ศรีพันวาภูเก็ต ดีเอสไอชงผิด ให้ 4 หน่วยฟัน

ข่าว

    ศรีพันวาภูเก็ต ดีเอสไอชงผิด ให้ 4 หน่วยฟัน

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    26 ก.ย. 2564 05:15 น.

    ดีเอสไอออกหนังสือแจ้งผลตรวจสอบโรงแรมศรีพันวา รีสอร์ตโด่งดังหรูหราระดับ 5 ดาว แห่งเกาะภูเก็ต พบครอบครอง ที่ดินผิดกฎหมายบุกรุกป่า และแสวงหาประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติลักษณะเป็นการค้า อาจเข้าข่ายความผิดฐานฟอกเงิน จากการสืบสวนไม่เข้าข่ายเป็นคดีพิเศษ จึงส่งเรื่องให้หน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินการ ด้าน “วีระ” ผู้ที่ร้องเรียน ระบุ จะเดินหน้าติดตามเรื่องที่หน่วยงานต่างๆ อย่างกัดไม่ปล่อยเพื่อไม่ให้คนผิดลอยนวล ด้านอธิบดีกรมป่าไม้ เผยเตรียมรับลูกจากดีเอสไอลงพื้นที่ตรวจสอบเพื่อเพิกถอนเอกสารสิทธิที่ดิน

    ดีเอสไอแจ้งผลตรวจสอบคดี “ศรีพันวารี” รีสอร์ท พบรุกป่าและครองที่ดินไม่ถูกต้อง เปิดเผยขึ้น วันที่ 25 ก.ย. มีรายงานว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) มีหนังสือที่ ยธ 0809/1912 ลงวันที่ 20 ก.ย.64 เรื่องแจ้งผลการดำเนินการกรณี นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน (คปต.) ขอให้ตรวจสอบและดำเนินคดีผู้ออกเอกสารสิทธิมิชอบ และผู้ที่เกี่ยวข้องในการกระทำความผิด พ.ร.บ.ป่าไม้ และประมวลกฎหมายที่ดิน รวมทั้ง ความผิดอื่นในโครงการศรีพันวา รีสอร์ท ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต

    ดีเอสไอได้สืบสวนแล้วจึงแจ้งผลดังนี้ 1.ประเด็นที่ดิน พบว่า โครงการศรีพันวา รีสอร์ท มีที่ดินที่มีเอกสารสิทธิ 8 แปลง เป็นโฉนดที่ดิน 2 แปลง และ น.ส.3 ก. จำนวน 6 แปลง และที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิ 1 แปลง ในส่วนที่ดินที่มีเอกสารสิทธิจากการวิเคราะห์ภาพถ่ายทางอากาศ น่าเชื่อได้ว่าการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) หรือสืบเนื่องในชั้นการออกหนังสือฯ (น.ส.3 ก.) อาจเป็นการกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ จึงส่งให้ ป.ป.ช.ดำเนินการ สำหรับการพิจารณาเพิกถอนการออกเอกสารสิทธิที่ดินที่ไม่ชอบ ส่งข้อมูลการสืบสวนให้กรมที่ดินพิจารณาแล้ว

    สำหรับที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิ 1 แปลง บริเวณหน้าชายหาดพันวา ใช้ประโยชน์เป็นสระว่ายน้ำสำหรับลูกค้า และเป็นทางขึ้นชายหาดสู่ทุ่นลอยน้ำริมทะเลของรีสอร์ต ที่ดินดังกล่าวไม่มีเอกสารสิทธิจึงเป็นพื้นที่ป่า การก่อสร้างสระว่ายน้ำและสิ่งก่อสร้างอื่นๆ จึงมีความผิดฐานก่อสร้าง แผ้วถาง หรือทำลายป่า หรือเข้ายึดถือครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต จึงส่งให้กรมป่าไม้พิจารณาแล้ว นอกจากนี้ยังเข้าลักษณะเพื่อประโยชน์ในทางธุรกิจของโครงการศรีพันวา เป็นการใช้ ยึดถือ หรือครอบครองทรัพยากรธรรมชาติ หรือแสวงหาประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติโดยมิชอบอันมีลักษณะเป็นการค้า เป็นความผิดมูลฐานตาม พ.ร.บ.การฟอกเงิน และอาจเข้าข่ายความผิดฐานฟอกเงิน ส่งข้อมูลการสืบสวนให้ ปปง.ดำเนินการแล้ว

    2.ส่วนการก่อสร้าง จากการสืบสวนพบว่า ได้ขออนุญาตสร้างอาคารและได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นผู้มีอำนาจหน้าที่ และทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด 3.การสร้างทุ่นลอยน้ำ ได้ขออนุญาตและต่อใบอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้จากการสืบสวนข้อ 1-3 ยังไม่ใช่ความผิดทางอาญาที่เป็นคดีพิเศษที่จะต้องดำเนินการตาม พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ดีเอสไอจึงได้พิจารณายุติเรื่อง และส่งข้อมูลการสืบสวนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

    ด้านนายวีระ สมความคิด โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก มีเนื้อหาสรุปว่า นับว่าเป็นข่าวดีมาก เนื่องจากดีเอสไอตรวจสอบแล้วเชื่อว่าเป็นการออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ส่วนที่ดินที่น่าเชื่อได้ว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย ใช้ประโยชน์ในที่ดินเข้าข่ายเป็นการกระทำความผิดฐานฟอกเงิน พี่น้องประชาชนพอใจการทำงานของกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือไม่ อาจจะไม่ได้ดังใจทั้งหมด แต่ก็พอรับได้ในระดับหนึ่งใช่ไหม ต้องไปติดตามการทำงานของ ป.ป.ช. ปปง. กรมที่ดิน และกรมป่าไม้ จะสามารถทวงคืนแผ่นดินให้กลับมาเป็นของรัฐและประชาชน พร้อมทั้งนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษ และยึดทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำความผิดกลับคืนให้แก่รัฐได้หรือไม่ ต้องติดตามกัดไม่ปล่อยกันต่อไป ไม่ปล่อยให้คนชั่วลอยนวล

    นายวีระกล่าวเพิ่มเติมว่า เพิ่งได้รับหนังสือของดีเอสไอวันนี้ ยืนยันเอกสารสิทธิ 8 แปลงเชื่อว่ามีการออกมาโดยไม่ชอบ ดีเอสไอได้ส่งเรื่องให้กรมที่ดิน กรมป่าไม้ ป.ป.ช.และ ปปง.แล้ว ตนจะเดินหน้าตามเรื่องหน่วยงานต่างๆให้รีบดำเนินการ เพราะเนื้อหาที่ดีเอสไอส่งไปละเอียดแล้ว เมื่อถามว่าจะเกี่ยวโยงถึงผู้บริหารในปัจจุบันหรือไม่ นายวีระ กล่าวว่า ก็ต้องดูว่าฝ่ายบริหารจะมายุ่งเหยิงในคดีหรือไม่ เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นการกระทำผิดในอดีต ต้องดูต่อไปจะมีใครมาช่วยเหลือหรือไม่ และต้องดูว่าที่เจ้าของโครงการว่าเป็นอย่างไร เมื่อดีเอสไอสรุปมาเช่นนี้แล้วจะมีอะไรมาหักล้างอย่างไร

    ขณะที่นายนิวัติไชย เกษมมงคล โฆษก ป.ป.ช.กล่าวว่า ขอตรวจสอบก่อนว่าดีเอสไอส่งเรื่องให้ ป.ป.ช.หรือยัง หากส่งมาแล้วขั้นตอนต่อไปต้องมาดูกระบวนตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า กล่าวหาใคร มีพฤติการณ์ความผิดอย่างไร เหตุเกิดปีใด เพื่อ ตรวจสอบคดีหมดอายุความหรือไม่ จากนั้นจะเรียกบุคคลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป ขอดูรายละเอียดก่อนการตรวจสอบไม่น่าจะยุ่งยากซับซ้อนอะไร คดีศรีพันวาก่อนหน้านี้เคยมีการร้องเรียนต่อ ป.ป.ช.ให้ตรวจสอบเรื่องการออกเอกสารสิทธิแล้วเช่นกัน แต่ไม่ใช่ดีเอสไอส่งเรื่องมา แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่พบความผิดปกติ เมื่อดีเอสไอจะส่งข้อมูลมาให้ตรวจสอบก็พร้อมดำเนินการ

    ส่วนนายอดิสร นุชดำรงค์ อธิบดีกรมป่าไม้ เปิดเผยว่า กรมป่าไม้จะทำหนังสือถึงดีเอสไอเพื่อขอเอกสารการชี้มูลความผิดที่ดินในความครอบครองของ “ศรีพันวา” เพื่อที่จะทำหนังสือเพิกถอนเอกสารสิทธิถึงกรมที่ดินต่อไป รวมทั้งจะลงพื้นที่ตรวจสอบเพิ่มเติมด้วย ที่ผ่านมากรมป่าไม้ได้เคยมีการตรวจสอบการครอบครองที่ดินของ “ศรีพันวา” พื้นที่เกาะส่วนใหญ่สภาพพื้นที่จะเป็นป่าตาม พ.ร.บ.ป่าไม้อยู่แล้ว

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ศรีพันวาดีเอสไอบุกรุกป่าภูเก็ตกรมป่าไม้พ.ร.บ.ป่าไม้ข่าวหน้า1

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันศุกร์ที่ 15 ตุลาคม 2564 เวลา 12:28 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์