ข้าวโพดหวานแดงราชินีทับทิมสยาม (Siam Ruby Queen) เกิดจากการปรับปรุงพันธุ์ของ ดร.ทวีศักดิ์ ภู่หลำ นักปรับปรุงพันธุ์พืชชั้นนำของบ้านเรา โดยนำข้าวโพดข้าวเหนียวแดงไปผสมกับข้าวโพดหวานสีเหลือง จนได้ออกมาเป็นข้าวโพดหวานแดงราชินีทับทิมสยามเมื่อปี 2555 เป็นการผสมสายพันธุ์แบบดั้งเดิมไม่ใช่การตัดแต่งพันธุกรรม

เป็นหนึ่งในข้าวโพดที่สามารถกินฝักสดได้เลย รสชาติหวานกรอบอร่อย ไม่ควรนำไปต้ม เพราะสารแอนโทไซยานินที่ต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยยับยั้งเซลล์มะเร็ง บำรุงสายตา บำรุงหัวใจ จะสูญเสียไปกับการต้ม นอกจากรสชาติดีแล้ว สามารถนำไหมข้าวโพดไปต้มทำชาดื่มบำรุงร่างกายได้อีกด้วย เพราะมีสารแอนโทไซยานินเช่นกัน สามารถเก็บไว้ในอุณหภูมิห้องปกติได้ 5 วัน เก็บในตู้เย็นได้ 10 วัน และเก็บในช่องฟรีซได้ 1 เดือน

“ส่วนตัวทำสวนเกษตรผสมผสานอยู่แล้ว ปลูกไม้หลายชนิดเน้นแบบพึ่งพาซึ่งกันและกัน จนเมื่อปีกว่าที่ผ่านมาที่เป็นช่วงโควิด ไม่ค่อยมีคนมาเรียนรู้ทำเกษตรที่ไร่ จึงเริ่มมาสนใจข้าวโพดหวานแดงราชินีทับทิมสยามอย่างจริงจัง หลังจากได้รู้จักและเรียนรู้กับข้าวโพดชนิดนี้มาสักระยะเลยใช้พื้นที่ 1 ไร่ ทดลองปลูก แล้วศึกษาทุกขั้นตอนอย่างจริงจัง จนได้สูตรสำเร็จที่ปลูกแล้วได้ผลผลิตดี จนปัจจุบันมีออเดอร์ผลผลิตแทบทุกวัน โดยเฉพาะการสั่งจากช่องทางโซเชียล”

...

ปา ไชยปัญหา ปราชญ์เกษตรบ้านกุดปลาเข็ง ต.โนนค่า อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา เจ้าของไร่อรหันต์ เล่าต่อไปถึงสูตรสำเร็จการปลูกข้าวโพดหวานแดงราชินีทับทิมสยาม ข้าวโพดกินฝักสดที่อร่อย แถมอุดมไปด้วยคุณประโยชน์...ข้าวโพดชนิดนี้ระยะเวลาปลูกถึงเก็บเกี่ยวผลผลิต 65-70 วันนับตั้งแต่หยอดเม็ด ระยะห่างระหว่างหลุม 30 ซม. ส่วนระยะห่างระหว่างแถว แล้วแต่ความสะดวกและพื้นที่ของผู้ปลูก การเตรียมหลุมปลูกเหมือนการปลูกข้าวโพดปกติทั่วไป ขุดหลุม 1 หน้าจอบ ขนาด 30×30×30 ซม. ใส่อินทรียวัตถุหรือมูลสัตว์ที่หมักแล้ว (ที่นี่ใช้มูลไส้เดือนกับแกลบดำ) คลุกเคล้ากับดิน รดน้ำให้ชุ่ม แล้วหยอดเมล็ดลงหลุมละ 2 เมล็ด ไม่เกิน 5 วัน เมล็ดจะงอก

ตั้งแต่สัปดาห์ที่ 2 เป็นต้นไป ให้หมั่นดูแลและระมัดระวังเรื่องของหนอนที่เข้ามาเจาะข้าวโพด โดยที่นี่จะเน้นที่การเดินดูแลแปลงอยู่เสมอ โดยเฉพาะช่วงกลางคืน ให้ใช้ไฟส่องดูต้น ถ้ามีหนอนเมื่อหนอนเจอแสงมันจะขยับตัว ให้ใช้ไม้คีบหนอนออกจากกอต้นข้าวโพดไปทำลาย พร้อมกับใช้น้ำหมักชีวภาพบำรุงและป้องกันร่วมไปด้วย ผ่านเข้าสัปดาห์ที่ 3 ต้นจะเริ่มสูงประมาณ 1 ฟุต เริ่มให้ปุ๋ยยูเรียหลุมละครึ่งช้อนโต๊ะ สัปดาห์ที่ 4 และ 5 เพิ่มปุ๋ยเป็นหลุมละ 1 ช้อนโต๊ะ เข้าสัปดาห์ที่ 6 เปลี่ยนเป็นปุ๋ยสูตรเสมอ และพอถึงสัปดาห์ที่ 7 และ 8 เปลี่ยนเป็นปุ๋ยสูตร 8-24-24 ปริมาณเท่าเดิมเพื่อเพิ่มความหวาน จนถึงวันเก็บเกี่ยว

ปราชญ์เกษตรบ้านกุดปลาเข็งบอกในตอนท้ายถึงเคล็ดลับการปลูกให้ได้ผลผลิตดีมีคุณภาพ... ควรรดน้ำข้าวโพดอย่างสม่ำเสมอ หมั่นรดน้ำให้ชุ่มแต่อย่าแฉะ ไว้ฝักต้นละ 1-2 ฝักเท่านั้น เพื่อให้ต้นนำสารอาหารไปหล่อเลี้ยงฝักที่เก็บเอาไว้ได้อย่างเต็มที่ ที่สำคัญหมั่นดูแลต้นข้าวโพดป้องกันหนอนเจาะข้าวโพดอย่างสม่ำเสมอ ตั้งแต่สัปดาห์ที่ 2 ไปจนถึงเก็บเกี่ยวผลผลิต

...

1 ไร่ หยอดเมล็ดหลุมละ 2 เมล็ด จะได้ต้นข้าวโพดทั้งหมด 9,600 ต้น ประมาณการเสียหายในการปลูก 10% ไว้ต้นละ 1 ฝัก จะได้ผลผลิตทั้งสิ้น 8,640 ฝัก ขายฝักละ 10 บาท ได้เงินทั้งสิ้น 86,400 บาท หักค่าใช้จ่ายต้นทุนค่าเมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย มูลไส้เดือน แกลบ รวมทั้งสิ้น 16,400 บาท (ไม่รวมค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าแรงงาน) การปลูกข้าวโพดชนิดนี้จะสร้างรายได้ไร่ละไม่น้อยกว่า 70,000 บาท...สอบถามรายละเอียด โทร.08-7232-1139 หรือ LINE เบอร์ 0805069500.

กรวัฒน์ วีนิล