ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    กล้าได้กล้าเสีย : เมื่อหมูไม่กลัวน้ำร้อน

    สายล่อฟ้า3 มิ.ย. 2563 05:01 น.
    SHARE

    เหตุใน พลังประชารัฐ

    ไม่ง่ายอย่างที่คิด...

    ระหว่างที่สภามีการอภิปรายว่าด้วย พ.ร.ก.กู้เงินนั้นกลับมีความเคลื่อนไหวทางการเมืองซ้อนขึ้นมา

    น่าสนใจกว่า น่าลุ้นกว่า

    ก็ปัญหาความขัดแย้งในพรรคพลังประชารัฐซึ่งเป็นแกนนำรัฐบาลที่ค้ำจุนเก้าอี้นายกฯให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

    ว่าไปแล้วท่วงทำนองในการก่อเกิดของพรรคนี้เพราะเหตุใด มีความเป็นไปอย่างไรคงทราบกันดีอยู่แล้ว

    จนกระทั่งกุมเสียง ส.ส.ได้เป็นรัฐบาลด้วยเสียงข้างมาก แต่ก็เป็นได้แค่เพียงรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำเรียกว่าเผลอเป็นเสร็จแน่

    แต่ก็เอาตัวรอดมาจนได้ยิ่งเปิดปฏิบัติ “แจกกล้วย” สำเร็จทำให้มีเสียงข้างมากจนทำให้เสถียรภาพมีความมั่นคงอยู่ได้สบายๆ

    หากไม่เกิดการแย่งชิงอำนาจภายในไม่ต่างกับ “อำนาจบังตา” จนเป็นเหตุให้เกิดความแตกแยกที่ยังคาดการณ์ไม่ได้จะมีจุดจบอย่างไร

    เมื่อมีความต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงเรียกร้องให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จากประธานยุทธศาสตร์พรรคไปสู่เก้าอี้หัวหน้าพรรคพ่วงด้วยการเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีกันใหม่

    “4 กุมาร” คือเป้าหมาย?

    นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคและทีมงานบุกเบิกภายใต้เสื้อคลุม “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์”

    ร่องรอยที่เกิดขึ้นนั้นมีมาเป็นระยะๆแต่เพราะเงื่อนไข “โควิด-19” ซึ่งเป็นอุปสรรคที่ทำอะไรได้ไม่เต็มที่

    แต่คาดการณ์กันว่าหลังไวรัสเบาบางลงจะต้องเกิดเหตุใหญ่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เพราะความขัดแย้งนั้นกินลึกมีการแสดงตัวตน อย่างชัดเจน

    ทั้ง “ขุน” ทั้ง “เบี้ย” เปิดหน้าสู้กันแล้ว

    จนกระทั่ง พล.อ.ประวิตรประกาศชัดเจนว่าจะต้องมีการปรับ ครม.ก็เท่ากับส่งสัญญาณว่าจะเดินหน้าไปสู่เป้าหมายที่ยากจะปฏิเสธ

    ด้วยประเมินว่ามีความเหนือกว่าอีกฝ่ายหนึ่งอย่างชัดเจนด้วยเสียงในมือที่มากกว่าแม้ในส่วนของกรรมการบริหารพรรคที่สูสีกันแต่สุดท้ายก็ไม่น่าพลาด

    ยิ่งความรู้สึกที่ว่าใครเป็น “เจ้าของเงิน” คือ “เจ้าของคอก” อีกด้วย

    ทว่าด้วยความหลากหลายในพลังประชารัฐมีหลายกลุ่มหลายก๊กด้วยผลประโยชน์ในตำแหน่งแห่งหนถึงที่สุดจึงไม่ใช่เรื่องที่ยอมกันได้ง่ายๆ

    ฝ่ายที่มีแต้มต่อน้อยกว่าจึงต้องพยายามดิ้นสู้ด้วยการสะสมผู้สนับสนุนให้ได้มากที่สุดจึงได้เป็นบรรดานักการเมืองอย่างน้อยๆก็ 60 คน ที่จับมือกันเพื่อต่อต้านการเปลี่ยนแปลง

    เป็นการสั่งสมกำลังอย่างที่อีกฝ่ายคาดไม่ถึงว่าจะเจอแบบนี้

    แม้จะไม่ถือว่ามีแต้มต่อที่เหนือกว่าแต่ก็พอที่จะทำให้อีกฝ่ายต้องคิดหนักไม่น้อยแสดงถึงการไม่ยอมจำนน

    หากประเมินสถานการณ์ในศึกแย่งชิงกันใหญ่ในพลังประชารัฐ แล้วทางหนึ่งก็คือการเพิ่มอำนาจต่อรองไม่ใช่จะมาเขี่ยทิ้งกันได้ง่ายๆ

    อย่างน้อยก็ต้องตั้งโต๊ะเจรจาเพื่อหาทางออกไม่ให้เสียหน้าเสียตากันมากนักเพราะต้องไม่ลืมว่าตัวเลข 60 คนนั้นล้วนมีความหมาย

    อันหมายถึงความล่มสลายของพลังประชารัฐและรัฐบาลได้.

    “สายล่อฟ้า”

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    กล้าได้กล้าเสียสายล่อฟ้าพ.ร.ก. เงินกู้พรรคพลังประชารัฐหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐปรับ ครม.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้