เปิดไทม์ไลน์ นาทีฆ่าเศรษฐินียัดตู้เย็น เนียนกดกริ่ง ยืมเงิน ทรมาน ยกศพไม่ขึ้น

ข่าว

    เปิดไทม์ไลน์ นาทีฆ่าเศรษฐินียัดตู้เย็น เนียนกดกริ่ง ยืมเงิน ทรมาน ยกศพไม่ขึ้น

    ไทยรัฐออนไลน์

    1 พ.ย. 2562 19:40 น.

    ฆ่าเศรษฐินียัดตู้เย็น โบกปูนทับ” คดีสะเทือนขวัญคนไทยทั่วทั้งประเทศ ทีมข่าวเจาะประเด็นไทยรัฐออนไลน์ ไล่เรียงเหตุการณ์ตั้งแต่แผนการของเอ็ม นาทีก่อเหตุ ถึงนาทีหลบหนี ซึ่งเหตุการณ์นี้เป็นเครื่องสะท้อนได้เป็นอย่างดีว่า “คนทำเลว จนได้มาซึ่งเงินทองมากมาย แต่ไม่มีความสุขแม้แต่วินาทีเดียว”

    • 11 ต.ค. ประมาณ 07.00 น. นายวิฑูรย์ ศรีตะบุตร์ หรือเอ็ม ได้ไปที่อาคารที่เกิดเหตุ และกดกริ่งให้ น.ส.วรรณี จิรเจริญยิ่ง วัย 58 ปี ผู้ตายมาเปิดประตู 

    • เอ็มกดกริ่ง 2-3 ครั้ง วรรณีก็ไม่เปิดประตู เอ็มจึงไปที่ประตูด้านข้าง โดยกดกริ่งให้เปิดอีกหลายครั้ง จนวรรณีลงมาจากชั้นบนของบ้าน และเปิดประตูแง้มดูว่าใครมาหา

    • วรรณี เห็นว่าผู้ที่กดกริ่งเป็นเอ็ม จึงเปิดประตูให้ เพราะเอ็มเคยขับรถรับจ้างรับส่งวรรณีอยู่บ่อยครั้ง และก่อนหน้านี้วรรณีเคยเล่าให้พี่ชายของเธอฟังว่า เอ็มเป็นปิยมิตรที่ดี เพราะเอ็มคอยช่วยเหลือเรื่องการเดินทางเวลาที่เธอมาพักที่เชียงใหม่  (วรรณีขับรถไม่เป็น)



    • เมื่อประตูแง้มจนได้เห็นหน้าวรรณีที่อยู่ด้านในบ้าน เอ็มรีบแทรกตัวเข้าไปในบ้าน พร้อมกับดันวรรณีเข้าไปด้วย

    • เมื่อเอ็มได้เข้าไปในบ้าน เขารีบพูดสิ่งที่ต้องการทันที “ขอยืมเงิน 5 แสน” พร้อมบอกเหตุผลว่า “ตอนนี้ครอบครัวมีปัญหาทางการเงิน”

    • วรรณี ตอบกลับเอ็มว่า “รอแป๊บนึง เดี๋ยวมาคุยกันนะ ป้าขอขึ้นไปแต่งตัวก่อน”

    • จังหวะที่วรรณีเดินหันหลังให้เอ็มเพื่อขึ้นบ้าน เอ็มรีบเข้าไปประชิดตัววรรณีทันที และบังคับให้วรรณีเดินลงไปชั้นล่าง แต่วรรณีเริ่มขัดขืน



    • เอ็มจึงชกเข้าไปที่ใบหน้าวรรณี 2 ครั้งหนักๆ และเอ็มก็เริ่มบังคับให้วรรณีบอกที่เก็บเงิน แต่วรรณีไม่ยอมบอก แม้ว่าเอ็มจะถามกี่ครั้ง วรรณีก็ไม่ยอมปริปาก

    • เอ็มเริ่มโมโห จึงตัดสินใจทรมานวรรณี โดยวิธีการจับมัดมือไพล่หลังกับเก้าอี้ มัดเท้า และใช้เทปกาวปิดปาก พร้อมกับต่อยวรรณีอีกหลายครั้ง และเอาถุงพลาสติกคลุมหัววรรณีเพื่อทรมาน

    • ณ ขณะนั้น วรรณีเกิดอาการหวาดกลัวอย่างมาก เธอจึงยอมบอกรหัสเอทีเอ็ม

    • เอ็มไม่รอช้า รีบขับรถ BMW ของวรรณีออกไปกดเงินที่ตู้เอทีเอ็มทันที ปรากฏว่าวรรณีให้รหัสที่ถูกต้อง และเขาสามารถกดเงินออกมาได้จำนวนหนึ่ง



    • เอ็มย้อนกลับมาที่บ้านวรรณีอีกครั้ง ซึ่งวรรณีเริ่มนอนหายใจรวยรินอยู่ที่พื้นบ้าน แต่วรรณีก็ยังพยายามร้องขอชีวิต และบอกว่า อยากได้อะไรก็เอาไป แต่อย่าเอาชีวิต

    • เอ็มชั่งใจว่าจะตัดสินใจอย่างไร จึงเดินขึ้นไปสูบบุหรี่บนบ้าน และเริ่มรื้อค้นทรัพย์สินมีค่าภายในบ้าน จนพบสร้อยคอทองคำ และทรัพย์สินอื่นๆ อีกหลายชิ้น 

    • จากนั้น เอ็มหันไปมองวรรณี ซึ่งนอนแน่นิ่งไปแล้ว แต่เขาไม่แน่ใจว่าเสียชีวิตหรือไม่ จึงใช้ถุงพลาสติกสวมศีรษะวรรณีอีกครั้ง จนวรรณีไม่หายใจ ซึ่งเขามั่นใจแล้วว่า วรรณีเสียชีวิตแล้วจริงๆ จากนั้นเขาก็รีบออกจากบ้านของวรรณีด้วยการขับรถ BMW ของวรรณีไปด้วย

    • 13 ต.ค. เอ็มได้ย้อนกลับมาที่บ้านของวรรณีอีกครั้ง เพื่อจะอำพรางศพด้วยการนำไปทิ้งที่อื่น แต่ปรากฏว่ายกไม่ขึ้น จึงนั่งคิดอยู่หาทางออกอยู่ชั่วครู่



    • เอ็มเหลือบไปเห็นตู้เย็น จึงฉุกคิดขึ้นได้ว่าเอาศพแช่เย็นไว้น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้วในเวลานั้น จากนั้นเขาจึงจัดการเอาข้าวของทั้งหมดในตู้เย็นออกมา จับตู้เย็นนอน ยัดศพของวรรณีเข้าไป และเสียบปลั๊ก (แต่ตู้เย็นไม่เย็น เพราะตู้เย็นนอน คอมเพรสเซอร์จึงไม่ทำงาน) โดยมุ่งหวังที่จะแช่เย็นศพวรรณีไว้

    • จากนั้น เอ็มขับรถออกไปซื้อปูน 2 ถุงที่ร้านวัสดุก่อสร้าง และกลับมาเอาปูนโรยไปที่ศพของวรรณี เพื่อหวังที่จะดับกลิ่น และโทรหาเพื่อนๆ เพื่อให้มาช่วยกันแรปตู้เย็นและนำตู้เย็นไปไว้ที่อื่น โดยที่ไม่ได้บอกเพื่อนๆ ว่า เกิดเหตุอะไรขึ้น แต่ว่าไม่มีใครมา

    • เอ็มหมดหนทาง จึงนำการ์ดจากกล้องวงจรปิดภายในบ้านออกทั้งหมด และทิ้งศพวรรณีไว้ในสภาพนั้น โดยเอ็มได้ทรัพย์สินไปจำนวน 1.7 ล้าน และทองอีก 5 บาท จนกระทั่งวันที่ 27 ต.ค.62 พี่ชายของวรรณีมาพบ และมีการติดตามจับกุมตัวเอ็มได้ในที่สุด.
    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ฆ่ายัดตู้เย็นข่าวเด่นเศรษฐินีฆ่าโบกปูนข่าวร้อนข่าวทั่วไป

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 4 ธันวาคม 2564 เวลา 09:08 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์