ปัจจุบัน “นมแพะ” กำลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย มีเพียงไม่กี่ประเทศที่ยังไม่คุ้นเคยกับการดื่มนมแพะ โดยเฉพาะประเทศไทย นั่นเพราะคนไทยส่วนใหญ่จะคุ้นชินกับการดื่มนมวัวมากกว่าประชาชนส่วนใหญ่ยังกังวลกับรสชาติกลิ่นและคุณประโยชน์ของนมแพะ แต่บางคนรู้คุณค่าทางโภชนาการแต่หาทานยาก เพราะมีเกษตรกรจำนวนไม่มากยึดอาชีพเลี้ยงแพะ ทำให้ราคานมแพะค่อนข้างสูงนายกิติภูมิ จันทร์ศิริ อายุ 32 ปี เจ้าของฟาร์ม “กิติกรฟาร์มแพะ” เลขที่ 999 ถนนทรายทอง 4 ต.สุไหงโก-ลก อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เปิดเผยว่า สืบทอดการเลี้ยงแพะนมจากพ่อ ปัจจุบันมีโรงเรือนเลี้ยงแพะนม 3 หลัง เลี้ยงแพะรวม 75 ตัวสำหรับแพะที่เลี้ยงแบ่งเป็น 2 สายพันธุ์คือ “แองโกลนูเบียน” ให้ทั้งเนื้อและนม “แพะแคระ” เป็นพันธุ์สวยงาม นิยมเลี้ยงตามรีสอร์ตต่างๆ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ป้อนอาหาร ขั้นตอนการเลี้ยงไม่ยุ่งยากแต่การรีดนมแพะต้องพิถีพิถัน ต้องมีความสะอาด รีดจนกระทั่งนมที่ออกจากเต้านมแพะหมด เมื่อได้นมแพะที่เรารีด จะนำไปกรองแล้วบรรจุใส่ถุงพลาสติกใสจำหน่ายกิโลกรัมละ 100 บาท สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนพื้นที่สุไหงโก-ลก และตัวเมืองนราธิวาส เป็นการบอกกล่าวจากรุ่นสู่รุ่นให้มาซื้อไปรับประทานเพราะมีประโยชน์ หรือนำนมแพะดิบไปทำกรรมวิธีของเขาบรรจุขวดจำหน่าย และบางรายเมื่อผ่านกรรมวิธีจะส่งขายประเทศมาเลเซีย ถือว่าเป็นคนกลางที่ส่งขายโดยเราไม่ต้องมายุ่งยากนายกิติภูมิกล่าวทิ้งท้ายว่า อยากแนะนำเรื่องนมแพะมันไม่ได้สาบอย่างที่คิด เราต้องเปิดใจลองนมแพะดูบ้าง การที่ได้รับข่าวสารว่านมแพะมีกลิ่นสาบ ที่นี่แทบไม่มีเลยเพราะนมแพะมีกลิ่นเฉพาะตัวคุณประโยชน์ที่จะได้รับจากนมแพะมีดียิ่งกว่านมวัวซะอีก ซึ่งหากได้รู้ถึงคุณค่าของนมแพะแล้ว เชื่อว่าหลายคนคงอยากหันมาดื่มนมแพะกันมากขึ้นแน่นอน.ณรงค์ นวลสกุล