ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    ธนาธรโผล่นั่ง กมธ.งบประมาณ ปี 64

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์5 ก.ค. 2563 05:25 น.
    SHARE

    เจ้าตัวขอลุย ไม่มี กม.ห้าม คณะก้าวหน้าจัดทัพพร้อมเขย่าท้องถิ่น

    ฝ่ายค้านขยี้ต่อร่าง พ.ร.บ. งบฯ ปี 64 “สมคิด” ดันเสียงข้างน้อย ไล่หั่นงบฯเกินความจำเป็นในชั้น กมธ. เตือน “บิ๊กตู่” ต้องระวังคำพูดข่มขู่กลางสภาฯ “วิสาร” เหน็บพี่น้อง 3 ป.เคยชินแต่ชี้นิ้วสั่ง “ก้าวไกล” ส่ง “ธนาธร” นั่งร่วมวง กมธ.งบฯ “เสี่ยเอก” แจงไม่มีกฎหมายห้าม ทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลใช้งบฯให้คุ้มค่า พปชร.ระอุอีก “ก๊วนเฮียกวง” เอาคืน “ก๊กบิ๊กป้อม” “สันติ” โพสต์เฉ่ง คนเนรคุณหักหลังเพื่อน จวกยับจิตใจต่ำตม สันดานต่ำทราม “สนธิรัตน์” ไปลำปางดันโรงไฟฟ้าชุมชนลั่นไม่เสียสมาธิกับเรื่องการเมือง “คณะก้าวหน้า” อบรมจัดทัพว่าที่ผู้สมัคร อบจ. 17 จังหวัด “ธนาธร” กร้าวเขย่าการเมืองท้องถิ่น เดิมพันสำคัญต่อสู้กับเผด็จการ

    จากกรณีร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 ผ่านการพิจารณาของที่ประชุมสภาฯในวาระแรกไปอย่างราบรื่น โดยพรรคฝ่ายค้านได้อภิปรายติติงว่าเป็นการจัดงบประมาณที่ไม่ตอบโจทย์การแก้ปัญหาของประเทศชาติและประชาชน สมาชิกฝ่ายค้าน โดยกรรมาธิการเสียงข้างน้อยในคณะ กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 2564 จึงเตรียมเสนอให้ปรับลดงบฯในหลายหน่วยงานที่ยังสูงเกินความจำเป็นในชั้น กมธ.ต่อไป

    “สมคิด” ฉะงบฯ ปี 64 ไม่ตอบสนอง ปชช.

    เมื่อวันที่ 4 ก.ค. นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 ให้สัมภาษณ์ถึงภาพรวมร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 64 ว่า งบประมาณปีนี้ไม่แตกต่างจากงบฯปี 63 ที่ได้รับการจัดทำโดยระบบราชการ ไปผูกมัดกับยุทธศาสตร์ชาติตามรัฐธรรมนูญ ทำให้ยากต่อการตอบสนองความต้องการของประชาชนโดยรวม และร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้จัดทำก่อนการแพร่ระบาดของโควิด ไม่ได้แก้ไขให้เข้ากับสถานการณ์ ในฐานะ กมธ.จะไปดูรายละเอียดตรงไหนแก้ไขให้เป็นประโยชน์ต่อประชาชนได้ คณะ กมธ.เสียงข้างน้อยจะเสนอต่อคณะ กมธ. เช่น งบฯกลาง 4 หมื่นกว่าล้านควรไปอยู่ที่กระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้เขานำมาแก้ปัญหาโรคระบาดได้ตรงจุด งบฯกระทรวงกลาโหมที่สูงเกินความจำเป็น บางโครงการผูกพันงบฯถึง 6 ปี โดยไม่ตอบสนองต่อการพัฒนาเศรษฐกิจเลย นอกจากนี้ยังมีงบฯของอีกหลายหน่วยงานที่ต้องแก้ไขและปรับลด ในวาระ1 ส.ส.ฝ่ายค้านแสดงความคิดเห็นมามาก จะนำไปสะท้อนในชั้น กมธ.ให้ครบถ้วน หวังว่าในคณะ กมธ.จะรับฟังเสียงของประชาชน

    เตือนผู้นำต้องระมัดระวังคำพูด

    นายสมคิดกล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม กล่าวชี้แจงการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 64 มีเนื้อหาตอนหนึ่งในทำนองข่มขู่ว่า “ใครทำผิดต้องถูกลงโทษ ผมสั่งเขาไม่ได้หรือถ้าสั่งได้คงไม่เป็นแบบนี้ แต่ผมไม่ได้สั่ง ระวังตัวกันบ้างก็แล้วกัน กฎหมายมีผลบังคับใช้กับทุกคน” ว่าบางประโยคนายกฯไม่พูดออกมาก็ได้ เพราะสร้างความไม่สบายใจให้แก่ผู้รับฟัง เช่น “ระวังตัวกันบ้างก็แล้วกัน” คำพูดเช่นนี้จะเป็นความเข้าใจผิดให้แก่ผู้ปฏิบัติงาน พอนายกฯสั่งให้ระวังตัวก็แล้วกัน เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานจะไปจับจ้องกลุ่มคนที่คิดต่างจากรัฐบาล นายกฯควรระมัดระวังคำพูดให้มากกว่านี้ เพราะไม่มีใครเข้าใจเจตนาที่แท้จริงของนายกฯได้ และประชาชนจะไม่สบายใจต่อคำพูดที่หลุดจากปากนายกฯ

    เหน็บพี่น้อง 3 ป.เคยชินแต่ชี้นิ้วสั่ง

    นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตอนแรกที่นายกฯพูดเป็นการพูดด้วยอารมณ์จากก้นบึ้ง แต่พอได้สตินึกขึ้นได้ก็ออกมาขอโทษ ซึ่งไม่ใช่ขอโทษ ส.ส. แต่เป็นการขอโทษคนทั้งประเทศที่รับฟังการอภิปราย ถือเป็นเรื่องดีที่กล้าขอโทษแสดงความเป็นสุภาพบุรุษออกมา จากเดิมพี่น้องกลุ่ม 3 ป. เป็นทหารมาตลอด เคยชินแต่กับการออกคำสั่ง แต่เมื่อรู้ตัวไม่อยู่ในระบบเผด็จการต้องเคารพกติกา ถือเป็นชีวิตวิถีใหม่ของนายกฯที่ปรับตัวเข้ากับระบบประชาธิปไตย การยอมรับกติกาเช่นนี้ถือว่าเป็นเรื่องดีที่ผู้นำยอมรับฟังมากยิ่งขึ้น เช่น การแก้ปัญหาโควิด พล.อ.ประยุทธ์จะล้อมรอบไปด้วยแพทย์ที่กลัวการแพร่ระบาดมากกว่าเรื่องปากท้อง ไม่ค่อยได้รับฟังมุมมองของ ส.ส. ตัวแทนประชาชน ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลก็ไม่กล้าพูดมาในสภาฯ ส.ส.ฝ่ายค้านได้สะท้อนข้อเท็จจริงที่ได้รับจากประชาชนมา หาก พล.อ.ประยุทธ์รับฟังโดยไม่มีอคติ จะเป็นความหวังว่าจะแก้ปัญหาปากท้องให้ดีขึ้นได้ ปัญหาเศรษฐกิจอาจไม่ถึงกับดีขึ้นทันตา แต่พอมีความหวังให้ประคับประคองประเทศออกจากไอซียูได้ เรื่องนี้เมื่อตนพูดไป ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลก็มาให้กำลังใจ เพราะเขาต่างรู้ดีว่าไม่มีใครกล้าพูดกับนายกฯเหมือน ส.ส.ฝ่ายค้าน

    พท.อีสานไม่พอใจจัด กมธ.ซ้ำซ้อน

    ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทยว่า ก่อนการโหวตลงคะแนนร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 เมื่อคืนวันที่ 3 ก.ค. วิปพรรคเพื่อไทยได้มาแจ้งสมาชิกพรรคให้โหวตไม่เห็นด้วย ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในกลุ่ม ส.ส.ภาคอีสานว่าปกติแล้วในวาระหนึ่ง พรรคฝ่ายค้านจะโหวตงดออกเสียง แต่ครั้งนี้วิปพรรคเพื่อไทยไม่ได้หารือกับสมาชิกพรรคก่อน แต่กลับไปตกลงในที่ประชุมวิปฝ่ายค้านให้โหวตไม่เห็นด้วยแล้วค่อยมาแจ้งสมาชิก ทำให้เกิดความไม่พอใจแก่สมาชิก แต่ก็ยอมโหวตตามมติ นอกจากนี้การตั้ง กมธ.วิสามัญครั้งนี้ ส.ส.ภาคอีสานหลายคนไม่พอใจการจัดสรร เพราะตามโควตาภาคอีสานได้ 5 ที่นั่ง บางพื้นที่ตกลงกันไม่ได้จนต้องจับสลากทำให้คนมีประสบการณ์ไม่ได้เข้าไปทำหน้าที่ แต่ ส.ส.สมัยแรกกลับได้รับตำแหน่งใน กมธ.งบฯ ส่วนโควตากลางของพรรคก็ตั้งซ้ำซ้อนให้จังหวัดที่มี ส.ส.ได้ตำแหน่งไปแล้ว เช่น จ.อุบลราชธานีและขอนแก่น

    นัดแสดงพลังส่งซิกผู้บริหารพรรค

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดังนั้นสัปดาห์หน้า ส.ส.อีสานกลุ่มหนึ่งจากหลายจังหวัด อาทิ จ.ศรีสะเกษ กาฬสินธุ์ อุดรธานี ที่ไม่พอใจการทำงานของผู้บริหารพรรค จะนัดหารือกันเพื่อแสดงท่าทีให้แกนนำพรรคให้รับฟังเสียง ส.ส.ในพื้นที่มากขึ้น และจะเฝ้าจับตาการตั้งอนุ กมธ.ว่าจะกระจายอย่างทั่วถึงหรือไม่

    “ธนาธร” มีชื่อโผล่ร่วม กมธ.งบฯปี 64

    ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า เมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 3 ก.ค. เวลาประมาณ 23.45 น. ภายหลังที่ประชุมสภาฯ มีมติรับหลักการร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 ในวาระแรกไปด้วยคะแนนเสียงเห็นด้วย 273 เสียง ไม่เห็นด้วย 200 เสียง งดออกเสียง 3 เสียง ต่อมาได้มีการตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 2564 จำนวน 72 คน ที่น่าสนใจปรากฏว่ามีชื่อนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ร่วมเป็น กมธ.ในสัดส่วนพรรคก้าวไกลด้วย โดยที่ประชุมกำหนดเวลาแปรญัตติ ภายใน 30 วัน จากนั้นนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ แจ้งว่า กมธ.วิสามัญดังกล่าวจะประชุมนัดแรกในวันที่ 8 ก.ค. เวลา 14.00 น. สรุปว่าที่ประชุมใช้เวลาพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นี้วาระแรก ตลอด 3 วัน ประมาณ 47 ชั่วโมง

    ขอทำหน้าที่เพื่อทำประโยชน์ของ ปชช.

    นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีรายชื่อเป็นคณะ กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2564 ว่า ยืนยันว่าการเข้าไปเป็นกรรมาธิการงบประมาณ จะทำงานให้เต็มที่สมกับที่ได้รับการแต่งตั้งจากสภาฯเข้าไปตรวจสอบการใช้งบประมาณของฝ่ายบริหาร เสนอแนะแนวทางการใช้งบประมาณให้เป็นประโยชน์ต่อประชาชนให้ดีที่สุด เพื่อตรวจสอบการทำงานและเสนอแนะการใช้งบประมาณให้มีประโยชน์สูงสุด เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้ที่เคยลาออกจากการทำหน้าที่เป็น กมธ.พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 2563 และตัดพ้อตอนนั้นว่าพวกเขาไม่อยากให้ทำงานในสภาฯ นายธนาธรกล่าวว่า เป็นบริบทของปีที่แล้วระหว่างการทำหน้าที่มีการตัดสิทธิ จึงลาออกจากกรรมาธิการตอนนั้น

    ไม่มี ก.ม.ห้าม สิทธิพลเมืองยังมีอยู่

    เมื่อถามถึงกรณีที่มีการโจมตีว่าถูกตัดสิทธิการเมือง แต่ยังทำงานการเมืองท้องถิ่นและเป็นกรรมาธิการงบฯ นายธนาธรกล่าวว่า เวลาเราพูดถึงการ ตัดสิทธิทางการเมือง กรรมการบริหารพรรคเราถูกตัดสิทธิ ลงสมัครรับเลือกตั้งไม่ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าสิทธิความเป็นพลเมืองของเราจะถูกตัดออกไป ดังนั้นการเป็น กมธ.งบประมาณ และการทำงานการเมืองท้องถิ่นเป็นสิทธิ ไม่มีกฎหมายข้อใดห้าม

    “คึก” โอ่ 20 ปชป.สมราคานิติบัญญัติ

    นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์กล่าวถึงการประชุมสภาฯ เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 ว่า ภาพรวมทุกอย่างได้ผ่านไปด้วยดี บรรยากาศการประชุมสร้างสรรค์ไร้เหตุประท้วงวุ่นวาย ต้องขอบคุณทุกฝ่ายที่ร่วมมือเป็นอย่างดี ทำให้สถาบันนิติบัญญัติเรียกความเชื่อมั่นจากประชาชนได้ ภาพลักษณ์การทำงานของสภาฯ ดีขึ้นในสายตาประชาชน พิสูจน์ให้เห็นว่าสภาฯ ชุดนี้ มีคุณภาพไม่น้อยกว่าชุดใดและยังเป็นที่คาดหวังของประชาชนได้ พรรคประชาธิปัตย์มีผู้อภิปรายรวม 20 คน มีนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรังเป็นหัวหน้าทีม ได้ทำหน้าที่สะท้อนปัญหาประชาชนครบถ้วน ถือเป็นความสำเร็จในการทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติของพรรคอีกครั้งหนึ่ง

    แนะประชุมสภาฯแค่ 4 ทุ่ม ปชช.จะได้ฟัง

    นายเทพไทกล่าวต่อว่า การประชุมสภาฯที่กำหนด 3 วัน คือวันแรกประชุมจนถึงเวลา 24.35 น. วันที่ 2 เลิก 01.39 น. และวันที่ 3 ลงมติและเลิกประชุม 23.30 น. ถือเป็นการประชุมมาราธอน ใช้เวลาจนดึกมากไม่เป็นผลดีกับทุกฝ่าย ทำให้การทำงานขาดประสิทธิภาพ ง่วงเมื่อยล้า ประชาชนผู้สนใจติดตามการประชุมก็อดนอนหรือนอนหลับไป ไม่ก่อประโยชน์ใด ถ้าต้องการให้มีประสิทธิภาพและให้ประชาชนมีส่วนร่วมรับรู้ข้อมูลข่าวสารด้วยควรจะประชุมสภาฯ เลิกไม่เกินเวลา 21.00-22.00 น. แต่ถ้าหากต้องการให้การประชุมสภาฯ เป็นแค่พิธีกรรมให้ครบตามเวลาที่วิป 2 ฝ่ายตกลงต้องปฏิบัติแบบเดิมๆต่อไป จึงขอเสนอให้วิป 2 ฝ่ายทบทวนวิธีการประชุมสภาฯ ใหม่ ควรคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง จะใช้เวลาประชุมกันกี่วันก็ได้ แต่ควรเลิกประชุมไม่เกินเวลา 22.00 น. แม้ว่าจะมีปัญหาการเซ็นชื่อเข้าร่วมประชุมสภาฯ แต่ละวัน ถือเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของ ส.ส.ทุกคน ถ้ามีข้ออ้างเรื่องการเซ็นชื่อกลัวองค์ประชุมไม่ครบเป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น ต้องยึดผลประโยชน์ของส่วนรวมให้มากกว่าผลประโยชน์ส่วนตน

    “นิพนธ์” ขึ้นเหนือลุยงานตุนฐานเสียง

    ที่ จ.เพชรบูรณ์ นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช. มท.ในฐานะรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และประธาน กิจการสาขาพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมนายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ภาคเหนือ และกลุ่มอดีต ส.ส.แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ภาคเหนือร่วมประชุม เพื่อสนับสนุนการทำงานตามนโยบายพรรค ที่มีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เป็นหัวหน้าพรรค และนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เป็นเลขาธิการพรรค ตามนโยบายการเมืองวิถีใหม่ ไม่วิพากษ์วิจารณ์ใคร ทำแต่งาน โดยชูยุทธศาสตร์ ทำได้ไว ทำได้จริง เพื่อเร่งรัดการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน

    “สมเจตน์” เย้ยก้าวไกลใช้คนมีมลทิน

    พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม สมาชิก ส.ว. กล่าวว่า การเมืองไทยสิ้นไร้นักการเมืองดีๆแล้วหรือเนื่องจากพรรคก้าวไกลเสนอชื่อนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่ถูกยุบพรรคและตัดสิทธิทางการเมือง มาเป็นหนึ่งในคณะ กมธ.พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 2564 ไม่น่าเชื่อว่าพรรคก้าวไกลที่ชอบอ้างว่าเป็นพรรคการเมืองของคนรุ่นใหม่ มีแนวความคิดใหม่ๆ แต่ไร้ซึ่งจริยธรรม ไม่มีความละอาย ไปเสนอชื่อคนที่มีมลทินทางการเมือง เข้ามาทำงาน การเมือง ทำเสมือนการเมืองไทยสิ้นไร้ไม้ตอก หานักการเมืองดีๆมาทำงานการเมืองไม่ได้แล้ว ต้องไปขุดเอาคนที่มีมลทิน ถูกตัดสิทธิทางการเมืองมาทำงานการเมืองไม่ละอายทั้งคนที่เสนอชื่อและคนที่ถูกเสนอ แล้วเช่นนี้จะมาสร้างการเมืองใหม่ได้อย่างไร

    พปชร.ระอุไม่สน 2 ป.ออกแรงปราม

    ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ว่า ปัญหาความขัดแย้งภายในพรรคพลังประชารัฐ ยังคงมีออกมาอย่างต่อเนื่อง ภายหลังการปรับโครงสร้างคณะผู้บริหารพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี มาเป็นหัวหน้าพรรค นายอนุชา นาคาศัย ส.ส.ชัยนาท เป็นเลขาธิการพรรค ขณะที่คณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ชุดใหม่ เป็นคนเก่าเกือบทั้งหมด โดยโละทิ้งไม่มีชื่อกรรมการบริหารพรรค 8 คนจากทีม 4 กุมาร ของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ร่วมอยู่ใน กก.บห.ชุดใหม่

    เด็กก๊กป้อม–ก๊วนสมคิดซัดกันนัว

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การออกมาพูดจากระทบกระทั่งกันยังมีออกมาเป็นระยะ โดยสัปดาห์ก่อน ส.ส.กลุ่มสนับสนุน พล.อ.ประวิตร นำโดยนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ กรรมการบริหารพรรค ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ขับไล่นายสมคิด โดยระบุเหตุผลเพราะบริหารนโยบายเศรษฐกิจล้มเหลว แล้วยังเสนอให้ใช้โมเดลประเทศสิงคโปร์ยุบสภาฯ เพื่อให้ได้ทีมเศรษฐกิจมาแก้ปัญหาเศรษฐกิจ จนลูกพรรคไม่พอใจเพราะ เหมือนกับเป็นการเผาบ้านตัวเอง ขณะที่ ส.ส.ในสายของนายสมคิด ได้ออกมาตอบโต้บ้าง โดยพุ่งเป้าไปที่ชื่อของนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และเหรัญญิกพรรคหรือโฆษกบิ๊กอาย ซึ่งช่วงแรกเคยอยู่ในสายของนายสมคิด แต่ต่อมาย้ายไปอยู่กับขั้ว พล.อ.ประวิตร และตกเป็นข่าวจะมาเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจพรรค พปชร. และแคนดิเดตลุ้นเก้าอี้รัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจ ตอกย้ำรอยร้าวในพรรคชัดเจนว่าไม่ได้สงบลง แม้นายกฯได้ปรามให้เบาๆแล้วก็ตาม

    “สันติ” ฉะ เนรคุณจิตใจต่ำตม

    วันเดียวกัน นายสันติ กีระนันทน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ อดีตกรรมการบริหารพรรค ในกลุ่ม 4 กุมาร ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “การศึกษาสูง ไม่สามารถยกระดับจิตใจที่ต่ำตมให้สูงขึ้น เช่นเดียวกับเสื้อผ้าอาภรณ์เครื่องสำอาง botox และ big eyes ไม่สามารถปกปิดสันดานต่ำทราม”และก่อนหน้านี้ นายสันติโพสต์ว่า “คนที่เนรคุณผู้มีพระคุณ คนที่หักหลังเพื่อน เพื่อสิ่งที่ตัวเองต้องการเป็นคนที่จะฝากความหวังไว้ได้หรือไม่ครับ”

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดทั้งวันผู้สื่อข่าวได้พยายามติดต่อนางนฤมล ทางโทรศัพท์ เพื่อขอสัมภาษณ์ถึงกรณีดังกล่าว แต่ไม่สามารถติดต่อได้

    “สนธิรัตน์” ไปลำปางลุยโรงไฟฟ้าชุมชน

    เมื่อเวลา 13.30 น. ที่วิสาหกิจชุมชนไผ่เพชรล้านนา ต.แม่สุก อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน ลงพื้นที่เยี่ยมชมโครงการผลผลิตจากไผ่เป็นชีวมวล สร้างเศรษฐกิจในชุมชน มีนายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ ผู้ริเริ่มก่อตั้งวิสาหกิจชุมชนไผ่เพชรล้านนา พร้อมประชาชนและผู้นำชุมชนในเขตพื้นที่ อ.แจ้ห่มกว่า 200 คนให้การต้อนรับ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานได้ขับเคลื่อนนโยบายโรงไฟฟ้าชุมชน เร่งรัดโครงการโรงไฟฟ้าชุมชน 700 เมกะวัตต์ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากมาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดการนำผลผลิตที่เหลือใช้คือเศษพืชจากการเกษตรมาใช้เป็นเชื้อเพลิงในโรงไฟฟ้าชีวมวล พื้นที่ อ.แจ้ห่มเหมาะสม แต่จะพร้อมเป็นพื้นที่ก่อตั้งโรงไฟฟ้าชุมชนนำร่องแห่งแรกของ จ.ลำปางหรือไม่ ขึ้นอยู่กับทุกฝ่ายช่วยกันสนับสนุนผลักดันให้เกิดขึ้นจริง เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่มีช่องทางรายได้จากเศษพืชที่เหลือใช้ในการเกษตร ขายให้โรงไฟฟ้าสะอาดชีวมวล และช่วยลดปัญหาฝุ่นควันและไฟป่าเนื่องจากการลุกลามที่เกิดจากการเผาพืชไร่อีกทางหนึ่งด้วย และยังมีโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนของเอกชนที่ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ จะเข้าไปดูวันที่ 5 ก.ค.

    ไม่เสียสมาธิกับเรื่องการเมือง

    นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาความขัดแย้งในพรรค พปชร.รู้สึกน้อยใจหรือคิดจะลาออกบ้างหรือไม่ว่า เรื่องการเมืองก็คือเรื่องการเมือง เรื่องงานคือเรื่องงาน จะนำมาปนกันไม่ได้ ทุกอย่างต้องเดินหน้าต่อไป ต้องทำงานให้หนักขึ้น ในภาวะอย่างนี้ต้องอย่าเสียสมาธิกับเรื่องการเมือง หน้าที่เราคือการทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด จะขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงพลังงานในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจให้ได้มากที่สุด นั่นคือการนำเรื่องของพลังงานสร้างชาติเข้าสู่ ครม. เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาหวังจะเน้นให้กระทรวงพลังงานมีบทบาทในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในเชิงรุกไม่ใช่ตั้งรับแต่เพียงอย่างเดียว

    คนไทยจะสวดมนต์ให้ “บิ๊กตู่” แก้วิกฤติ

    นายนพดล กรรณิกา ผอ.สำนักวิจัยซุปเปอร์โพล นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง “ทำบุญสวดมนต์ให้กำลังใจบิ๊กตู่” จากประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวน 1,332 ตัวอย่าง โดยเมื่อถามถึงเหตุปัจจัยของวิกฤติเศรษฐกิจประเทศและเงินในกระเป๋าของประชาชนที่ไม่พอใช้ พบว่าส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 82.4 ระบุโรคโควิด-19 เกิดทั่วโลกร้อยละ 17.6 ระบุปัจจัยอื่นๆ เช่น นักการเมืองมัวแต่ทะเลาะกัน การแก้ปัญหาของรัฐบาลและประชาชนทำตัวเอง เป็นต้น ทั้งนี้ผลประเมินภาพรวมการแก้ปัญหาผลกระทบของโควิด-19 โดยรัฐบาล พบว่าร้อยละ 54.5 ระบุรัฐบาลแก้ปัญหาได้ดีค่อนข้างมากถึงดีเยี่ยม ร้อยละ 45.5 ระบุค่อนข้างน้อยถึงไม่ดีเลย ที่น่าสนใจร้อยละ 57.1 ตั้งใจจะทำบุญสวดมนต์ให้กำลังใจบิ๊กตู่ ในวันอาสาฬหบูชานี้ ให้แก้ปัญหาวิกฤติต่างๆของประเทศผ่านพ้นไปได้อย่างดี ขณะที่ร้อยละ 42.9 ระบุไม่ทำ

    ยุผู้นำปิดทางพวกซื้อเสียงถอนตัวคืน

    นายนพดลกล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม เสียงของประชาชนส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 73.9 ระบุ นายกรัฐมนตรีควรรักษาคนดีไว้ข้างกายทำงานต่อเนื่อง ในขณะที่ร้อยละ 26.1 ระบุ ปล่อยให้มันเป็นไป และที่น่าพิจารณาคือ เสียงของประชาชนส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 92.9 เห็นด้วยถึงเห็นด้วยอย่างยิ่งที่นายก-รัฐมนตรีควรใช้โอกาสนี้ขจัดนักการเมืองที่จ่ายเงินซื้อเสียงเข้ามา หมดเนื้อหมดตัวไปเลย อย่าให้โอกาสพวกเขาถอนทุนคืน

    “คณะก้าวหน้า” อบรมว่าที่ผู้สมัคร อบจ.

    อีกเรื่อง เมื่อเวลา 10.00 น. ที่อาคารไทยซัมมิท คณะก้าวหน้า จัดอบรมว่าที่ผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นที่จะมีขึ้นในอนาคต โดยมีทีมผู้สมัคร อบจ. 17 จังหวัดเข้าร่วม ทั้งนี้ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า กล่าวเปิดการอบรมตอนหนึ่งว่า เรื่องการเลือกตั้งท้องถิ่น เราตั้งใจไว้แล้วตั้งแต่เมื่อครั้งเป็นพรรคอนาคตใหม่ ถ้าไม่ถูกยุบไปเสียก่อนส่งแน่นอน แต่เมื่อถูกยุบจึงแยกออกเป็น 2 ส่วน คือ พรรคก้าวไกล ที่ ส.ส.ทำงานในสภาผู้แทนราษฎร กับคณะก้าวหน้า ที่กรรมการบริหารที่ถูกตัดสิทธิทางการเมืองทุกคนยังอยู่ครบและทำงานกันต่อ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1.งานรณรงค์ปักธงทางความคิด เช่น แก้รัฐธรรมนูญ ทลายทุนผูกขาด ยุติรัฐราชการรวมศูนย์ เป็นต้น 2.งานการเลือกตั้ง ท้องถิ่น นี่เป็นครั้งแรกที่เราจะส่งลงแข่งขันจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) 7,800 องค์กร เป้าหมายของเราในการส่งครั้งนี้คือส่งมากกว่าครึ่ง นั่นคือ 4,000 แห่งทั่วประเทศในทุกระดับ

    ลั่นเดิมพันสำคัญสู้รัฐเผด็จการ

    นายธนาธรกล่าวอีกว่า การเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งนี้มีความสำคัญหลายประการ ได้แก่ 1.เป็นการเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งแรกอย่างน้อยในรอบ 7 ปี ในยุคสมัยที่ผู้คนต้องการความเปลี่ยนแปลง ต้องการเห็นสิ่งใหม่ๆ นี่คือโอกาสดีที่เราจะได้เสนอคนใหม่ นโยบายใหม่และรูปแบบการทำงานแบบใหม่ให้กับท้องถิ่น 2. เป็นการต่อสู้กับเผด็จการ เพราะหลังยึดอำนาจเมื่อปี 2557 คสช.ได้ดึงอำนาจกลับเข้าสู่ส่วนกลางหมด ไม่ว่าจะเป็นการปลดนายกท้องถิ่น แต่งตั้งข้าราชการส่วนกลาง หรือแม้แต่ให้ทหารไปร่วมจัดสรรงบประมาณ 4.เป็นการยุติรัฐราชการรวมศูนย์ เพื่อให้ท้องถิ่นมีอำนาจ มีงบประมาณอย่างแท้จริง เราจะผนึกกำลังกันอย่างเป็นเอกภาพเพื่อทวงคืนอำนาจให้ท้องถิ่นได้ดูแลจัดการทรัพยากรและกำหนดอนาคตตัวเอง และ 5.นี่คือการเดิมพันครั้งสำคัญของประเทศ เราต้องการรวมคนที่ต้องการเปลี่ยนแปลงบ้านเกิดตนเองมาทำงานด้วยกัน ที่ผ่านมาไม่เคยมีใครส่งเลือกตั้งท้องถิ่นในแคมเปญเดียวกันแบบนี้ โดยเราจะส่งผู้สมัครลง อปท. 4,000 แห่ง ภายใต้ชื่อเดียวกัน อุดมการณ์เดียวกัน กรอบนโยบายแบบเดียวกัน ทำให้ประชาชนตื่นตัว เห็นความสำคัญ เพราะท้องถิ่นถ้าทำให้ดี อย่างมีคุณภาพ เราจะเปลี่ยน แปลงประเทศไทยได้ อีกทั้งการเมืองท้องถิ่นเป็นสิ่งที่ยึดโยงกับประชาชน ตอบโจทย์คนท้องถิ่นอย่างแท้จริง

    เขย่าสนามท้องถิ่นปลุกความหวัง ปชช.

    นายธนาธรกล่าวด้วยว่า วันนี้คณะก้าวหน้าพร้อมจะเขย่าการเมืองท้องถิ่น เพื่อปลุกความหวังของผู้คน เพื่อปลดปล่อยศักยภาพของท้องถิ่น อยากฝากไปถึงประชาชนทุกคนว่าถ้าที่ผ่านมาท่านเลือกอนาคตใหม่แต่กลับได้อนาคตเก่า ดังนั้น นี่จะเป็นอีกครั้งที่จะแสดงพลัง ส่งเสียงตัวเองว่าประเทศต้องการอะไร ผ่านการเลือกตั้งท้องถิ่นที่เป็นฐานที่มั่นสุดท้ายของประชาชนที่อยากเห็นความเปลี่ยน แปลง และ 2.สำหรับผู้สนใจอยากร่วมสร้างความเปลี่ยนแปลง อยากพัฒนาบ้านเกิด หากท่านมีความมุ่งมั่น พร้อมปลดปล่อยศักยภาพของตัวเองและท้องถิ่นของตัวเอง คณะก้าวหน้าเปิดกว้าง เราเปิดรับสมัครผู้มาร่วมเป็นตัวแทนลงเลือกตั้งท้องถิ่นในนามคณะก้าวหน้าด้วยกัน

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวหน้า1ธนาธรพ.ร.บ.งบประมาณ 2553ฝ่ายค้านประยุทธ์ จันทร์โอชาพี่น้อง 3 ป.ข่าววันนี้ข่าวทั่วไป

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน 2563 เวลา 04:37 น.