หลังเสร็จสิ้นพิธีมหามงคลของปวงชนชาวไทย ดูแนวโน้มแล้วน่าจะได้รัฐบาลใหม่เร็วแน่ ตามสถานการณ์ประเทศที่จะเงื้อง่าไม่ได้ เพราะเลือกตั้งผ่านมาแรมเดือน แต่ยังไม่มีนายกฯ ยังไม่มีฝ่ายบริหารส่งผลต่อความเชื่อมั่น นักลงทุนสงวนท่าที ไม่กล้าขยับตัวทำอะไร ดังนั้นต้องเดินเครื่องกันแบบติดจรวดค่อนข้างชัดว่า “นายกฯลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะไปต่อในฐานะนายกฯในระบบเลือกตั้งจากที่เคยเดินแอ่นอก กางแขน ส่ายอาดๆ คราวนี้แขนอาจจะกางมากขึ้นกว่าเดิมเสียงที่เคยดังขึงขัง ก็อาจจะดังขึ้นไปอีกหลายเดซิเบล!!!แม้ตามรูปการณ์แล้วจะเป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ ก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องมานั่ง “เก๊กซิม” เพราะมีมือประสาน ล็อบบี้ยิสต์ จากหลายซุ้มค่าย เดินแผน 2 แผน 3 วางแผนลับไว้ล่วงหน้าแล้ว“รัฐนาวาลุงตู่” คงเดินหน้าฝ่าคลื่นลมไปได้แน่ ไม่มีทางอับปางง่ายๆ อย่างมากก็แค่น้ำกระฉอก!!!จับสัญญาณที่ กกต.จะประกาศผลเลือกตั้ง ส.ส.แบ่งเขต 7 พ.ค. และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 8 พ.ค. ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ คอนเฟิร์มโผ 250 ส.ว.เรียบร้อยโรงเรียน คสช. จะนำขึ้นทูลเกล้าฯถวาย 10 พ.ค.นี้หมายความว่าทุกอย่างเตรียมพร้อมหมด ทั้งคิวโหวตเลือกประธานสภาฯ ประธานวุฒิสภา และนายกฯมั่นใจระดับหนึ่งว่านาทีนี้จำนวน ส.ส.ที่สนับสนุน “ลุงตู่” มากกว่าอีกฝ่ายที่กางโต๊ะลงสัตยาบันไปก่อนหน้าตามการข่าวที่ส่งสปายไปล้วงตับ กกต.เชื่อมั่นว่าจะคำนวณสูตรปาร์ตี้ลิสต์ แบบเสียงไม่หล่นน้ำแจกเก้าอี้ ส.ส.ให้พรรคเล็กไปนั่งคนละตัว เพราะยืนลุ้นกันอยู่นานจนขาสั่นกันเป็นแถวสมการนี้จะทำให้ขั้วพรรคพลังประชารัฐคะแนนพลิกขึ้นนำในการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรก เพื่อเลือกประมุขฝ่ายนิติบัญญัติจากนั้นค่อยไปดวลกันอีกรอบในการเลือกนายกฯที่จะมี 250 ส.ว.เข้ามาเป็นตัวชี้ขาดตามท้องเรื่องเมื่อเหลือบไปดูรายชื่อบางส่วนของว่าที่ ส.ว. ล้วนเจ้าเก่าหน้าเดิม เพิ่มเติมคือเขี้ยวโง้ง หลังฝึกปรือวิทยายุทธเชิงการเมืองคนละหลายพรรษาโดยเฉพาะก๊วน 40 ส.ว. ที่จะทุบสถิติอยู่ในสภามากกว่านักเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย, ตวง อันทะไชย, สมชาย แสวงการ, คำนูณ สิทธิสมาน นั่งเป็นปู่โสมเฝ้าทรัพย์มาตั้งแต่รัฐประหาร 2549ถ่างขาเล่นเก้าอี้ดนตรีสลับไปมาระหว่างสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กับ ส.ว.ต่อเนื่องรวมไปถึงอดีต สปช. สปท. อดีตหัวหน้าส่วนราชการที่เป็น “กากี่นั้ง” คละเคล้ารวมกันไปกับอดีตบิ๊กทหารที่ปลดประจำการว่างงานหลังเกษียณ คนเหล่านี้จะถูกดึงมาเป็นแนวร่วม “นายกฯลุงตู่” ในสภาสูงนอกจากนี้ ยังมีรัฐมนตรีในรัฐบาลปัจจุบันที่หลายคนต้องถอดสูทเสนาบดีมาเป็นผู้ทรงเกียรติในสภา แม้บางคนอยากเป็น รมต.อีกสมัย แต่หมดสิทธิ์ เพราะโควตาไม่พอ ต้องเปลี่ยนตัวให้นักการเมืองอาชีพมาแสดงฝีมือบ้างงานนี้คงมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ได้ไปต่อ จึงต้องปลอบประโลมกันด้วยเก้าอี้ ส.ว.และอีกบางส่วนก็จะตกรางวัลให้กับนักการเมืองอาชีพที่สอบตก เจ้าสัว นายทุน ที่เข้ามาจอยกับพรรคพลังประชารัฐ แต่อาจมาในรูปแบบของ “ตัวแทน”ส่วนนักธุรกิจคงไม่เยอะ เพราะติดเงื่อนไขเรื่องเปิดบัญชีทรัพย์สิน ไม่น่าลงทุนเท่ากับได้นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีภาพรวม ส.ว.จึงมีแต่หน้าเก่าๆ เพราะตัวเลือกไม่ได้เยอะอย่างที่คิด เอวัง ด้วยประการฉะนี้.“พ่อลูกอิน”