แม่น้ำยมลดฮวบกว่า 2 เมตร สุโขทัยพ้นวิกฤติเมืองบาดาลเร่งฟื้นฟู หลังกรมชลประทานผันน้ำเหนือระบายออก 2 ฝั่งเข้าสู่คูคลองและแก้มลิง พร้อมส่งน้ำไปยังบึงบอระเพ็ด ส่วนทุ่งบางระกำวางแผนเตรียมรับมวลน้ำก้อนใหม่ช่วงปลายฝน “ประวิตร” แจงเก็บน้ำทุกหยดเตรียมใช้ฤดูแล้ง ขณะที่ ธ.ก.ส.เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยสถานการณ์น้ำเหนือไหลผ่านแม่น้ำยมกัดเซาะริมตลิ่งที่ จ.สุโขทัย ทำให้ชาวบ้านใน 3 อำเภอ ประกอบด้วย อ.สวรรคโลก อ.ศรีสำโรง และ อ.เมืองสุโขทัย ได้รับความเดือดร้อนมากกว่า 1,000 ครอบครัว พืชผลการเกษตรเสียหายนับหมื่นไร่ ล่าสุดช่วงเช้าวันที่ 26 ส.ค. ระดับน้ำในแม่น้ำยมลดลงกว่า 2 เมตร ชาวบ้านเริ่มกลับบ้านไปสำรวจความเสียหาย ส่วนถนนปากทางเข้าวัดไทรย้อย ต.ย่านยาว อ.สวรรคโลก น้ำเคยท่วมสูงกว่า 2 เมตร ขณะนี้แห้งสนิทสามารถเดินเข้าไปได้ แต่มีพื้นที่บางส่วนเป็นแอ่งกระทะยังมีน้ำขังอยู่ด้านนายไมตรี ไตรติลานันท์ ผวจ.สุโขทัย นายบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ พร้อมทีมงานมูลนิธิร่วมกตัญญู เดินลุยน้ำไปเยี่ยมชาวบ้านใน ต.คลองกระจง และ ต.ย่านยาว อ.สวรรคโลก พร้อมแจกข้าวสาร อาหารแห้งเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ขณะเดียวกันพระมหาดวงอำนาจ สิริมงคโล เจ้าอาวาสวัดสวรรคาราม (วัดกลาง) พร้อมด้วยนายกมล พ่วงหงษ์ หัวหน้าอาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัยสุโขทัย จุดสวรรคโลก นำข้าวกล่องจำนวน 400 กล่อง และน้ำดื่มใส่เรือนำไปแจกให้กับชาวบ้านที่ติดค้างอยู่ภายในบ้าน ส่วนใหญ่จะเป็นผู้สูงอายุและเด็ก นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์น้ำในพื้นที่ประตูระบายน้ำคลองบางแก้ว ต.บางระกำ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก หลังจากน้ำจาก จ.สุโขทัยหลากมาจนถึง จ.พิษณุโลกผ่านแม่น้ำยมสายเก่า ส่งผลให้น้ำมีปริมาณมาก นายทวีศักดิ์เปิดเผยว่า กรมชลประทานบริหารจัดการน้ำเหนือใช้ประตูหาดสะพานจันทร์เป็นด่านหน้าไว้คอยหน่วง และคอยฉุดอย่าให้น้ำเข้าเมือง แบ่งน้ำเป็น 2 ฝั่ง ฝั่งซ้ายของแม่น้ำยมจะไปทางคลองหกบาทหรือประตูหกบาท ผันไปคลองยม-น่าน ส่วนฝั่งขวาน้ำจะไหลไปที่แก้มลิงทะเลหลวง ขณะที่มวลน้ำจาก จ.สุโขทัยเข้าสู่ จ.พิษณุโลก มีปริมาณกว่า 500 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) และแยกไปตามคูคลองน้ำต่างกว่า 150 ล้านลบ.ม.รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยอีกว่า ขณะนี้ยังไม่ผันน้ำเข้าทุ่งบางระกำ เพราะกรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งว่า ยังมีร่องความกดอากาศที่ค้างอยู่ ฤดูฝนคาดว่าจะหมดช่วงกลางเดือน ต.ค. สิ่งสำคัญยังต้องเตรียมรับน้ำหลากไว้ที่บึงบอระเพ็ด ถ้าน้ำหลากมาประชาชนไม่ต้องตกใจ เพราะบึงบอระเพ็ดสามารถเก็บน้ำไว้ได้ 180 ล้าน ลบ.ม. ปัจจุบันมีน้ำเพียง 6-7 ล้าน ลบ.ม. สามารถจะปัดน้ำเข้าบึงบอระเพ็ดกลายเป็นแก้มลิงขนาดใหญ่ ส่วนทุ่งบางระกำต้องมีน้ำเข้า แต่ช่วงนี้ชะลอให้น้ำเข้าตามธรรมชาติไว้ก่อน ส่วนลุ่มน้ำเจ้าพระยาไม่ต้องกังวล ไม่กระทบแน่นอน กรมชลประทานมั่นใจว่าสามารถบริหารจัดการน้ำได้แน่นอนส่วนนายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ นายก อบจ. พิษณุโลก เปิดเผยว่า จัดตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยขึ้น เนื่องจากเกิดฝนตกหนักต่อเนื่อง และมวลน้ำจากภาคเหนือไหลหลากมาสมทบจำนวนมาก อาจก่อให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก เตรียมความพร้อมปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมวัสดุอุปกรณ์ให้ความช่วยเหลือ ประกอบด้วย เรือท้องแบน เครื่องยนต์ติดท้ายเรือ เรือตรวจการณ์ เครื่องสูบน้ำ เครื่องกำเนิดไฟฟ้า รถแบ็กโฮ รถบรรทุก 6 ล้อ รถเครน รถบรรทุกน้ำ 10 ล้อ รถยนต์ตรวจการณ์ รถกู้ภัยไฟส่องสว่าง รถดับเพลิง รถระบบผลิตน้ำประปา และน้ำดื่มด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์น้ำที่ จ.สุโขทัยว่า สถานการณ์น้ำตอนนี้เบาลงแล้ว เตรียมผันเข้าสู่พื้นที่ทุ่งบางระกำ จ.พิษณุโลก และลงสู่เจ้าพระยาตอนล่าง น้ำทุกหยดเราจะเก็บไว้ เตรียมการรับสถานการณ์ในฤดูแล้งปีหน้า ถือเป็นส่วนหนึ่งของดำเนินการระยะยาว ที่จะเก็บน้ำไว้ทั้งใต้ดินบนดิน ปริมาณน้ำที่เยอะนี้ ถือว่าไม่เป็นไร เนื่องจากทุ่งบางระกำเตรียมการรับน้ำไว้แล้วกว่า 2 แสนไร่ สำหรับพื้นที่ภาคอีสาน ที่ จ.บึงกาฬ มวลน้ำเหนือที่ไหลบ่าลงมาตามลำห้วยคลองใหญ่ ทะลักเข้าบ้านขี้เหล็กน้อย หมู่ 7 บ้านโคกกระแช หมู่ 8 ต.ถ้ำเจริญ และ ต.หนองพันทา อ.โซ่พิสัย เข้าท่วมสวนยางพารา สวนปาล์มน้ำมัน และนาข้าวหลายร้อยไร่ น้ำท่วมขังมานานกว่า 2 สัปดาห์แล้ว เกษตรกรเดือดร้อนไม่สามารถออกมากรีดยาง และตัดปาล์มน้ำมันออกไปขาย ทำให้ขาดรายได้ในช่วงนี้พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร.และโฆษกตร. กล่าวว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.สั่งการตำรวจในพื้นที่ประสบภัย ร่วมกับจิตอาสา 904 เปิดพื้นที่เพื่อรองรับและให้การช่วยเหลือประชาชน รวมทั้งฟื้นฟูคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ สร้างขวัญกำลังใจให้แก่ประชาชน ดูแลความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยในทรัพย์สิน ควบคุมและบังคับใช้กฎหมาย เพื่อป้องกันปราบปรามกลุ่มมิจฉาชีพที่อาจฉวยโอกาสซ้ำเติมเอารัดเอาเปรียบชาวบ้าน รวมถึงการอำนวยความสะดวกการจราจรในพื้นที่ อย่างเต็มกำลังความสามารถขณะที่นายสิปป์บวร แก้วงาม ผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ในฐานะโฆษก พศ. กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคเหนือ 8 จังหวัด เจ้าคณะผู้ปกครองสงฆ์ในระดับต่างๆ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และให้ดำเนินการสำรวจ ตรวจสอบสิ่งปลูก สร้างภายในวัด รวมถึงอาคาร ร.ร.พระปริยัติธรรมและสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดที่ได้รับผลกระทบและได้รับความเสียหายรายงานให้ ผอ.พศ.ทราบ พร้อมทั้งประเมินความเสียหาย เพื่อให้ความช่วยเหลือต่อไปด้านนางธนาภรณ์ พรมสุวรรณ อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) จัดกิจกรรมปล่อยขบวนรถช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือ ในโครงการ “พม. เราไม่ทิ้งกัน” พร้อมกล่าวว่า ในพื้นที่ภาคเหนือเป็นพื้นที่ที่ประสบภัยน้ำท่วม มีคนพิการกว่า 30,000 คน พก.ร่วมกับสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) และเครือข่ายในพื้นที่ ส่งต่อธารน้ำใจไปยังจุดต่างๆในพื้นที่ประสบภัย การปล่อยขบวนรถครั้งนี้ จัดเตรียมเครื่องอุปโภคบริโภคเป็นชุดสำเร็จพร้อมแจกเบื้องต้นจำนวน 400 ชุด เพื่อช่วยเหลือคนพิการและครอบครัวนายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส.มอบให้พนักงานในพื้นที่ที่ประสบภัย ออกเยี่ยมเยียนให้กำลังใจเกษตรกรลูกค้า และสำรวจความเสียหาย พร้อมจัดถุงยังชีพ เครื่องอุปโภคบริโภคในรายที่จำเป็น รวมถึงสนับสนุนศูนย์อพยพ หรือจุดรวมพลในพื้นที่เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อน นอกจากนี้ ยังมอบเงินบำรุงขวัญให้กับครอบครัวลูกค้าผู้กู้ที่เสียชีวิตครอบครัวละ 20,000 บาท จัดทำโครงการสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉินสำหรับลูกค้าผู้ประสบภัยธรรมชาติปี 2563/64 วงเงินกู้รายละไม่เกิน 5 หมื่นบาท คิดอัตราดอกเบี้ย 0% ต่อปี เป็นระยะเวลา 6 เดือนแรก ตั้งแต่เดือนที่ 7 เป็นต้นไป อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำ และสินเชื่อเพื่อฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิตรายละไม่เกิน 5 แสนบาท