ส.ส.พปชร.รับ-โดดประชุม ‘ชวน’ สั่งเลขาสภาสอบด่วน ชี้ชะตายุบ-ไม่ยุบอนค.วันนี้“นิพิฏฐ์” ทิ้งระเบิดใส่รัฐบาล แฉยิบ “ฉลอง” ส.ส.พัทลุง ค่าย ภท. ปล่อยเสียบบัตรแทนกัน ตัวไปอยู่พื้นที่แต่ดันโหวตผ่านร่าง พ.ร.บ.งบฯ 63 ขู่อาจ ถึงขั้นเป็นโมฆะ ยกศาล รธน.เคยมีคำวินิจฉัยคว่ำ พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านมาแล้ว “ฉลอง” อ้อมแอ้มรับทำจริง อ้างเฉยทำมาแล้วหลายครั้ง จนท.พาลจะซวยไปด้วย “ชวน” เต้นสั่งเลขาสภาฯสอบด่วน ปธ.วิป รบ.รีบโบ้ยกำชับกวดขันมาตลอด พท.จี้ประธานสภาฯฟันอย่ายั้งมือ “บิ๊กตู่” หอบ ครม.ลงสัญจรนราธิวาส ยกสาวๆต้องสวยด้วยปัญญาและสมอง หยอกเด็กใครอยากเป็นนายกฯเอาเก้าอี้ไปเลย คุยฟุ้งความหวังอยู่ที่รัฐบาลนี้ ปัดภาระปม “เอ๋-มนัส” ให้ พปชร. “วิรัช” โลกสวยแค่กระเซ้าเย้าแหย่กัน ฝ่ายค้านยื่น ป.ป.ช.เอาผิดนายกฯ 3 ประเด็นไม่เกี่ยวซักฟอก แกนนำ อนค.-ส.ส.ลุ้นระทึกวันชี้ชะตาคดีอิลลูมินาติ แอมเนสตีออกแถลงการณ์จี้รัฐไทยใช้ ก.ม.ข่มขู่ศึกภายในยังคงรุมเร้ารัฐบาลต่อเนื่อง ล่าสุดเกิดปัญหาขบเหลี่ยมในพรรคร่วมรัฐบาล เมื่อนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาแฉว่านายฉลอง เทอดวีระพงศ์ ส.ส.พัทลุง พรรคภูมิใจไทย ปล่อยให้มีการกดบัตรแทนกัน ระหว่างพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563“บิ๊กตู่” หอบ ครม.สัญจรลงนราฯเมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 20 ม.ค. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม นำคณะรัฐมนตรี (ครม.) ลงพื้นที่ตรวจราชการและประชุม ครม. สัญจรที่ จ.นราธิวาส วันที่ 20-21 ม.ค. ทันทีที่ไปถึงนายกฯนำคณะเข้าสักการะศาลเจ้าแม่โต๊ะโมะ เทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส มี ส.ส.พลังประชารัฐ 22 คนมารอต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า อธิษฐานขอพรให้ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข ปลอดภัย คิดหวังสิ่งใดขอสำเร็จทุกอย่าง จากนั้นจึงเดินพบปะกับตัวแทนสมาคมชาวไทยเชื้อสายจีน 4 สมาคม ได้แก่ สมาคมฮกเกี้ยน สมาคมแต้จิ๋ว สมาคมแคระ สมาคมไหหลำ และสมาคมอิสลามสุไหงโก-ลก โดยนายกฯขอให้ร่วมมือกันเดินหน้าพัฒนาประเทศ ขณะที่สมาคมศาลเจ้าแม่โต๊ะโมะมอบเหรียญเจ้าแม่โต๊ะโมะ รุ่น 1 ปี 2515 เป็นที่ระลึก และนายกฯหยิบมาคล้องคอทันที ขณะที่นายกฯใช้รถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีดำ กันกระสุน ทะเบียน กฉ 4212 ยะลา ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ขู่ใครกดราคายาง-ปาล์มโดนต่อมา พล.อ.ประยุทธ์และคณะ ร่วมติดตามความก้าวหน้าการพัฒนาจังหวัด โดยนายกฯกล่าวทักทายสวัสดีเป็นภาษามาลายู “อัสสลามุอะลัยกุม” พร้อมกล่าวว่า หากเราได้อยู่ต่อเราจะทำให้ต่อเนื่องไป นี่คือความยั่งยืน ขณะที่ภาคใต้งบฯแบ่งเป็น 2 ส่วน คืองบฯความมั่นคง และงบฯพัฒนา ที่ต้องใช้งบฯมากพอสมควร ต้องปรับการทำงานให้สอดคล้องกับความต้องการในพื้นที่ ต้องกระจายงบไม่ใช่ให้เป็นก้อนใหญ่ ถือว่าทุกคนเป็นครอบครัวเดียวกันไม่ว่าจะนับถือศาสนาใด เชื้อชาติใด ล้วนเป็นคนไทยทั้งสิ้น นี่คือแผ่นดินไทยจะแบ่งแยกไม่ได้ ต้องร่วมมือกันแก้ปัญหาของพวกเราเอง อย่าไปเอาต่างประเทศมาช่วยแก้ คนยังขัดแย้งไม่เข้าใจกันทางความคิดต้องพยายามทำให้เข้าใจมากขึ้น ส่วนเรื่องราคายางพารา ปาล์ม ใครซื้อกดราคาโดนหมด ต้องโปร่งใส พร้อมถามผู้ร่วมมางานว่า “ใครรักผม ให้ยกมือขึ้น” ซึ่งส่วนใหญ่ยกมือ สวยด้วยศักยภาพ-สติปัญญานายกฯกล่าวอีกว่า ตอนนี้หลายคนสนใจเรื่องความสวยงามกันเยอะ แต่สวยงามแล้วต้องมีสติปัญญา มีสมอง เขาถามอะไรต้องตอบได้ เวลาไปสมัครงานจะไปยิ้มอย่างเดียวไม่ได้ เข้าใจใช่ไหม ส่วนใหญ่คนไม่สวยก็มีสมอง คนสวยก็มีสมอง นั่งกันอยู่ตรงนี้ทุกคนก็สวยและมีสมอง และขอให้เข้าใจว่าที่ตนพูดไปนั้นไม่ได้ว่าใคร เดี๋ยวจะหาว่าไปละเมิดสิทธิคนอื่นเข้าอีก ที่พูดเพราะอยากกระตุ้นตัวเอง ต้องใช้ศักยภาพตัวเอง ทั้งนี้ นายกฯยังคงพูดย้ำเรื่องความสวยอีกครั้ง ระหว่างพบกับนักเรียนที่โรงเรียนนราธิวาส ต.โคกเคียน อ.เมืองนราธิวาสว่า “ขอให้ทุกคนสวยอย่างเป็นธรรมชาติ คนจะงามงามน้ำใจใช่ใบหน้า คนจะสวยสวยจรรยา ใช่ตาหวาน คนจะแก่แก่ความรู้ ใช่อยู่นาน คนจะรวยรวยสุนทานใช่บ้านโต”ไม่โกหกตั้งใจแก้ปัญหาจริงๆจากนั้นนายกฯเดินทางไปยังวัดประชุมชลธารา อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส เข้ากราบนมัสการพระเทพวิสุทธิ์ เจ้าอาวาสวัดประชุมชลธารา เจ้าคณะจังหวัดนราธิวาส พร้อมถวายผ้าไตรจีวรและเครื่องไทยธรรม นายกฯกล่าวว่า ดีใจที่สถานการณ์ในพื้นที่ดีขึ้นในทุกมิติ รัฐบาลกำลังเร่งพัฒนาแก้ปัญหาในหลายๆเรื่องให้ประชาชนทุกพื้นที่ โดยเฉพาะปัญหาที่ดินทำกิน ทั้งนี้ นายกฯได้มอบโฉนดที่ดิน 16 ไร่ที่ชาวบ้านร่วมกันบริจาคให้เป็นที่ดินธรณีสงฆ์ นำไปใช้ประโยชน์ จากนั้นพบปะประชาชนชาวไทยพุทธ และชาวไทยมุสลิมที่มาต้อนรับ พร้อมกล่าวว่า ชื่นชมที่อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข รัฐบาลพร้อมดูแลแก้ไขปัญหาให้ประชาชนทั้งประเทศ ควบคู่การขับเคลื่อนอัตลักษณ์ท้องถิ่นมากขึ้น ยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ยืนยันรัฐบาลตั้งใจแก้ไขปัญหา ไม่ได้พูดโกหก อยากให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้นใครอยากเป็นนายกฯเอาไปเลยช่วงบ่าย ที่โรงเรียนนราธิวาส พล.อ.ประยุทธ์พบปะนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายที่ร่วมโครงการ “รินน้ำใจสู่พี่น้องชาวใต้” เป็นโครงการเตรียมความพร้อมให้นักเรียนชั้น ม.6 ได้รับการแนะแนวศึกษา ต่อในระดับอุดมศึกษา โดยติวเตอร์ที่มีชื่อเสียง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนเป็นครูทหาร วันนี้เป็นครูรัฐบาล เราต้องรู้จะเดินหน้าประเทศอย่างไร ต้องมีวิสัยทัศน์ 5-20 ปีข้างหน้า ให้ทันการเปลี่ยนแปลงของโลกไปสู่ยุค 4.0 ต้องปลูกจิตสำนึกในสถานศึกษา ให้ได้ เราคือผ้าขาวบริสุทธิ์ ใครมาพูดให้เกลียดคนโน้นคนนี้ หรือการเมืองมาปลุกปั่น ต้องดูเพื่อประโยชน์ของใคร โดยมีช่วงหนึ่งได้สอบถามเด็กนักเรียนว่า อยากเป็นอะไร มีบางคนตอบว่าตำรวจ ขณะที่บางคนตอบว่า อยากเป็นนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์รีบกล่าวว่า ใครอยากเป็นนายกฯยกมือ ซึ่งเด็กยกมือเกือบทั้งห้องประชุม พล.อ.ประยุทธ์บอกว่า “เอาไปเลยๆ ใครพร้อมมาเอาเลย ใครเจอแบบนายกฯ จะรู้ ตอนวันเด็กมีเด็กมานั่งเก้าอี้นายกฯ เด็กก็ตอบว่า ไม่อยากเป็นนายกฯเพราะงานเยอะ ก็ไม่เป็นไร เป็นเรื่องอนาคต” คุยฟุ้งความหวังอยู่ที่รัฐบาลนี้พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า วันนี้พรรคร่วมรัฐบาลมี 19 พรรค อยู่ภายใต้การบริหารงานของ พล.อ.ประยุทธ์ น่ารักทุกคนไม่มีปัญหา ฉะนั้น เอารัฐบาลนี้ก่อนเพราะความหวังอยู่ที่รัฐบาลนี้ อย่าเพิ่งไปหวังรัฐบาลหน้า “ตอนนี้เชื่อฉันก่อน อย่าหลงไปเชื่อใคร ลุงไม่ได้ไปบังคับหรือขู่เข็ญใคร ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน แต่ยิ่งพูดไป ทำไป คนที่ จะเดือดร้อนคือตัวลุงเอง แต่ก็ยอมเพราะชีวิตนี้พลีเพื่อแผ่นดิน รัฐธรรมนูญเขียนไว้ว่า ประชาชนทุกคนต้องรู้กฎหมาย และต้องไม่ละเมิดคนอื่น แม้มีการรวมตัวกันก็ต้องไม่กีดขวางการจราจร ถ้าทำในเขตเมืองจะทำให้คนจำนวนมากเดือดร้อน ขอให้ทุกคนช่วยกันทำให้บ้านเมืองสงบ แล้วจะเดินหน้ากันต่อไปได้”ย้ำเด็ก “จะช่วยเขาหรือช่วยเรา”พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่าพร้อมถามเด็กนักเรียนว่า “เขาจะเปิดการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลชุดนี้ มีใครอยากให้กำลังใจลุงไหม” แต่ปรากฏว่าไม่มีเด็กคนไหนยกมือ พล.อ.ประยุทธ์เลยต้องกล่าวย้ำว่า “เขาจะเปิดอภิปราย ไม่ไว้วางใจ ไล่นายกฯ” เด็กในห้องประชุมจึงร้อง “อ้อ” นายกฯยิ้ม ก่อนถามอีกว่า “จะช่วยเขาหรือจะ ช่วยเรา วันนี้ไม่ได้พูดเรื่องการเมือง แต่เป็นเรื่องความรักส่วนตัว ระหว่างเรา คนชอบพอกัน พูดให้เห็นหัวใจของลุง ลุงมีสี่ห้องหัวใจ แต่ข้างในมีชั้นเยอะ เพราะมีปัญหารุมเร้า” ก่อนจะพูดกับเด็กนักเรียนอีกว่า “อย่าลืมสัญญาที่บอกว่าจะดูแลกัน ตนจะดูแลประชาชน และขอให้ทุกคนช่วยกันรักประเทศชาติของเรา พร้อมกับอย่าลืมว่าเรามาจากไหน เราคือประเทศไทยที่มีความเป็นหนึ่งเดียว”ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนายกฯลงจากเวที ได้เดินทักทายพร้อมเซลฟี่อย่างเป็นกันเองท่ามกลางเสียงกรี๊ดของนักเรียนด้วยความตื่นเต้น พร้อมกับแจกลายเซ็น ขณะที่เด็กๆพร้อมใจกันร้องเพลงมาร์ชโรงเรียนนราธิวาสให้นายกฯ ก่อนกลับนายกฯยังทำมือสัญลักษณ์ไอเลิฟยูให้ด้วยลูกพรรคอวยนายกฯคนนี้สุดยอดด้านนายวัชระ ยาวอหะซัน ส.ส.นราธิวาส พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า การลงพื้นที่จัดประชุมครม.สัญจรครั้งนี้ถือเป็นเรื่องดีต่อประชาชน มีรัฐมนตรีกระจายลงไปรับฟังปัญหาและช่วยหาทางแก้ไข ที่ผ่านมาไม่เคยมีนายกฯคนไหนลงพื้นที่แล้วทำอะไรได้ชัดเจนแบบนี้ 5 ปีของรัฐบาล คสช. ทำอะไรให้พื้นที่ไว้มาก ทั้งถนนลาดยาง ถนนเลี่ยงเมือง ไฟส่องสว่าง ทำให้เกิดความปลอดภัย รวมถึงมาตรการส่งเสริมอาชีพต่างๆ ส่วนการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ชาวบ้านต่างพอใจโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายได้มาก ส่วนสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ลดลงถึง 80 เปอร์เซ็นต์ ต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่ ที่สำคัญคือกล้องวงจรปิดที่ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ“นิพิฏฐ์” แฉ ส.ส.กดบัตรแทนกันที่รัฐสภา นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีการเสียบบัตรแทนกันของ ส.ส. ว่า เมื่อวันที่ 10 ม.ค.ที่ผ่านมา ระหว่าง พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณร่ายจ่ายประจำปี 2563 ในวาระที่ 2 พิจารณารายมาตรา นายฉลอง เทอดวีระพงศ์ ส.ส.พัทลุง พรรคภูมิใจไทย ได้ขึ้นเครื่องบินเดินทางไปสนามบินหาดใหญ่เวลา 20.50 น. แต่ยังมีชื่อปรากฏว่าลงมติเห็นชอบในมาตรา 31 เมื่อเวลา 20.55 น. และร่วมลงมติตลอดจนถึงมาตรา 39 จนปิดประชุมไปในเวลา 01.07 น. และยังร่วมลงมติต่อเนื่องในวันที่ 11 ม.ค. ตั้งแต่เวลา 11.10 น. ตั้งแต่มาตรา 40 ไปจนถึงลงมติวาระที่ 3 เห็นชอบร่างทั้งฉบับในเวลา 17.32 น. และเห็นชอบกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการฯในเวลา 17.38 น. ทั้งที่มีหลักฐานปรากฏในเฟซบุ๊กว่าในวันเดียวกันนายฉลองลงพื้นที่เป็นประธานเปิดงานวันเด็กทั้งวัน ทั้งเทศบาลตำบลอ่างทอง อ.ศรีนครินทร์ และที่องค์การบริหารส่วนตำบลชะมวง อ.ควนขนุน จ.พัทลุง และขึ้นเครื่องจากสนามบินนครศรีธรรมราช มาลงที่สนามบินดอนเมือง ในเวลา 11.55 น. ของวันที่ 13 ม.ค. อาจส่งผล พ.ร.บ.งบฯ 63 เป็นโมฆะนายนิพิฏฐ์กล่าวต่อว่า เป็นไปไม่ได้ที่จะอ้างว่าลืมเสียบบัตรคาไว้กับเครื่องลงคะแนน แล้วมีคนไปกดแทน เนื่องจากไม่สามารถเก็บบัตรไว้ข้ามคืนได้ เพราะเจ้าหน้าที่สภาฯจะนำบัตรออกจากเครื่องลงคะแนน เพื่อรีเซ็ตระบบใหม่เตรียมรองรับการประชุมในวันถัดไป เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหมายความว่ามีเจตนาจงใจใช้บัตรแทนกัน นำบัตรของนายฉลองไปกดลงมติ ทั้งที่เจ้าตัวไม่อยู่ในห้องประชุม แต่ไม่รู้ว่าบุคคลใดเป็นผู้กระทำ อาจทำให้การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯ 63 ตั้งแต่มาตรา 31 ไม่ชอบด้วยกฎหมาย กรณีนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วสมัยนายอดิศร ทองธิราช อดีต ส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย กดบัตรแทนกันระหว่างการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม ขนส่งของประเทศ วงเงิน 2 ล้านล้านบาท เมื่อปี 2557 โดยศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัยให้การกระทำดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย และถือว่ามติของสภาผู้แทนราษฎรเป็นโมฆะ มีผลทำให้กระบวนการพิจารณาร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมายฉะ กกต.ห่วยคัดคนเข้าสภาฯนายนิพิฏฐ์กล่าวว่า ไม่ได้จงใจทำเรื่องนี้ให้ฝ่ายค้านนำไปขยายผล และกำลังหาทางคิดว่าจะแก้ไขอย่างไรให้ร่าง พ.ร.บ.งบฯไม่มีปัญหา เพราะพรรคประชาธิปัตย์อยู่ร่วมรัฐบาลด้วย แต่คิดไม่ออก เพราะศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัยไว้ชัดเจน นอกเสียจากประเด็นข้อเท็จจริงจะต่างออกไป อาจมีวิธีแก้ไข แต่พรรคภูมิใจไทยต้องให้ความร่วมมือด้วยจึงจะหาทางออกได้ เรื่องนี้จำเป็นต้องรีบทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย ตนทำเรื่องนี้ในฐานะส่วนตัวไม่เกี่ยวกับพรรค เมื่อถามย้ำว่าที่ออกมาพูดเรื่องนี้จะไม่ส่งผลต่อความสัมพันธ์ในการร่วมรัฐบาลหรือ นายนิพิฏฐ์ตอบว่า ตรวจสอบเฉพาะคน ส่วน ส.ส.คนอื่นเท่าที่รู้ก็มี แต่ไม่มีหลักฐาน หากสภาฯจะตรวจสอบและเรียกตนไปให้ข้อมูล ยินดีให้ความร่วมมือ ยืนยันว่าเอกสารทั้งหมดที่นำมาแถลงเป็นเอกสารเปิดเผยทั้งหมด สื่อสามารถตรวจสอบได้“บังซุป” บ่น ส.ส.ภท.ไม่รอบคอบ“กว่าจะได้เข้ามาได้มีการใช้เงินเยอะนะ แล้วเรื่องก็ยังค้างอยู่ที่ กกต. ที่ผมไปร้องว่ามีการทุจริตซื้อเสียง เหลือเรื่องนี้เรื่องเดียว ขอฝากถึง กกต.ด้วยว่าท่านกลั่นกรองคนเข้าสภาฯอย่างไร ให้คนแบบนี้มาทำหน้าที่อย่างนี้ในสภาฯ แล้วจะกระทบต่อประเทศ ชาติ” นายนิพิฏฐ์กล่าว เมื่อถามย้ำว่าเกรงหรือไม่ว่าฝ่ายค้านจะหยิบยกเรื่องนี้ไปโจมตีได้ นายนิพิฏฐ์ตอบว่า ไม่ได้คิดไปถึงขั้นนั้น แค่ทำหน้าที่ ส่วนใครจะเอาไปเป็นประโยชน์ก็ไปว่ากันต่อไป ในฐานะนักกฎหมายมองว่าเรื่องนี้มีทางออก 2-3 ทางที่สามารถทำได้ แต่พรรคภูมิใจไทยต้องให้ความร่วมมือผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างนายนิพิฏฐ์แถลงข่าว นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ยืนสังเกตการณ์อยู่พร้อมกล่าวชมว่านายนิพิฏฐ์กัดไม่ปล่อย และยอมรับว่านายฉลองอาจไม่รอบคอบ“ฉลอง” อ้อมแอ้มพูดไม่เต็มปากขณะที่นายฉลอง เทอดวีระพงศ์ ส.ส.พัทลุง พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ยอมรับว่าไม่ได้อยู่ในห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร บางช่วงของการลงมติร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ 63 ระหว่างวันที่ 10-11 ม.ค.จริง เนื่องจากญาติเสียชีวิต 5 ศพ จึงต้องไปจัดการเรื่องศพ และวันที่ 11 ม.ค. ต้องเดินทางไปร่วมงานวันเด็กที่ตำบลอ่างทอง อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง แต่ไม่ได้เอาบัตรลงคะแนนกลับมาจากสภาฯ ปกติจะวางไว้หรือเสียบค้างไว้ในห้องประชุม ตอนเย็นจะมีเจ้าหน้าที่มาเก็บ หลายครั้งที่ตนไปเอาบัตรคืนจากหน้าที่ ส่วนใครจะเสียบบัตรแทนหรือไม่ตนไม่ทราบ แต่ยืนยันว่าไม่ได้ฝากใคร หรือให้ใครเสียบบัตรกดลงคะแนนแทน พร้อมรับการตรวจสอบตามที่นายนิพิฏฐ์ออกมาเปิดเผย เพราะข้อเท็จจริงเป็นเช่นนั้น แต่ยืนยันว่าบริสุทธ์ใจ และจะปรึกษาหารือกับผู้ใหญ่ในพรรคภูมิใจไทยถึงประเด็นดังกล่าวอีกครั้งก่อน วิป รบ.โยนเป็นภาระสภาฯสอบด้านนายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า เพิ่งเห็นจากข่าว แต่ยังไม่ทราบข้อเท็จจริง วิปรัฐบาลได้กำชับกวดขันไม่ว่าจะโหวตเรื่องใดให้ทุกพรรคเข้าร่วมประชุม และกดบัตรลงมติด้วยตนเอง เมื่อถามว่า เกรงฝ่ายค้านจะนำเรื่องนี้ไปขยายผลจนทำให้ร่างกฎหมายเป็นโมฆะ เพราะอาจมีปัญหาต่อกระบวนการทูลเกล้าฯหรือไม่ นายวิรัชตอบว่า ไม่ทราบ ยังไม่มีความกังวลเรื่องนี้ ต้องดูว่าเป็นเรื่องของทั้งหมดหรือแค่คนเดียว และยังไม่มีใครทราบข้อเท็จจริง ทั้งนี้วิปรัฐบาลไม่มีอำนาจให้สภาฯตรวจสอบ เป็นเรื่องที่สภาฯต้องตรวจสอบเอง“เจี๊ยบ” จี้ “ชวน” ฟันอย่ายั้งมือร.ท.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า หวังว่านายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร จะตรวจสอบเรื่องดังกล่าวอย่างตรงไปตรงมา เพราะพรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคร่วมรัฐบาลด้วย ถ้าผลการสอบสวนออกมาในลักษณะมวยล้มต้มคนดู สังคมจะมองได้ว่าท่านกำลังปกป้องผลประโยชน์ของรัฐบาลจนยอมละทิ้งหลักการ หากกระบวนการลงมติร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ดังกล่าวมีปัญหา จนนำไปสู่การตีความให้กลายเป็นโมฆะในภายหลัง จะส่งผลถึงเก้าอี้นายกฯของ พล.อ.ประยุทธ์ทันที เพราะนี่เป็นการลงมติรับร่างกฎหมายเกี่ยวกับการเงิน ที่สำคัญไม่ใช่การลงมติกฎหมายทั่วไป หากไม่ผ่านความเห็นชอบของสภาฯ รัฐบาลต้องรับผิดชอบด้วยการลาออก หรือยุบสภาฯ ถือเป็นเรื่องใหญ่มาก ทำให้มีคนจ้องตรวจสอบว่ามีการลงมติแทนกันหรือเปล่า เพราะมันเคยเกิดขึ้นมาแล้วในอดีต ครั้งนี้หลักฐานของนายนิพิฏฐ์ชัดเจน ตัว ส.ส.ที่ถูกกล่าวหาก็ออกมายอมรับแล้ว ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของสภาฯว่าจะกล้าตรวจสอบเรื่องนี้จริงจังหรือไม่“ชวน” ไม่ช้าสั่งเลขาสภาฯสอบนพ.สุกิจ อัตโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า หลังจากปรากฏเป็นข่าวในเบื้องต้นนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้เรียกนายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร มาสั่งการให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว และให้รายงานผลให้ทราบโดยเร็วนายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า นายชวนได้เรียกไปพบและสั่งการให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวแล้ว วันที่ 21 ม.ค.จะเรียกประชุมคณะกรรมการเสนอความเห็นด้านข้อกฎหมายมาประชุมกัน เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องที่เกิดขึ้น ว่ามีการเสียบบัตรลงคะแนนแทนกันหรือไม่ ต้องดูให้ละเอียดรอบคอบ ยังไม่ทราบว่าจะสรุปข้อเท็จจริงได้ในวันที่ 21 ม.ค.หรือไม่ แต่จะพยายามทำให้เร็วที่สุด “บิ๊กตู่” โยน พปชร.ปม “เอ๋-มนัส”อีกเรื่อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ตอบคำถามผู้สื่อข่าวเพียงสั้นๆ ถึงประเด็นความขัดแย้งภายในพรรคพลังประชารัฐ ระหว่าง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ กับ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี กรณีปมปัญหาที่ดินของ น.ส.ปารีณาว่า “ให้ไปถามพรรค” ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ปฏิเสธตอบคำถามโดยกล่าวสั้นๆเช่นกันว่า “ไม่มี”“วิรัช” โลกสวยแค่กระเซ้าเย้าแหย่นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า เป็นการหยอกล้อกันตามปกติ ไม่ได้ขัดแย้งกัน หรือถ้าขัดแย้งกันก็เป็นเรื่องงอนกันนิดหน่อย ขออย่านำเรื่องนี้ไปขยายความ ตนไม่มีอำนาจเรียกทั้งสองฝ่ายมาเคลียร์ เพราะทั้งคู่มีวุฒิภาวะ ส่วนปัญหาความขัดแย้งภายในคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร มี กมธ.ชุดนี้เพียงชุดเดียวที่มีปัญหา นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐกำลังดำเนินการแก้ปัญหาแล้ว จะถึงขั้นถอดถอนประธานกรรมาธิการ หรือไม่นั้น อาจจะมีวิธีการพูดจากันก่อน และหารือกับประธานสภาฯว่าจะดำเนินการอย่างไร เชื่อว่าจะไม่กระทบต่อภาพลักษณ์ของพรรค เพราะเป็นเรื่องเฉพาะตัว ใครพูดสิ่งใดก็ติดตัวไปตลอด และประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินเองฝ่ายค้านยื่น ป.ป.ช.เอาผิดนายกฯวันเดียวกันเวลา 11.35 น.ที่พรรคเพื่อไทย มีการประชุมคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน มีตัวแทนทั้ง 7 พรรคเข้าร่วมพร้อมเพรียง จากนั้น พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (นอกสภาฯ) แถลงว่า หัวหน้า 7 พรรคฝ่ายค้านรวบรวมรายชื่อ ส.ส.เพื่อยื่นดำเนินการ 3 เรื่อง เอาผิดกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม กรณีแถลงนโยบายไม่ชี้แจงแหล่งที่มาของรายได้ ที่จะนำมาใช้จ่ายในการดำเนินนโยบาย ซึ่งขัดต่อกฎหมาย การถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญของ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 5 และการสรรหา ส.ว. กรรมการสรรหา 10 คน บางคนเป็นสมาชิก คสช. เห็นว่าเป็นการสรรหาที่ไม่ชอบมีผลประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อม เพื่อสืบทอดอำนาจ โดยทั้ง 3 เรื่อง จะยื่นร้องต่อ ป.ป.ช. ให้ดำเนินการสอบสวนตามกฎหมายต่อไป เรื่องที่ยืนร้องไม่เกี่ยวกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่เป็นเรื่องที่ 7 พรรคพูดคุยและมีมติไว้นานแล้วศก.ใหม่ขอเวลาซักฟอก 4 ชม.เมื่อถามว่าพรรคเศรษฐกิจใหม่ยังมีจุดยืนร่วมกับฝ่ายค้านที่จะอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลหรือไม่ พ.ต.อ.ทวีตอบว่า นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ แกนนำพรรคเศรษฐกิจใหม่ ขอเวลาอภิปรายไว้ 4 ชั่วโมง การอภิปรายครั้งนี้ไม่ใช่การทดลอง ส.ส.ใหม่ แต่ต้องการให้ประชาชนรับรู้ถึงข้อมูล เนื่องจากสุดท้ายแล้วรัฐบาลไม่สามารถฝืนประชาชนได้ ต่อให้เป็น ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล ก็ต้องฟังเสียงประชาชน “ภูมิธรรม” ลั่นไม่ทนอีกต่อไปนายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวว่า การอภิปรายครั้งนี้เราไม่ได้เอาจำนวน ส.ส. มาเฉลี่ยว่าจะได้พูดพรรคละเท่าใด แต่จะยึดเอาความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประชาชนและประเทศชาติเป็นสำคัญ หากพรรคใดมีประเด็น มีหลักฐานชัดเจน สามารถอภิปรายได้ตามกรอบเวลา ยืนยันว่ายื่นได้ภายในสัปดาห์นี้ เราจะทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างเต็มความสามารถ ถ้าสามารถพิสูจน์ให้ประชาชนเห็นว่ารัฐบาลไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ก็ควรเปิดโอกาสให้คนอื่นเข้ามาทำหน้าที่ ประชาชนไม่จำเป็นต้องอดทน ที่ผ่านมาทนมามากพอแล้ว เวลาทนต่อไปไม่มีอีกแล้ว เราต้องการคนที่ถูกตัวและคนที่ถูกต้อง เข้ามาทำหน้าที่แก้ปัญหาให้กับประชาชนซักฟอกครั้งนี้ไม่จบแค่ในสภาฯนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้เราเอาตายไม่ใช่เพียงพิธีกรรม โดยตั้งศูนย์ติดตามการอภิปรายคอยมอนิเตอร์คำถามสำคัญๆ และจะเปิดเผยให้ประชาชนทราบหลังอภิปรายเสร็จ ว่ารัฐมนตรีคนใดตอบไม่ตรง ตอบไม่ผ่าน จะขยายเปิดแผลให้ประชาชนทราบ เชื่อว่าแนวร่วมกิจกรรมไล่ลุงจะเพิ่มขึ้น ขอฝากไปถึงหัวหน้าพรรคบางคนที่ระบุว่าจะโหวตให้ตามความเป็นจริง ขอเรียกร้องว่าอย่าโกหกประชาชนซ้ำซาก และงานนี้จะไม่จบในสภาฯ ให้ประชาชนที่อยู่นอกสภาฯเป็นผู้พิพากษาว่ารัฐบาลจะไปต่อได้หรือไม่ งานนี้ยืนยันว่าไม่มีมวยล้มต้มคนดูอย่างแน่นอนรัฐบาลย้ำพร้อมชี้แจงเต็มที่นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกระแสข่าวมีการเสนอสัญญาใจแลกกับการไม่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจของรัฐมนตรีบางคน ว่าไม่เป็นความจริง พรรคพลังประชารัฐไม่มีการเจรจากับพรรคเพื่อไทยหรือกับใครทั้งสิ้น เราพร้อมชี้แจงทุกเรื่อง ไม่มีการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ใดๆ ตรงกับที่นายภูมิธรรม เวชยชัย ยืนยันว่าไม่มีซูเอี๋ยแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ คงเป็นการปล่อยข่าวของผู้ไม่หวังดีและประสงค์ร้ายกับทุกฝ่ายแกนนำ-ส.ส.อนค.รอลุ้นระทึกที่พรรคอนาคตใหม่ น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า วันที่ 21 ม.ค.นี้ ศาลรัฐธรรมนูญจะอ่านคำวินิจฉัยคดียุบพรรคอนาคตใหม่คดีอิลลูมินาติ แกนนำพรรคและ ส.ส.พรรคทั้งหมด จะมาร่วมฟังคำตัดสินพร้อมกันที่พรรคอนาคตใหม่ จะไม่เดินทางไปยังศาลรัฐธรรมนูญ หากสมาชิกพรรคหรือผู้สนับสนุนพรรคต้องการมาร่วมฟังคำตัดสินไปพร้อมๆกัน สามารถเดินทางมาแสดงพลังได้ที่พรรค การยุบพรรคการเมืองในประเทศที่เป็นประชาธิปไตยไม่ใช่สิ่งปกติ และไม่ควรเกิดขึ้นจนกลายเป็นเรื่องปกติ เพียงเพราะพรรคทำไม่ถูกใจคนบางกลุ่มเท่านั้น เพราะพรรคการเมืองเป็นตัวแทนเสียงของประชาชนนับล้านๆคน การทำลายพรรคจึงเท่ากับการทำลายเจตจำนงทางการเมืองของประชาชน และผลักให้คนจำนวนมากรู้สึกไม่พอใจในระบบการเมืองที่เป็นอยู่ปชป.ขอให้ยอมรับผลที่ออกมานายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอให้ทุกฝ่ายรอฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ขณะนี้ยังไม่มีใครทราบได้ ศาลรัฐธรรมนูญให้ความเป็นธรรมต่อทุกฝ่ายอยู่แล้วอย่าเป็นกังวล โดยเฉพาะพรรคอนาคตใหม่ที่ทั้งหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคออกมาพูดจาในลักษณะกดดันศาลรัฐธรรมนูญ ถึงขนาดขู่ว่าหากตัดสินยุบพรรคอนาคตใหม่ กำลังจะผลักไสกลุ่มคนจำนวนมากในสังคมให้ไปอยู่ฝั่งตรงข้ามกับสถาบัน แนวคิดนี้ถือว่าเป็นแนวคิดที่ไม่ควรเกิดขึ้นกับคนที่อ้างตนว่าเป็นอาจารย์ทางกฎหมาย เป็นแนวคิดที่ไม่เคารพประเพณีวัฒนธรรม มุ่งแต่จะทำให้สังคมแตกแยกเกิดความขัดแย้ง ขอย้ำว่าไม่ว่าผลคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจะออกมาในทิศทางใด ขอให้ยอมรับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ไม่เช่นนั้นบ้านเมืองจะวุ่นวายไม่รู้จบสิ้นแอมเนสตีออกโรงป้อง อนค.วันเดียวกัน กลุ่มสิทธิมนุษยชน แอมเนสตี อินเตอร์เนชันแนล ออกแถลงการณ์เรียกร้องทางการไทยยุติการใช้กระบวนการทางกฎหมายข่มขู่และคุกคามพรรคอนาคตใหม่และสมาชิกพรรค ขณะที่ศาลรัฐธรรมนูญมีนัดฟังคำวินิจฉัยข้อกล่าวหาในวันที่ 21 ม.ค.ที่อาจมีผลให้มีการยุบพรรคและสมาชิกพรรคอาจถูกดำเนินคดี การพุ่งเป้าดำเนินคดีจำนวนมากกับสมาชิกพรรค ถือเป็นการโต้กลับสมาชิกพรรคจากการจัดกิจกรรมใช้สิทธิเสรีภาพในการชุมนุมอย่างสงบ ทั้งยังเรียกร้องทางการไทยหยุดยั้งการใช้อำนาจตุลาการในทางที่ผิดต่อพรรคฝ่ายค้าน สมาชิกพรรค และบุคคลอื่นๆโดยทันที เพิกถอนฟ้องบุคคลที่ถูกตั้งข้อหาเพียงเพราะการใช้สิทธิมนุษยชนอย่างสันติ ในฐานะรัฐภาคีต่อสนธิสัญญาสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศหลายฉบับ พร้อมเรียกร้องให้สมาชิกประชาคมระหว่างประเทศต่อต้านการละเมิดสิทธิมนุษยชนในไทย สังเกตการณ์การปราบปรามของรัฐบาลอย่างใกล้ชิด และใช้เครื่องมือทางการเมืองและการทูตเพื่อส่งเสริมการปฏิรูปด้านสิทธิมนุษยชนและความรับผิดชอบในกรณีที่มีการละเมิดสิทธิตำรวจชี้ยังไม่มีสัญญาณบอกเหตุที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท้วม รอง ผบช.น. กล่าวว่า บก.น.2 จัดวางกำลังตำรวจ 1 กองร้อย หรือประมาณ 150 นาย ไว้คอยรักษาความปลอดภัยและดูแลความสงบเรียบร้อยบริเวณโดยรอบศาลรัฐธรรมนูญ ตนเป็นผู้ควบคุมในภาพรวม มี พล.ต.ต.พัฒนา เพศยนาวิน ผบก.น.2 เป็นผู้ดูแลความเรียบร้อยในพื้นที่ ส่วนพื้นที่ด้านในมีเจ้าหน้าที่ของศาลเป็นผู้ดูแลทั้งหมด สำหรับการข่าวยังไม่มีสิ่งบอกเหตุความรุนแรงใดๆ เชื่อว่าไม่มีอะไรที่น่ากังวล“กล้านรงค์” โวย ส.ส.หั่นงบฯ ป.ป.ช.เมื่อเวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมวุฒิสภา มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ทำหน้าประธานเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 วงเงิน 3.2 ล้านล้านบาท นายกล้านรงค์ จันทิก ส.ว. อภิปรายว่า รัฐธรรมนูญนี้เป็นฉบับปราบโกง ต้องปลุกเร้าให้ประชาชนต่อสู้ทุจริตทุกรูปแบบ รัฐต้องส่งเสริมมีกลไกป้องกันและปราบปรามอย่างเข้มงวด ต้องมีค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น เงินรางวัลนำจับ ค่าใช้จ่ายการคุ้มครองพยาน ที่มาจากกองทุนป้องกันและปราบปรามการทุจริตของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ขอไป 269 ล้านบาท แต่ได้รับงบฯแค่ 10 ล้านบาท ถือว่าเสียหายต่อการแก้ปัญหาทุจริตฉะรัฐเมินค่าชนะคดีนับแสนล้านนายวันชัย สอนศิริ ส.ว. กล่าวว่า โครงการของรัฐที่ถูกฟ้องร้องทำให้รัฐเสียค่าโง่ รวมมีมูลค่าหลายแสนล้านบาท ขณะเดียวกันยังมีค่าช่างหัวมันคือ เงินที่รัฐชนะคดีเอกชนแต่ไม่มีการเร่งรัดเอาเงินมาเป็นรายได้ประเทศจนคดีขาดอายุความ หรือบางคดีใกล้ขาดอายุความ รวมๆแล้วเงินที่รัฐชนะคดีเกือบ 100,000 ล้านบาท แต่ไม่มีการทำอะไรเลย เช่น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีอยู่ 5,000 ล้านบาท แต่หน่วยงานต่างๆกลับโยนกันไปมา อยากให้รัฐบาลเร่งรัดต่อการปราบการทุจริตและดำเนินคดีกับผู้ทุจริตโดยไม่ปล่อยให้ลอยนวล บางคนถึงขั้นลอยอังคารแล้วแต่รัฐไม่ดำเนินการใดๆ ปัญหาเกิดจากระบบที่ไม่มีบุคคลใดจัดการอย่างจริงจังแฉอดีต รมต.บีบโยกงบลงพื้นที่นายสมชาย แสวงการ ส.ว. กล่าวว่า งบฯการศึกษาไม่ตอบสนองเรื่องการปฏิรูปการศึกษา การเรียนของเด็กไทยถอยลงเรื่อยๆอยู่ที่ 5 ในอาเซียน แสดงว่าเราทำผิดทาง ส่วนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐช่วยลดความเหลื่อมได้ต้องปรับและขยายผลให้ดีขึ้น แต่ที่รัฐบาลต้องเร่งทำคือเฟกนิวส์ที่อาจเป็นจริงเพราะมีข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ที่เข้าชี้แจง กมธ.งบฯปี 63 ของสภาผู้แทนราษฎร พบมีอดีตรัฐมนตรีที่มีคดีทุจริตติดตัวเป็นอนุ กมธ.งบฯ เรียกเจ้าหน้าที่ไปคุยหลังบ้านเพื่อขอย้ายงบฯไปลงที่จังหวัดหนึ่ง หากไม่ให้จะตัดงบฯ เรื่องนี้ขอให้สภาฯตรวจสอบ หากพบทุจริตตั้งแต่ต้นทางเชื่อว่ากลางน้ำและปลายน้ำจะไม่ทุจริตได้อย่างไร การตั้ง กมธ.ของสภาฯจำเป็นต้องตรวจสอบคนที่ไม่มีคดีทุจริตมาเป็นไม่ใช่ส่งตามโควตา ขอฝากนายกฯ และ ครม.ว่า การโยกงบฯหรือตัดไปนั้นหากสอบดีๆมีเค้าลางทุจริต“ธนวัฒน์” ตอกอย่าสองมาตรฐานที่ สน.บางซื่อ นายธนวัฒน์ วงค์ไชย หรือบอล นิสิตชั้นปีที่ 3 คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ นักกิจกรรมการเมือง เข้าพบ พ.ต.อ.กฤษฎางค์ จิตตรีพล ผกก.สน.บางซื่อ หลังถูกออกหมายเรียกกรณีเป็นผู้จัดกิจกรรมวิ่งไล่ลุง ที่สวนรถไฟ เมื่อวันที่ 12 ม.ค. โดยถูกแจ้งข้อหาเป็นผู้จัดการชุมนุมไม่แจ้งต่อเจ้าหน้าที่ก่อนเริ่มการชุมนุมอย่างน้อย 24 ชั่วโมง นายธนวัฒน์ให้การปฏิเสธ ก่อนถูกปล่อยตัวไป และนัดหมายให้มายื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมต่อพนักงานสอบสวนภายในวันที่ 31 ม.ค. นายธนวัฒน์กล่าวว่า ตำรวจต้องมีมาตรฐานเดียวกัน ถามกลับไปที่กลุ่มเดินเชียร์ลุงว่ามีนัยแฝงหรือไม่ เพราะมีกิจกรรมคล้ายเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ 19 แต่กลับไม่ถูกดำเนินคดี ผู้มีอำนาจเลือกปฏิบัติหรือไม่ และขอให้ถอนแจ้งความ ยืนยันว่ายังจะจัดวิ่งไล่ลุงในวันที่ 2 ก.พ. ที่ จ.เชียงใหม่ ต่อไป“ปู” แจ้ง ตร.ล่าคนปลอมเฟซบุ๊กผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ โพสต์เฟซบุ๊ก ว่า หลายเดือนที่ผ่านมาพบว่ามีผู้ทำเฟซบุ๊กปลอมขึ้น ใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า Yingluck Shinawatra และใช้รูปภาพของตนเป็นรูปโปรไฟล์หลายบัญชี กล่าวอ้างและบิดเบือนต่างๆ อยู่นอกเหนือการรับรู้และความยินยอม ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่อาจจะหลงเชื่อ จึงมอบหมายให้ทนายไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียบร้อยแล้ว เพื่อสืบหาผู้ทำเฟซบุ๊กปลอม ตนมีเฟซบุ๊กบัญชีเดียวที่มี “ที่อยู่ของเว็บ” หรือ “WebURL” คือ fb.com/yshinawatra ให้สังเกตจากด้านหลังชื่อบนเพจจะมีเครื่องหมายถูกในวงกลมสีฟ้าเป็นเครื่องหมาย “verified” บ่งชี้ยืนยันตัวตนอย่างเป็นทางการถูกต้องตามกฎหมาย