ดีกรีการเมืองร้อนฉ่าตั้งแต่ต้นถึงปลายศักราช “ปีกุน”กับเรื่องราวเกินคาดหมายหลายระลอก ทั้งเหตุการณ์ยุบพรรคไทยรักษาชาติ เลือกตั้ง ส.ส.ที่คนไทยเฝ้ารอ ต่อด้วยผลการเลือกตั้งสร้างประวัติการณ์สุดเซอร์ไพรส์ทั้งด้านบวกและด้านลบให้กับหลายพรรคการเมืองแต่เซอร์ไพรส์ยิ่งกว่าด้วยสูตรคำนวณ “จำนวน ส.ส.พึงมี” ที่ผลลัพธ์ทำพลิกเกมพลิกขั้ว “พรรคอันดับ 1” ก่อนจะเกิดมหากาพย์จัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ ตอกย้ำความร้อนระอุกับแรงกระเพื่อมของพรรคร่วมรัฐบาล ขณะที่ผลพวงจากมรสุมพุ่งถาโถมเข้าใส่พรรคอนาคตใหม่ กำลังกลายเป็นตัวเร่งดีกรีให้ร้อนฉ่าไปไกลถึงข้ามปีการเมืองรอบศักราช 2562 พลิกโฉมการเมืองสู่ทิศทางใหม่ หรือย่ำย้อนกลับเข้าสู่วังวนแบบเก่า ทุกบททุกตอนบันทึกไว้ให้ผู้อ่านร่วมย้อนรำลึกเหตุการณ์ปี 2562 ไปพร้อมกัน...ปิดเกมเร็วได้ฤกษ์ดี 24 มี.ค.2562 เปิดสนามเลือกตั้ง ส.ส.ทั่วประเทศ ภายใต้กฎหมายเลือกตั้งกติกาใหม่แต่ละค่ายวางยุทธศาสตร์วัดพลัง ขณะที่พรรคใหญ่สายต่างแดน ปิ๊งไอเดีย “แตกแบงก์พัน” ผุดพรรคใหม่ “ไทยรักษาชาติ” ให้ “เดอะป๋อม” ปรีชาพล พงษ์พานิช กุมบังเหียนหวังแก้เกมสูตรกติกาเลือกตั้งพิสดาร ตั้งเป้าเข้ามาโกยคะแนน ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ แทนพรรคแม่ข่ายอย่าง “เพื่อไทย” ที่ประเมินว่าคะแนนพื้นที่มาเต็ง แต่ปาร์ตี้ลิสต์คงจะโบ๋เปิดตัวแกนนำทำนโยบายเริ่มเข้าที แต่ที่ทำเอาช็อกกันทั้งประเทศ คือการเสนอชื่อสตรีผู้สูงศักดิ์เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีในนามพรรคไทยรักษาชาติ งานนี้เอฟซีดีใจเนื้อเต้น คิดว่าอนาคตสดใสรออยู่ไม่กี่วันความหวังพังครืน เพราะคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา เพราะเข้าข่ายกระทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข7 มี.ค.2562 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ลงดาบ “ยุบพรรค” ตามคาด พร้อมตัดสิทธิทางการเมืองกรรมการบริหารพรรค 10 ปีเกมแรก “แตกแบงก์พัน” เป็นอันว่าพังพาบไม่เป็นท่าเลยทีเดียว สูตรคำนวณพลิกเกมมาถึงสูตรคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ตาม “จำนวน ส.ส.พึงมี” กับรัฐธรรมนูญฉบับ “ซือแป๋” มีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. พ่นพิษทำมึนงงไปตามๆกันแม้ผลเลือกตั้งค่อนข้างชัวร์ แต่พอเจอบัตรเขย่ง แต่ละค่ายจึงต้องผวากับสูตรคำนวณแบบใหม่ ซ้ำร้ายยิ่งกว่าคือสามารถพลิกเกมได้ทุกเมื่อ เหตุเพราะส่งผลให้ ส.ส.เพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ หากมีเลือกตั้งซ่อมจากการทุจริตเลือกตั้ง!ทุกพรรคได้แต่ร้องเพลงรอให้ กกต.ประกาศรับรองผลอย่างเป็นทางการโดยเฉพาะพรรคแกนนำ ทำได้แค่ท่าทียึกยัก กั๊กกันไปมา ทำเอาการ “ฟอร์มทีมรัฐบาล” ทอดนานออกไปกว่า 3 เดือน เพราะต่างหวาดหวั่นกับแต้มที่ขยับ สูตรคำนวณสุดล้ำ ยังทำเอาพรรคเล็กพรรคน้อยพลอยได้รับอานิสงส์จาก “แต้มปัดขึ้น” ได้ตำแหน่ง ส.ส.เข้าสภาฯ แถมยังมีค่าชี้ชะตาโหวตทุกทีไปพรรคเพื่อไทยกลายเป็นโอเวอร์แฮงก์ ไม่มีแต้ม ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ตามคาด แต่สูตรคำนวณดันทำคะแนนไหลบ่าเข้าพรรคพลังประชารัฐ พลิกเกมกลายเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลผสมเกือบ 20 พรรคได้สำเร็จสถานการณ์เสียงปริ่มน้ำทำราคาต่อรองสูงลิบปิดดีลแทบไม่ลง จนต้องยืดเวลาฟอร์มรัฐบาลออกไปอีกบทของการเมืองไทย รัฐบาลชุดใหม่ได้จากสูตรคำนวณที่น่าอัศจรรย์ลายครามขาลงพรรคเก่าแก่ลายครามค่ายสีฟ้า “ประชาธิปัตย์” ที่กรำศึกผ่านสนามการเลือกตั้งมานับครั้งไม่ถ้วนกระบวนรบหนนี้ มี “เดอะมาร์ค” อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นำทัพ วางยุทธศาสตร์รัดกุม โค้งสุดท้าย “แม่ทัพมาร์ค” ทิ้งไพ่วัดชะตา ลั่นวาจา “ไม่หนุนลุงตู่นั่งนายกฯ” ลุ้นโกยคะแนนกลุ่มต้านอำนาจเก่า แต่สุดท้ายผลลงเอยสุดบอบช้ำ เพราะทำเอาคะแนนดิ่งลงฮวบฮาบค่ายใหญ่ลายครามเคยโกยที่นั่งเข้าสภาฯ ได้ 156 คน เหลือเพียง 53 คน ส่วนพื้นที่ กทม.ไม่เหลือสักที่นั่งเดียว!สปิริตผู้นำ “เดอะมาร์ค” แสดงความรับผิดชอบ ลาออกจากหัวหน้าพรรคในทันทีทันใดได้ “เดอะอู๊ดด้า” จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รับไม้นั่ง “รักษาการ” ไม่วายเจอแรงกระเพื่อมจากการเมืองภายใน แต่สุดท้ายก็ได้รับเลือกเป็น “หัวหน้า ปชป.” ก่อนจะเดินเกมดีลลับเพื่อนำพรรคเข้าร่วมรัฐบาลพปชร. ภาพยิ่งชัด ไม่พลิกโผ ชู “นายหัวชวน หลีกภัย” ประธานสภาที่ปรึกษา ปชป. คัมแบ็ก ชนะโหวตจากที่ประชุมสภาฯ ขึ้นนั่งประธานสภาฯ ก่อนขบวนขันหมากเชิญเข้าร่วมรัฐบาลฟาก “เดอะมาร์ค” ย้ำจุดยืนยึดสัญญาประชาคม ยิ่งใหญ่กว่ามติพรรค ตัดสินใจไขก๊อกจาก ส.ส.บัญชีรายชื่อ ก่อนเปิดประชุมร่วมรัฐสภา ที่มีมติเลือก “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขึ้นเป็นนายกฯถือเป็นช่วงรอบปีในตำนาน เพราะพรรคระดับลายครามก็ยังขาลงหมดทางสู้อีกฝ่าย “สายต้านการสืบทอดอำนาจ” แกนนำ 7 พรรคการเมือง ทั้งเพื่อไทย อนาคตใหม่ เสรีรวมไทย ประชาชาติ เพื่อชาติ พลังปวงชนไทย และเศรษฐกิจใหม่ วางคิวนัดลงสัตยาบัน 27 มี.ค. ที่โรงแรมแลงคาสเตอร์หวังช่วงชิงจัดตั้งรัฐบาล ฐานครองเสียงข้างมากกว่า 251 ที่นั่ง ประสานเสียงที่ชอบธรรม รวมตัวจัดตั้งเป็นฝ่ายบริหาร ประกาศย้ำเจตนาเดิม ไม่เอา คสช.-สืบทอดอำนาจแต่บรรยากาศวันดีเดย์ไม่ราบรื่นสดใสอย่างใจคิดเพราะพรรคเศรษฐกิจใหม่ ภายใต้การนำของ “มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์” ในขณะนั้น ออกลีลาไม่เข้าจับไม้จับมือกับ 6 พรรค อ้างติดภารกิจ ส่งเพียงเสียงตามสายมาแสดงตัวยืนยันว่ายังรักกันเหนียวแน่น ไม่ไปจูบปากอีกฝ่ายแน่เหตุผลยังฟังไม่ขึ้น สร้างข้อกังขาให้บรรดากองเชียร์ เลยถูกสวดยับผ่านสื่อโซเชียลเน็ตเวิร์กว่าตอนหาเสียงประกาศกร้าวเสียดิบดี ไม่เอาทหาร แต่ไหงมากลับตาลปัตรขณะเดียวกันกับกระแสข่าวร้อนรุ่ม ปูดข่าวมีมือดีระดับพระกาฬ คนดังของพรรคคู่แข่ง เปิดโรงแรมย่านวิภาวดีฯ ตั้งโต๊ะแปะจองมัดจำให้ ส.ส.บางคนใน 7 พรรค สูงลิบถึงเลข 7 หลักอุปสรรคถาโถมหนักหน่วง แม้ 7 พรรคจะชิงธงจัดตั้งรัฐบาลก่อน แต่สูตรคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์สร้างปาฏิหาริย์ แม้จะยื้อยุด สุดยืดเยื้อไปกว่า 3 เดือนสุดท้ายต้องจำใจเป็นฝ่ายค้านตามโรดแม็ป คสช.ฝ่าวิบากพรรคคนรุ่นใหม่ที่ก่อตั้งโดย 2 คู่ซี้ “เสี่ยเอก” ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ–“อ.ป๊อก” ปิยบุตร แสงกนกกุล โหมกระแสโซเชียลมีเดียกับจุดขายต่อต้าน คสช.แบบเต็มตัวสร้างปรากฏการณ์เหนือความคาดหมายกวาด ส.ส.ได้มากถึง 81 ที่นั่ง โดยเฉพาะ ส.ส.บัญชีรายชื่อที่ได้มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง ถึง 50 คน แต่เส้นทางไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ มีฟ้าผ่าฟาดเปรี้ยงไม่ขาดสาย คดีความเบ็ดเสร็จกว่า 25 คดีตีงูต้องตีที่หัว ประเดิมที่ “ธนาธร” กับการถือครองหุ้นสื่อ บริษัทวี-ลัค มีเดีย จนมีคำสั่งจากศาลรัฐธรรมนูญให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่วันแรกที่เหยียบสภาฯและเป็นไปตามคาด ไม่รอดสันดอนถูกตัดสิทธิ ส.ส.แถมพ่วงด้วยคดีอาญาต่อเนื่องกับคดีเงินกู้ 191 ล้านบาท ที่ กกต.มีมติส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ยุบพรรคและตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรค เรียกว่าไม่ให้เหลือซากโดนขนาดนี้ไม่รู้จะอยู่ต่อทำไม “ธนาธร” ประกาศลั่นไขก๊อกทุกตำแหน่ง ขอเดินสายเข้าหามวลชน เปิดศึกยกแรกชิมลางกับแฟลชม็อบที่สกายวอล์ก กับแคมเปญ “ไม่ถอยไม่ทน” กับของจริงในงาน “วิ่งไล่ลุง” ต้นปีหน้าส่งท้ายปีเก่าเลยมีการสะสางพรรคให้สะอาดเกลี้ยงเกลา เชือด 4 ส.ส.งูเห่าที่แปรพักตร์ ขับออกจากพรรคฐานละทิ้งอุดมการณ์อย่างไม่เหลือเยื่อใย“อนาคตใหม่” ในชื่อใหม่จะไปต่อได้หรือไม่ โปรดติดตาม สายล่อฟ้าส่องดูหน้าตารัฐบาล “ประยุทธ์ 2” บุรุษหนุ่มผู้มีบุคลิกโดดเด่น บทบาทจี๊ดจ๊าดถึงใจ หนีไม่พ้น “ผู้กองนัส” ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ ติดชาร์ต รมต.สายล่อฟ้าแบบปฏิเสธไม่ได้ด้วยปูมหลังประวัติโชกโชน จุดเด่นกลายเป็นจุดล่อเป้า ถูกเขย่าทั้งเรื่องวุฒิการศึกษา เรื่องคดีในอดีต“ผู้กองนัส” ถูกจับจ้องตั้งแต่ก้าวแรก เมื่อโดดย้ายมาเป็นขุนศึกลงสนามเลือกตั้งกับพรรคพลังประชารัฐ จากที่พี่ใหญ่ในรัฐบาล คสช.วางตัวเข้าช่วยวางยุทธศาสตร์ภาคเหนือ เป็นหัวหอกคุมเกมรบจบศึกถึงช่วงฟอร์มทีมรัฐบาล เป็นโต้โผใหญ่เจรจาดึงเสียง 10 พรรคเล็ก ช่วยยกมือโหวต ดัน “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขึ้นสู่เก้าอี้นายกฯจากการเลือกตั้งแต่คุมเสียงพรรคเล็กใช่ว่าจะง่าย ด้วยจุดอ่อนรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ เกมต่อรองสูง เอะอะงอแงขู่ถอนตัวต้องคอยปลุกปลอบ ตบบ้างจูบบ้าง จนได้ฉายา “คนเลี้ยงลิง” ในตำนาน เจ้าตัวเปรยดังๆ “ต้องเอากล้วยให้ลิงกินตลอดเวลา เชื่อว่ากินอิ่มน่าจะพอได้แล้ว”อีกทั้งไม่วายต้องวิ่งเคลียร์ปม “สาวเอ๋” ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี คนกันเองในพรรคพลังประชารัฐ กับเผือกร้อน ที่ดิน ส.ป.ก.ที่ท่าทางจะจบไม่สวยปัญหาที่ถาโถม พ่วงด้วยศึกใหญ่ในสภาฯ ชื่อของ “ผู้กองนัส” ยังต้องจับตาสภาฯอลหม่านหลังมีสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรกในรอบ 5 ปี ประชาชนคาดหวังได้ ส.ส.เป็นปากเป็นเสียง แต่ที่เห็นยังไม่เป็นเช่นนั้น ยังไม่มีผลงานที่เด่นชัด มีแต่เรื่องราวปั่นป่วนให้เห็นเป็นระลอกเริ่มคิกออฟก็จุ๊บจิ๊บยิบย่อย ถกประเด็นการแต่งกายของ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ทำเอาสื่อจับจ้องแชะภาพ 3 ส.ส.สาวสาวสาว “ช่อ-พรรณิการ์ วานิช” “เอ๋-ปารีณา ไกรคุปต์” “เดียร์-วทันยา วงษ์โอภาสี” ที่เปิดเแคตวอล์กเฉือนกันไม่ลงยังไม่พอ “สาวเอ๋” จัดหนัก “สาวช่อ” รายวัน ไม่เรื่องนั้นก็เรื่องนี้ สร้างความงุนงงว่าไปเคืองกันแต่ชาติปางไหน เรื่อยมาจนถึงกรรมาธิการ ป.ป.ช.ที่มี “พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส” หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย นั่งหัวโต๊ะ ก็วุ่นหนัก เมื่อพรรคพลังประชารัฐ ส่งตัวจี๊ด “สาวเอ๋” กับ “สิระ เจนจาคะ” เข้ามาเสียบแทนที่งานจะคืบหน้า กลับเล่นเกม สวนหมัดขัดขา โดยเฉพาะการเรียกนายกฯแจงปมถวายสัตย์ฯหนักสุดถึงขั้น “สาวเอ๋” ลากเก้าอี้ไปนั่งประกบประธานที่หัวโต๊ะหน้าตาเฉย เม้าท์กันสนั่น สภาพตอนนั้นไม่ต่างกับการแย่งกะละมังข้าว เอาเป็นว่าไม่ถึงกับอื้อฉาว แต่เสียดายภาษีชาวบ้านที่ต้องจ่ายค่าเบี้ยประชุมฤกษ์ดีปีใหม่ โยนทิ้งพฤติกรรมตีรวนไร้สาระไปบ้างพยัคฆ์คำรามส่งเสียงเข้มเป็นห้วงๆ สะกิดเตือนนักการเมืองและคนบางกลุ่ม ให้นึกถึงบุญคุณชาติบ้านเมือง“บิ๊กแดง” พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ออกตัวแรงตลอดปี 2562 ทั้งยังมีบทบาทน่าจับตาไม่น้อยไปกว่า “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหมเพราะในฐานะหัวขบวนกองทัพบก สรรพกำลังมหาศาล ทำให้ยามขยับแต่ละครั้ง แฝงพลังน่าสะพรึงคำรามหนแรก ส่งสัญญาณหวังกระชากหน้ากากพวกมีแนวคิด ส่อเปลี่ยนแปลงการปกครองว่า เป็นพวก “ซ้ายจัดดัดจริต”ไปเลียนแบบต่างชาติ ที่หวังล้มล้างสถาบันหลัก อ้างตัวเป็นนักประชาธิปไตย แต่ใช้วาทกรรมจาบจ้วงล่วงเกินเสียงฮึ่มๆทำเอาสังคมโฟกัสไปยังนักธุรกิจหนุ่มที่เพิ่งผันตัวมาเป็นนักการเมืองหน้าใหม่ เปรียบเทียบเจ็บแสบเป็นโรค “ฮ่องเต้ ซินโดรม”สับแหลกพฤติกรรมชังชาติ ถนัดเกมชักศึกเข้าบ้าน ล้างสมองคนรุ่นใหม่แอนตี้เกณฑ์ทหาร ตามไล่บี้ฉะทหารเป็นอุปสรรคกับประชาธิปไตย แถมขวางซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ทุกรูปแบบข้อวิจารณ์ทำเจ้าตัวกัดฟันกรอด ลั่นกลุ่มนี้เป็นพวก “หนักแผ่นดิน”แค่ส่งสัญญาณแบบเบาๆ ถ้าเอาจริงคงจะอยู่กันลำบากศึกรักสามเส้า3 พรรคร่วมรัฐบาล “พลังประชารัฐ-ประชาธิปัตย์-ภูมิใจไทย” มะรุมมะตุ้มฟัดกันเละ ในสงครามแบน 3 สาร พาราควอต ไกลโฟเซต คลอร์ไพริฟอส ภายใต้อุ้งมือบอร์ดวัตถุอันตราย“เดอะซัน” สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ค่ายพลัง-ประชารัฐ นั่งหัวโต๊ะพลิกมติบอร์ดชุดเดิมให้เลื่อนแบน “พาราควอตคลอร์ไพริฟอส” ไป 6 เดือน และปลดล็อกเลิกแบน “ไกลโฟเซต”ร้อนถึง “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุข หัวหน้าภูมิใจไทย แท็กทีมลูกพรรค “นิแหม่ม” มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรฯ ขึงขังในจุดยืนไม่เอาสารพิษลั่นคืนกรมวิชาการเกษตรที่รับผิดชอบ กลับไปให้ “เสี่ยต่อ” เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ แม่บ้าน ปชป.ส่อให้เห็นรอยปริร้าว พิษรักหักสวาท หลังจากก่อนหน้านี้ “เสี่ยต่อ” ตั้งคณะทำงานที่ถูกมองว่าแทรกแซง “นิแหม่ม” ที่ดูแลกรมวิชาการเกษตร และ “เดอะซัน” เคยตีปลาหน้าไซจะขอทบทวนมติบอร์ดจบเกม “เดอะซัน” คว้าชัย-“เสี่ยต่อ” ลอยชาย-“เสี่ยหนู” ท่าทีอ่อนลง ล่องเรือเหล็กต่อไปแต่กลับเจอแรงกระแทกใส่ ถูกปล่อยข่าวยึดคืนโควตา รมว.คมนาคม ของ “เสี่ยโอ๋” ศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาฯภูมิใจไทย “เสี่ยหนู” ขู่ฟ่อ ถ้าโดนปลดก็ขอกอดคอไปด้วยกันเมื่อรอยร้าวเกิด แต่ยังไม่แยกทาง ก็ต้องทนกลืนเลือดถูลู่ถูกังหักเหลี่ยมเฉือนคมจนนาทีสุดท้าย ปรากฏการณ์โหวตตั้ง กมธ.วิสามัญศึกษาผลกระทบจากคำสั่ง ม. 44ฝ่ายรัฐบาลหัวหมอขอโหวตนับคะแนนใหม่ หลังพลาดท่าพ่ายโหวต อ้างแพ้ฉิวเฉียด เล่นเอาฝ่ายค้านควันออกหู ประท้วงกันวุ่นในสภาฯสุดท้าย 7 พรรคฝ่ายค้านพลิกเกมวอล์กเอาต์ออกจากห้องประชุม ไม่ร่วมสังฆกรรม ทำเสียง ส.ส.หายวูบเกือบเกลี้ยงสภาฯ เหลืออยู่หน่อมแน้ม องค์ประชุมไม่ครบกึ่งหนึ่งสภาฯล่มเป็นครั้งแรก รัฐบาลหน้าแหกยับ คุมกันเองไม่อยู่ ประจานการบริหารเละไม่เป็นท่าโหวตแก้ตัวใหม่สัปดาห์ถัดมา ยังเกิดเหตุงามหน้า สภาฯล่มอีกรอบ แม้จะระดม ส.ส.โกลาหล แต่ไม่เพียงพอให้ครบองค์ประชุม เพราะฝ่ายค้านยังเล่นแง่วอล์กเอาต์เหมือนเดิมสภาฯล่ม 2 หนติด สะเทือนเครดิต “ลุงตู่” ถูกหยามหน้าซ้ำแล้วซ้ำอีก คาดโทษขู่ปรับ ครม.–ยุบสภาฯ หากล่มรอบ 3 ดัดนิสัยพรรคร่วมฯทำตัวแข็งข้อ สวนมติรัฐบาล“บิ๊กตู่” ลงทุนจัดฉากสวยหรู งานเลี้ยงพรรคร่วมรัฐบาล ใช้ “ซุปหูฉลาม” ประสานใจ กลบภาพบาดหมาง คราวนี้บรรลุผล ได้เสียงครบองค์ประชุม โดยมี 10 งูเห่า จากซีกฝ่ายค้านเลื้อยมาร่วม ล้มญัตติตั้ง กมธ.ได้สมใจหืดจับกันทั้งรัฐบาลกว่าจะพลิกสถานการณ์เอาตัวรอดได้“ทีมการเมือง”