ยังอยู่ในตำแหน่งเดิมหรือไม่ นายณัฏฐพล ยิ้มกล่าวเพียงว่า “เพื่อความต่อเนื่องๆ”

หัวชนฝา “สุริยะ” คั่วขุมทรัพย์พลังงาน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความเคลื่อนไหวการปรับ ครม.ที่ว่างลง 5 ตำแหน่ง คือรองนายกฯ รมว.คลัง รมว.พลังงาน รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่นายเทวัญ ลิปตพัลลภ ลาออกเป็นรายล่าสุด ส่วนพรรคร่วมรัฐบาลไม่ขอปรับยึดโควตาเดิม ล่าสุดโควตาคนนอก รมว.คลัง ยังเป็นนายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย ส่วนนายไพรินทร์ ชูโชติถาวร อดีต รมช.คมนาคม และอดีตผู้บริหาร ปตท. ที่มีชื่อจะมาชิง รมว.พลังงานหรือเป็นรองนายกฯ ยังต้องรอการตัดสินใจของนายกฯ โดยพรรคพลังประชารัฐยืนยันจะเสนอชื่อนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรมและรองหัวหน้าพรรคมานั่ง รมว.พลังงาน ในการประชุมกรรมการบริหารพรรค พปชร.วันที่ 21 ก.ค. โควตาพรรคยังเป็นโผเดิมเสนอชื่อนายสุริยะ เป็น รมว.พลังงาน นายอนุชา นาคาศัย เลขาธิการพรรค ไปเป็น รมว.อุตสาหกรรมแทน

“เฮ้ง” ไป อว.–“นฤมล” มีลุ้น รมต.

ขณะที่นายสุชาติ ชมกลิ่น ส.ส.ชลบุรี ก่อนหน้านี้พรรคพลังประชารัฐ จะขอเอา อว.ไปแลกกระทรวงแรงงานของพรรครวมพลังประชาชาติ (รปช.) แต่พรรครวมพลังประชาชาติไม่ขอแลกนั้น ล่าสุด จะเสนอนายสุชาติ เป็น รมว.อว. และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกฯและเหรัญญิกพรรค จะถูกเสนอชื่อไปเป็น รมต.ประจำสำนักนายกฯ ทั้งนี้ โผรายชื่อ ครม.ดังกล่าวที่พรรคจะเสนอ เพื่อลดแรงกดดันภายในพรรคที่เรียกร้องให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯในฐานะหัวหน้าพรรค นำกระทรวงสำคัญมาอยู่ในโควตาพรรค โดยสุดท้ายแล้วขึ้นอยู่กับนายกฯตัดสินใจ ซึ่งนายกฯเคยประกาศแล้วว่าพรรคเสนอมา ถ้าไม่เห็นด้วยสามารถให้เปลี่ยนแปลงได้

มติ ชพน.“เทวัญ” โชว์สปิริตไขก๊อก

ก่อนหน้านี้เมื่อเวลา 10.00 น. ที่บ้านพักราชวิถี มีการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคชาติพัฒนา (ชพน.)โดยนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา แถลงว่า ที่ประชุมมีมติเอกฉันท์เห็นชอบให้นายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา ลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดทางให้นายกฯปรับ ครม.อย่างสบายใจ เป็นการแสดง สปิริตให้นายกฯสบายใจไม่ต้องกังวลกับพรรค ยังสนับสนุนรัฐบาลเหมือนเดิม เล็งเห็นว่าบ้านเมืองมีปัญหา เราไม่ยึดติดกับตำแหน่ง ได้แจ้งให้นายกฯรับทราบขอบคุณ ยืนยันว่าไม่มีการแตกแยกในรัฐบาลแน่นอน เราพร้อมสนับสนุนให้นายกฯจัดทัพจัดทีมแก้ไขปัญหาประเทศ ผ่านวิกฤติไปได้

“สุวัจน์” ยืดอกการเมืองต้องเสียสละบ้าง

เมื่อถามว่า นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกฯ จะมารับตำแหน่งแทนนายเทวัญใช่หรือไม่ นายสุวัจน์กล่าวว่า ไม่ทราบให้เป็นเรื่อง ของนายกฯตัดสินใจเอง นายกฯได้ขอบคุณที่พรรคเราพร้อมช่วยสร้างเสถียรภาพแก่รัฐบาล ส่วนโพลส่วนใหญ่ไม่เชื่อมั่นการปรับ ครม.ชุดใหม่ เป็นสิ่งที่ประชาชนคาดหวังและกังวล หากร่วมกันเสียสละเพื่อให้การจัดตั้ง ครม.เรียบร้อย จะได้คนดีเข้ามา ประชาชนคาดหวังมาก แต่ถ้าหากนายกฯให้โอกาสพรรคชาติพัฒนาเข้าร่วม ครม.ชุดใหม่เป็นการตัดสินใจของท่าน พวกเราไม่ได้คาดหวังอะไร พรรคเราอยู่ตรงกลาง รัฐบาลจะอยู่ได้นานหรือไม่ขึ้นอยู่กับการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ถ้าแก้ไขได้ประชาชนยอมรับรัฐบาลก็อยู่ได้นาน เราตัดสินใจอยู่บนพื้นฐานสถานการณ์การเมือง เราเล่นการเมืองมานานบ้านเมืองไม่เคยเจอวิกฤติสาหัสแบบนี้ ประชาชนกังวลการใช้ชีวิตและธุรกิจ ถึงเวลาที่พรรคต้องตัดสินใจ ทางการเมืองต้องเสียสละบ้าง เป็นการใช้ชีวิตแบบ New Normal เพื่อให้บ้านเมืองอยู่ได้ ยืนยันว่าไม่มีความกดดันหรือการทะเลาะเบาะแว้ง บรรยากาศเป็นไปด้วยดี

หน.ชพน.ปัดหลีกทาง “บิ๊กอาย” เสียบ

จากนั้นเวลา 13.30 น. นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รมต.ประจำสำนักนายกฯ เดินทางไปยื่นหนังสือลาออก ที่ทำเนียบรัฐบาล ผ่านนายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกฯ ที่ตึกไทยคู่ฟ้า นายเทวัญยืนยันไม่ได้มีกระแสกดดันใดๆ เป็นมติพรรค ขอบคุณนายกฯที่ให้โอกาส ขอบคุณนักข่าวติดตามทำข่าวมาตลอด เมื่อถามว่าเป็นคำสั่ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ใช่หรือไม่ เพื่อจะให้นางนฤมลมานั่งตำแหน่งนี้ นายเทวัญตอบว่าให้เป็นเรื่องของรองนายกฯ ได้เรียนนายกฯแล้วท่านบอกแค่ว่าขอบคุณ ที่ลาออกไม่ใช่ได้รับสัญญาณจากนายกฯว่าจะถูกปรับออก แต่ กก.บห.มีมติให้ลาออกเปิดทางให้นายกฯปรับ ครม.มีรัฐมนตรีลาออกก่อนหน้านี้เราก็เลยลาออก รอบหน้าจะได้กลับมาหรือไม่ยังไม่ทราบ แต่ 4 เสียงยังสนับสนุนรัฐบาลต่อ

จากนั้นเวลา 15.00 น. ภายหลังนายเทวัญได้ยื่นใบลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ มีผลวันที่ 21 ก.ค.มีข้าราชการสังกัดสำนักนายกฯ ขึ้นไปเข้าพบนายเทวัญ ที่ตึกบัญชาการให้กำลังใจ นายเทวัญได้กล่าวขอบคุณทุกคนที่ร่วมทำงานด้วยดีกันมาตลอด จากนั้นไปสักการะพระภูมิเจ้าที่ และศาลตายาย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบฯอำลาตำแหน่งและได้มอบพระนาคปรก สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี ให้สื่อมวลชน

“หม่อมเต่า” ลาออกพ้น รมว.แรงงาน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รมว.แรงงาน ได้ตัดสินใจยื่นใบลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีเป็นคนล่าสุด โดยมอบหมายให้เลขานุการส่วนตัวเดินทางมายื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล หลังจากเป็นประธานในพิธีลงนามความร่วมมือว่าด้วยการจัดจ้างแรงงานไทยไปทำงานชั่วคราวด้านการเกษตรในอิสราเอลเมื่อเวลา 15.00 น. เป็นงานสุดท้ายก่อนลาออกจากตำแหน่ง เมื่อผู้สื่อข่าวโทรศัพท์สอบถามไปยัง ม.ร.ว.จัตุมงคล ได้บอกว่า กำลังออกมากินข้าว และยอมรับว่าได้ลาออกจริง โดยได้มอบให้เลขานุการส่วนตัวยื่นหนังสือลาออกต่อเลขาธิการนายกฯ เมื่อเวลา 17.00 น. เมื่อถามถึงเหตุผลการลาออก เพราะก่อนหน้านี้ยืนยันว่าไม่ออก เพราะจะมีปรับ ครม. ม.ร.ว.จัตุมงคล บอกเพียงว่า “ผมลาออกตามนั้นจริง แต่ไม่ได้ระบุเหตุผลอะไร”

ปชป.ยังไม่ปรับ “กัลยา” รอดนัดเลี้ยง ส.ส.

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคประชาธิปัตย์ว่าในที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2563 ของพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวันที่ 19 ก.ค. กรรมการบริหารพรรคและ ส.ส.ไม่ได้หารือถึงกรณีการปรับ ครม.เนื่องจากคณะกรรมการบริหารพรรคส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่าไม่ควรขยับหรือปรับเปลี่ยน จะยิ่งสร้างปัญหาภายในพรรค คนถูกปรับออกจะไม่พอใจทำให้เกิดแรงกระเพื่อมเป็นคลื่นใต้น้ำระลอกใหม่ สร้างความขัดแย้งในพรรคไม่จบสิ้น ทั้งที่ปัญหาเก่ายังคาราคาซังกำลังแก้ไข แม้ก่อนหน้านี้มี ส.ส.ประเมินผลงานรัฐมนตรี มีคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.ศึกษาธิการ ถูกระบุว่าผลงานไม่โดดเด่นชัดเจน จนล่าสุดคุณหญิงกัลยาอาสาเป็นเจ้าภาพจัดเลี้ยงสังสรรค์พบปะพูดคุยระหว่างรัฐมนตรีกับกรรมการบริหาร ส.ส.และอดีต ส.ส.ประจำเดือน ก.ค.ส่งข้อความทางไลน์ว่าคุณหญิงกัลยาเชิญร่วมรับประทานอาหารเย็นวันอังคารที่ 21 ก.ค. ทำให้ ส.ส.ส่วนใหญ่ตีความว่าคุณหญิงกัลยามั่นใจจะไม่ถูกปรับออก

“จุติ” ทำใจคนรักคนชังไม่กังวลผลงาน

นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวถึงกรณีถูกพาดพิงเชิงลบว่า ปชป.เป็นต้นแบบระบอบประชาธิปไตย มีการตรวจสอบ 3 ขั้นตอนโดย ส.ส. ผู้บริหารและรัฐมนตรี ถ่วงดุลเข้มข้นไม่เหมือนใคร ไม่มีใครเป็นเจ้าของพรรค ทุกคนมีสิทธิให้ความคิดเห็น หัวหน้าพรรคให้พูดจนครบถ้วนกระบวนความ รัฐมนตรีต้องรับฟัง อะไรบกพร่องนำไปแก้ไข ที่ไม่ใช่ต้องชี้แจง ต้องทำใจเป็นนักการเมือง คนรักเท่าผืนหนังคนชังเท่าผืนเสื่อ อยู่การเมืองมานานเข้าใจ หากใครทนความร้อนความกดดันไม่ได้ต้องออกนอกวงการเมืองไป ถ้าอยากอยู่ต้องทนฟังคำติคำชม ส่วนตัวไม่มีอะไรติดค้าง หาเสียงโดนยิ่งกว่านี้ ไม่กังวลเรื่องผลงาน

“วราวุธ” โอเค ชทพ.โควตาเดิมไม่ขยับ

นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า พรรคชาติไทยพัฒนาไม่มีปัญหาพรรคเราโอเค เมื่อทุกอย่างเหมือนเดิม นายกฯยังไม่ได้ส่งสัญญาณการปรับ ครม.ให้ทราบ คงปรับเฉพาะในส่วนของนายกฯเองเท่านั้น โควตาใครโควตามัน แต่พรรคชาติไทยพัฒนาเหมือนเดิม

“บิ๊กแดง” เปลี่ยนใจงดจ้อหวั่นเรียกแขก

วันเดียวกัน ทีมประชาสัมพันธ์กองทัพบก (ทบ.) แจ้งสื่อมวลชนว่า พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. จะแถลงข่าวเวลา 10.30 น. ที่ห้อง 212-213 ภายในกองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถนนราชดำเนิน ในหลายประเด็น โดยเฉพาะเรื่องกลุ่มเยาวชนปลดแอก-Free YOUTH และกลุ่มสหภาพนักเรียนนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.) ชุมนุมเมื่อวันที่ 18 ก.ค. ที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนินกลาง พร้อมยื่น 3 ข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลยุบสภาฯ หยุดคุกคามประชาชนและร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ต่อมา พล.อ.อภิรัชต์ได้สั่งการ พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก และ พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก ร่วมกันแถลงข่าวภายหลังการประชุมศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก (ศปก.ทบ.) เพื่อติดตามสถานการณ์ประจำวันแทน เพราะคาดว่าหาก พล.อ.อภิรัชต์ออกมาแถลงหรือให้สัมภาษณ์เกรงว่าจะยิ่งปลุกกระแสม็อบที่จะมาชุมนุมหน้า บก.ทบ.เพิ่มขึ้น

“วินธัย” แจง “ผู้พันเจี๊ยบ” โพสต์ส่วนตัว

พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก ทบ.กล่าวถึงกรณีการแสดงความเห็นในเฟซบุ๊ก “Nusra Vorapatratorn” ของ พ.อ.หญิงนุสรา วรภัทราทร (ผู้พัน เจี๊ยบ) นายทหารประจำกรมยุทธการ ทบ. อดีตรองโฆษก ทบ.ว่า เป็นลักษณะส่วนบุคคลในฐานะประชาชน ปัจจุบันไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่รองโฆษก ทบ.แล้ว เนื้อหาที่โพสต์แม้อาจไม่เข้าข่ายผิดกฎหมายหรือสร้างความเสียหายให้สังคมหรือประเทศชาติ แต่อาจทำให้บางบุคคลบางกลุ่มไม่สบายใจ โดยเฉพาะการพยายามนำไปเชื่อมโยงกับตัวองค์กรหน่วยงานซึ่งเจ้าตัวได้ลบโพสต์ไปแล้ว เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกบางบุคคลนำไปใช้ขยายผลในแง่มุมต่างๆ รวมถึงไม่ต้องการให้มีการโพสต์ข้อความ ภาพสุ่มเสี่ยงทำผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ในเฟซบุ๊กส่วนตัว จึงให้สังคมพิจารณาข้อเท็จจริงว่าเป็นการแสดงความคิดเห็นส่วนบุคคล อย่าเชื่อมโยงประเด็นนี้กับองค์กร เนื่องจากระยะหลังพบว่ามีบางกลุ่มบางบุคคลพยายามแสดงความเห็นต่อกองทัพบก รวมถึงผู้บังคับบัญชาในลักษณะเชิงอคติและไม่เป็นธรรม ขอให้สังคมได้ใช้วิจารณญาณในการบริโภคข่าวสารมากขึ้น

ทบ.ล่อฟ้าซื้อเครื่องบินวีไอพี 1.3 พันล้าน

รายงานข่าวจากกรมการขนส่งทหารบก (ขส.ทบ.) กองทัพบกถึงกรณีโลกโซเชียลมีเดียเผยแพร่เอกสารของกรมการขนส่งทหารบก กองทัพบก เรื่องโครงการจัดซื้อเครื่องบินใช้งานทั่วไปขนาดกลางพร้อมติดตั้งอุปกรณ์มาตรฐาน จำนวน 1 เครื่อง งบประมาณ 1,348.5 ล้านบาท ตามแผนการจัดซื้อ จัดจ้างประจำปีงบฯปี 2563 ว่า เป็นการจัดซื้อจัดจ้างโครงการเครื่องบินใช้งานทั่วไปขนาดกลาง อยู่ในแผนงบฯปี 2563 แต่เนื่องจากติดปัญหาจากการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ทำให้ต้องชะลอการจัดซื้อออกไป จนต้องมีการเสนอในงบฯปี 2564 แทน ทั้งนี้ เป็นความจำเป็นในการจัดหายุทโธปกรณ์ สำหรับภารกิจโดยสารของผู้บังคับบัญชาและบุคคลสำคัญวีไอพี เพื่อทดแทนเครื่องบินแบบใบพัด Beechcraft 1900yf ที่กำลังจะปลดประจำการ หลังมีอายุการใช้งานมากกว่า 30 ปี และบริษัทที่ผลิตเครื่องบินแบบใบพัดแจ้งว่าจะหยุดสายการผลิต ไม่มีอะไหล่ใหม่ ทำให้ ทบ.ต้องจัดซื้อมาเพื่อทดแทน โดยผ่านขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมการ เป็นเครื่องจากบริษัท Gulfstream Aerospace ถือเป็นผู้ผลิตเครื่องบิน Gulfstream G500 โดยตรงที่ผลิตเครื่องขนาดเดียวกันกับเครื่องจะปลดประจำการ มีลักษณะคล้ายเครื่องบินแอมแบร์ ทบ. และเป็นเครื่องไอพ่น คาดว่าจะใช้เวลาจัดซื้อประมาณ 1 ปี

สนท.บุกประท้วงหยามม็อบมุ้งมิ้ง

เมื่อเวลา 16.30 น. ที่บริเวณด้านหน้ากองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถนนราชดำเนิน กลุ่มเยาวชนปลดแอก-FreeYOUTH และกลุ่มสนท.นำโดยนายปิยรัฐ จงเทพ (โตโต้) อดีตผู้สมัคร ส.ส.กาฬสินธุ์ อดีตพรรคอนาคตใหม่ นายอานนท์ นำภา ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน นายภาณุพงษ์ จาดนอก (ไมค์) เยาวชนตะวันออกเพื่อประชาธิปไตยและนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ (เพนกวิน) รวมตัวทำกิจกรรมตั้งเวทีปราศรัยประท้วงกรณีที่ พ.อ.หญิง นุสรา วรภัทราทร นายทหารประจำกรมยุทธการทหารบก อดีตรองโฆษกกองทัพบก โพสต์เฟซบุ๊กพาดพิงถึงชุมนุมเป็นม็อบมุ้งมิ้ง รวมถึงการใช้งบฯ ทบ.จัดซื้อเครื่องบินวีไอพี และใช้กฎหมายคุกคามประชาชน มีมวลชนส่วนหนึ่ง ชูกล้วยและป้ายข้อความว่า “หยุดซื้อเรือ เครื่องบิน เพื่อปากท้องประชาชน” “ทหารคือรั้ว อย่ามั่วเป็นเจ้าของบ้าน” “ทหารมีไว้ทำไม” โดยมีตำรวจ สน.นางเลิ้งมาอ่านประกาศ ข้อกำหนด และโทษตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ร.บ.ควบคุมโรค และ พ.ร.บ.การจราจร ผ่านรถเครื่องขยายเสียงให้ฟัง แต่กลุ่มผู้ชุมนุมไม่สนใจ

จากนั้นนายภาณุพงษ์ขึ้นกล่าวปราศรัยว่า ม็อบเราไม่ใช่ม็อบมุ้งมิ้ง เวลาทำกิจกรรมจะมีเจ้าหน้าที่แต่งกายคล้ายทหารไปหาที่บ้าน ถ่ายรูปครอบครัว ขอเบอร์โทรคนที่บ้าน คุกคามประชาชนหรือไม่ ขอให้ช่วยแยกแยะอำนาจกับสิทธิเสรีภาพประชาชนด้วย ผู้นำควรรับฟังเสียงประชาชน ทั้งผู้เห็นด้วยและผู้เห็นต่าง

“เพนกวิน” เอาคืนฉีกรูป “อภิรัชต์”

กระทั่งเวลา 18.30 น. นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน ได้ขึ้นเวทีปราศรัยโจมตีกองทัพบก และ พล.อ.อภิรัชต์ อย่างต่อเนื่อง โดยตอนท้ายได้ระบุว่าเมื่อมาถึงกองทัพบกต้องมีอะไรพิเศษ พร้อมนำภาพถ่ายของ พล.อ.อภิรัชต์ สวมเครื่องแบบสีเขียวเต็มยศมาฉีก ท่ามกลางผู้มาร่วมรับฟังการปราศรัยประมาณ 30 คน

กลุ่ม “นวชีวิน” อดข้าวประท้วง รบ.

ขณะที่เวลา 13.00 น. ที่บริเวณป้ายรถเมล์หน้าสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ถนนพิษณุโลก ข้างทำเนียบรัฐบาล กลุ่มแนวร่วมนวชีวิน New Life Network นำโดยนายภูมิวัฒน์ แดงกสิวิทย์ เดินทางมารวมตัวทำกิจกรรมอดข้าวประท้วงรัฐบาล มีนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข นักเคลื่อน ไหวทางการเมือง มาให้กำลังใจ นายภูมิวัฒน์อ่านแถลงการณ์ว่า พวกเรากำลังจะอดตายนับแต่ พล.อ.ประยุทธ์และคณะทำรัฐประหาร สถานการณ์ปากท้องสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ขอยื่นข้อเสนอ 1.รัฐบาลต้องแก้ไขปัญหาปากท้องและสวัสดิการทันที 2.ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องมีมาตรการช่วยเหลือผู้ตกงาน และ 3.ให้ทบทวนและตรวจสอบการบริหาร ของรัฐบาลโดยให้ภาคประชาชนและฝ่ายต่อต้านรัฐบาลเข้ามีส่วนร่วม ถ้าทำไม่ได้ก็ออกไป ต่อมานายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วย รมต.ประจำสำนักนายกฯ เชิญแกนนำไปเจรจาจนพอใจระดับหนึ่ง จึงย้ายไปปักหลักบริเวณถนนพระราม 5 ริมคลองผดุงกรุงเกษม ฝั่งศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ นอนพักค้าง 1 คืนรอยื่นข้อเรียกร้องให้นายกฯ วันที่ 21 ก.ค.

“ธนาธร” ปัดไม่ได้อยู่เบื้องหลังจ้างม็อบ นศ.

ที่รัฐสภา นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า กล่าวยืนยันว่าไม่ได้อยู่เบื้องหลังการชุมนุมของกลุ่มปลดแอก ไม่เคยให้เงินเป็นค่าจ้างกลุ่มแกนนำ เชื่อว่าไม่ได้รับอามิสสินจ้างจากใครด้วย แต่เป็นการเคลื่อนไหวเพื่อต้องการให้ประเทศเดินไปข้างหน้า ไม่ขอต่อล้อต่อเถียงกับ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ที่ท้าสาบาน ส่วนตำรวจเตรียมดำเนินคดีกลุ่มผู้ชุมนุมฐานฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินและละเมิดสถาบัน ขอเรียกร้องให้ประชาชนร่วมกันปกป้องกลุ่มผู้ชุมนุมที่ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตย สิ่งที่เขาทำเพื่ออนาคตของประเทศ หากไม่ปกป้อง จะไม่มีใครออกมาต่อสู้แทนประชาชนได้ ถือเป็นกลุ่มบุคคลที่กล้าหาญ การข่มขู่ว่าจะดำเนินคดีเป็นกลยุทธ์ของฝ่ายรัฐบาลเพื่อให้กลุ่มผู้ชุมนุมกลัว ไม่กล้าจะวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล ลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชน การที่คนของคณะก้าวหน้าและพรรคก้าวไกลออกไปร่วมชุมนุมด้วยไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะคนของอดีตพรรคอนาคตใหม่ต่างเรียกร้องให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ เมื่อมีการออกมาเคลื่อนไหวเรื่องนี้พวกเราพร้อมจะร่วมสนับสนุน

เตือนหันหน้าดับวิกฤติก่อนสูญเสียหนัก

“การชุมนุมของกลุ่มนักศึกษาในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า วันนี้ถึงเวลาแล้วที่ทุกฝ่ายต้องหันหน้า เข้าหากัน เพราะถึงจุดที่จะใกล้เกิดวิกฤติการเมืองแล้ว หากปล่อยให้เกิดขึ้นจะรุนแรงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมามาก ยังพอมีเวลาเหลืออยู่ที่จะยับยั้งวิกฤตินี้ได้ เพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสียของประชาชนอีก อย่ารอให้เกิดการบาดเจ็บล้มตายขึ้นมาก่อนแล้วค่อยหันหน้าพูดคุยกัน ข้อเสนอนี้ไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นทางออกเดียวของสังคมไทย เพื่อหาข้อตกลงใหม่เป็นที่ยอมรับร่วมกัน” นายธนาธรกล่าว

“วิโรจน์” อัด ทบ.ถลุงงบฯ ทั้งที่ ปท.วิกฤติ

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีมีข่าวกรมการขนส่งทหารบกเผยแพร่ประกาศแผนการจัดซื้อเครื่องบินใช้งานทั่วไปขนาดกลาง พร้อมติดตั้งอุปกรณ์มาตรฐาน 1 ลำ ลงวันที่ 10 ก.ค.63 ลงนามโดย พล.ต.อภิชาติ ปัตตะนุ เจ้ากรมการขนส่งทหารบก ว่า โครงการมีมูลค่าสูงถึง 1,348.5 ล้านบาท คาดว่าจะประกาศจัดซื้อจัดจ้างในเดือน ส.ค.63 พิจารณาประกาศราคากลาง พบว่า ทบ.ได้สอบราคาจากบริษัท Gulfstream Aerospace กำหนดราคากลางอยู่ที่ 43.5 ล้านเหรียญฯ หรือ 1,348.5 ล้านบาท ตรงกับ วงเงินงบประมาณ เชื่อว่ามีแนวโน้มที่จะซื้อเครื่องบิน VIP Gulfstream G500 ใช้เพื่อวัตถุประสงค์การโดยสารของนายทหารระดับผู้บังคับบัญชาและแขก VIP แม้จะให้เหตุผลว่าได้ตัดโอนงบฯไปแล้ว 8,894.95 ล้านบาท และจัดซื้อครั้งนี้ใช้งบฯ ปี 63 ที่ตั้งเอาไว้แล้ว แต่การอ้างว่าเป็นงบฯ เดิมและที่ผ่านมาโอนงบฯ ไปเยอะแล้ว ไม่ใช่เหตุผลของกองทัพที่สังคมจะยอมรับได้ในการใช้จ่ายภาษีประชาชน สุรุ่ยสุร่าย ในสภาวะที่เศรษฐกิจตกต่ำ ปากท้องประชาชนกำลังลำบาก

จี้หยุดซื้อฉะต้องมีสามัญสำนึกต่อ ปชช.

นายวิโรจน์กล่าวอีกว่า ที่สำคัญที่สุดเครื่องบิน VIP ไม่ใช่ยุทโธปกรณ์ที่จะถูกนำไปใช้งานในพื้นที่ยุทธบริเวณสนับสนุนภารกิจ หรือเพื่อลดความเสี่ยงในการปฏิบัติหน้าที่ของทหารในพื้นที่สู้รบ แต่เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นายทหารระดับสูง ไม่มีความจำเป็นที่ต้องซื้อเลย ทั้งที่ประชาชนกำลังลำบาก พ่อค้าแม่ขายกำลังตกทุกข์ได้ยาก ขณะที่เมื่อวันที่ 15 ก.ค. กับกรณีที่รัฐบาลละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ปล่อยปละละเลย จนมีกรณีทหารอียิปต์ที่ตรวจพบเชื้อโควิด-19 ออกมาปะปนกับชาวระยอง จนทำให้ธุรกิจท่องเที่ยวใน จ.ระยอง ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ยกเลิกการจองห้องพักสูงถึง 90% จนส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจเป็นวงกว้างใน จ.ระยอง แต่นอกจากการขอโทษแบบขอไปทีจากนายกฯแล้ว ยังไม่มีการแสดงความรับผิดชอบอย่างเป็นรูปธรรม ไม่มีความสำนึกผิด ไม่คิดจะชดเชยเยียวยาใดๆให้กับประชาชนผู้ได้รับผลกระทบเลย พรรคก้าวไกลจึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลและกองทัพบก จงมีสำนึกรับผิดชอบต่อประชาชน ตระหนักถึงความรู้สึกผิดชอบชั่วดี มีสามัญสำนึกที่มีกาลเทศะ คำนึงถึงความทุกข์ยากประชาชนที่เป็นเจ้าของเงินแผ่นดิน ยุติการจัดซื้อเครื่องบิน VIP โดยทันที

ส.ว.ตั้งกระทู้ห่วงม็อบ นศ.บานปลาย

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมวุฒิสภา มี พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุม โดยนายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา ตั้งกระทู้ถามนายกฯ ถึงการชุมนุมของกลุ่มเยาวชนปลดแอกและกลุ่ม สนท.ว่าประชาชนไม่สบายใจ 15 ปีที่ผ่านมาเราเผชิญการชุมนุมมายาวนาน รัฐบาลมั่นใจการจัดการกับการชุมนุมที่จะเกิดขึ้นต่อเนื่องจากนี้ไปอย่างไร นายกฯมีแนวทางแก้ปัญหาระยะสั้นและระยะยาวอย่างไร เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่าบ้านเมืองจะไม่กลับไปเป็นเหมือนก่อนปี 2557 ในการชุมนุมยังมีป้ายต่างๆที่ไม่เกี่ยวกับข้อเรียกร้องการชุมนุม แต่สร้างความกระทบกระเทือน จิตใจต่อประชาชน ค่อนข้างอันตราย อาจมีการชุมนุมของผู้ชุมนุมที่มีความเห็นอีกอย่างหนึ่งออกมาได้น่าเป็นห่วง สุ่มเสี่ยงอย่างยิ่ง

“ชัยชาญ” ห้ามละเมิดสถาบันเด็ดขาด

ด้าน พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม ชี้แจงแทนนายกฯว่า นายกฯห่วงใยสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและห่วงใยผู้ชุมนุมด้วย ปัจจุบันมีการระบาดของโควิด-19 รัฐบาลมอบแนวทางให้เจ้าหน้าที่ดูแล เพื่อให้สงบเรียบร้อย ให้เจ้าหน้าที่อดทนอดกลั้นชี้แจงข้อกฎหมาย สร้างความเข้าใจร่วมกันว่าตรงไหนปฏิบัติได้หรือไม่ได้ ส่วนการชุมนุมต่อเนื่องแต่ละพื้นที่จากนี้ไป มอบให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติไปทบทวนและกำหนดมาตรการดูแลผู้ชุมนุมให้เหมาะสม ไม่กระทบความสงบเรียบร้อยและสิทธิเสรีภาพประชาชน ข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมรัฐบาลรับฟัง ข้อ 1.ให้ยุบสภา อยู่ที่นายกฯจะพิจารณา 2. การคุกคามต่างๆในกรณีใดก็ตาม รัฐบาลให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมาย ไม่ได้ข่มขู่คุกคามใดๆ 3.การแก้รัฐธรรมนูญ รัฐบาลมีแนวทางอยู่ มีคณะ กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 อยู่แล้ว สำหรับเนื้อหาการชุมนุมที่ไม่เกี่ยวข้องกับข้อเสนอ เสรีภาพการชุมนุมเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานประชาชน แต่การใช้สิทธิเสรีภาพต้องไม่ละเมิดสิทธิเสรีภาพคนอื่น ต้องอยู่ในกรอบกฎหมาย ไม่มีนัยแอบแฝง ไม่ละเมิดสถาบันเด็ดขาด

ถกชุดใหญ่เอาผิดม็อบปลดแอก

ที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บก.สส.บช.น.) พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร.ได้เรียกประชุมคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน จากกรณีการชุมนุมของเยาวชนปลดแอกขับไล่รัฐบาลเมื่อวันที่ 18 ก.ค. โดยมี พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบช.น. หัวหน้าคณะพนักงานสืบสวน พล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท้วม รอง ผบช.น.หัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน พล.ต.ต. สันติ ชัยนิรามัย ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.สำเริง สวนทอง ผบก.น.1 พล.ต.ต.เมธี รักพันธุ์ ผบก.น.6 ชุดสืบสวน กก.สส. บก.น.1 และ กก.สส.บก.น.6 ฝ่ายสืบสวน สน.สำราญราษฎร์ สน.ชนะสงคราม สน.นางเลิ้ง และตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมเพื่อพิจารณาว่าจะเข้าข่ายความผิดใด หลังการหารือ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ยังไม่สามารถระบุหรือชี้ชัดว่าเข้าข่ายความผิดใดแต่จะอยู่ภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ และ พ.ร.บ.การจราจรทางบก

“เสรี” ยื่น กกต.ฟัน “ธรรมนัส”-ยุบ พปชร.

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พล.ต.ท.จุตติ ธรรมโนวานิช สมาชิกพรรคเสรีรวมไทยรับมอบอำนาจจาก พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทยเข้ายื่นคำร้องต่อ กกต. ขอให้ตรวจสอบกรณี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ ใช้ตำแหน่งหน้าที่ราชการช่วยนายวัฒนา สิทธิวัง ผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐให้ชนะการเลือกตั้ง ส.ส.เขต 4 ลำปาง และขอให้เสนอศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคพลังประชารัฐ โดยพล.ต.ท.จุตติกล่าวว่า ได้ร่วมทีมหาเสียงของพรรคลงตรวจสอบทุจริตเลือกตั้ง ส.ส.เขต 4 ลำปาง ตั้งแต่ก่อนวันเลือกตั้ง ได้รับข้อมูลจากประชาชนว่ามีการซื้อเสียง 300-500 บาท จนได้ข้อมูลและยื่นร้องเรียนไว้ที่ กกต.จ.ลำปาง ส่วนคดีอาญาได้แจ้งความไว้ที่สภ.อ.เสริมงาม และ อ.เถิน แต่กรณี ร.อ.ธรรมนัส พบว่ามีการใช้ช่วงเวลาเสาร์-อาทิตย์ หลังมี พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้งลงพื้นที่ตรวจราชการโดยอ้างภัยแล้ง เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ของรัฐหลายหน่วยงานเข้าร่วม ทั้งที่ จ.ลำปางไม่ใช่พื้นที่ 29 จังหวัด ที่รัฐบาลประกาศเป็นเขตภัยแล้ง

สัญญาว่าจะให้อ่อย 12 โครงการแก้ภัยแล้ง

พล.ต.ท.จุตติกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. มาช่วยเก็บข้อมูลและพบว่า ร.อ.ธรรมนัสมีการเสนอโครงการแก้ภัยแล้งใน จ.ลำปางถึง 12 โครงการ ส่วนพรรคก็รวบรวมข้อมูลที่หลักๆจะปรากฏในสื่อออนไลน์ซึ่งมีข้อมูลตรงกันว่าร.อ.ธรรมนัสมีการสัญญาว่าจะให้โดยระบุว่า หากเลือกผู้สมัครหมายเลข 1 ของพรรคพลังประชารัฐจะสนับสนุนโครงการนั้นนี้ เข้าข่ายเจ้าหน้าที่ของรัฐใช้ตำแหน่งหน้าที่ช่วยเหลือผู้สมัคร และสัญญาว่าจะให้เป็นความผิดตามกฎหมายเลือกตั้ง จึงขอให้ กกต.ดำเนินคดีกับ ร.อ.ธรรมนัส และเสนอศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคพลังประชารัฐ ตัดสิทธิคณะกรรมการบริหารพรรค

กมธ.งบฯ ป่วน “ชาดา” ชงนับองค์ประชุมล่ม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะ กมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 มีนายวราเทพ รัตนากร รองประธาน กมธ.งบฯ ปี 64 คนที่ 3 เป็นประธานพิจารณาการจัดสรรงบฯ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ต่อมาเวลา 16.10 น. นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะโฆษก กมธ.งบฯ 2564 แถลงว่า ต้องมาแถลงด่วน เมื่อเวลา 15.30 น.ได้เกิดสิ่งไม่คาดคิดเกิดขึ้น กมธ.ฝ่ายรัฐบาล โดยนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย รองประธาน กมธ. คนที่ 12 เดินเข้ามาเสนอให้นับองค์ประชุม โดยไม่ทราบเหตุผลมาก่อน จนประธานที่ประชุมต้องสั่งพักประชุมทันทีให้พูดคุยปัญหาที่เกิดขึ้น เมื่อกลับมาประชุมต่อเวลา 15.45 น. นายชาดายังยืนยันเสนอนับองค์ประชุมตามเดิม กมธ.ซีกรัฐบาลทั้งประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทยและฝ่ายค้านเดินออกจากห้องประชุมไป เหลือเพียงพรรคพลังประชารัฐ สุดท้ายนับองค์ประชุมมีเพียง 19 เสียง ถือว่าไม่ครบถึง 1 ใน 3 ของ 72 เสียง ประธานจึงต้องสั่งปิดประชุมเวลา 16.00 น. และนัดประชุมใหม่วันที่ 21 ก.ค. เวลา 09.00 น.

ฉุนคน พปชร.จ้องกินรวบ 7 อนุ กมธ.งบฯ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ที่ปรึกษา กมธ.สัดส่วนพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กมธ.ไม่มีการพูดคุยอะไรกันเลย โดยเฉพาะนายวราเทพ ประธานที่ประชุม ตัดสินใจอะไรไม่ได้เลยต้องฟังเสียงจากคนข้างนอก เคยเป็น กมธ.งบฯ มาหลายคณะไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทุกพรรคเห็นด้วยกับการวางกรอบที่ชัดเจน ยกเว้นพรรคพลังประชารัฐ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนที่องค์ประชุมจะล่มปรากฏว่า กมธ.ซีกรัฐบาล อาทิ พรรคภูมิใจไทยประชาธิปัตย์ รวมทั้ง ส.ส.ฝ่ายค้าน นำโดยพรรคเพื่อไทย ก้าวไกล เสรีรวมไทย พากันยืนอยู่หน้าห้องไม่เข้าร่วมประชุม สาเหตุที่ทำให้องค์ประชุมล่ม และนายชาดาเสนอนับองค์ประชุม เนื่องจากพรรคร่วมรัฐบาลไม่พอใจแนวทางการทำงานของ กมธ.พรรคพลังประชารัฐ ที่ไม่มีความชัดเจน กมธ.พรรคพลังประชารัฐบางคนผิดข้อตกลง ต้องการนั่งประธานอนุ กมธ.งบฯ 7 คณะทั้งหมด จนพรรคร่วมรัฐบาลเอง รวมถึงฝ่ายค้านต่างไม่พอใจ

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวหน้า1ไพบูลย์ นิติตะวันสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจประยุทธ์ จันทร์โอชาสันติ พร้อมพัฒน์ประวิตร วงษ์สุวรรณข่าววันนี้

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 13 พฤษภาคม 2564 เวลา 00:10 น.